Reading Difficulty: Normal Development, Etiology, Pathogenesis
Overview
Reading ไม่ใช่ความสามารถที่มนุษย์มีมาตั้งแต่กำเนิด
แต่เป็นทักษะที่สมองต้องสร้างวงจรประสาทใหม่ขึ้นมา
จึงต้องอาศัยการเรียนรู้และการสอนอย่างเป็นระบบ
ต่างจากการพูดซึ่งเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ
Reading difficulty เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็ก
และมีสาเหตุได้หลายประการ โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
- Reading
disability (Dyslexia) →
ความผิดปกติของการถอดรหัสคำ (decoding)
- Reading
comprehension deficit →
ความผิดปกติของการทำความเข้าใจข้อความ
เด็กจำนวนมากมีทั้งสองความผิดปกติร่วมกัน
แต่บางรายอาจมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
Normal reading development
การเรียนรู้การอ่านเกิดเป็นลำดับขั้น
1.
ฟังภาษา
2.
แยกเสียง (phonemes)
3.
จับคู่ตัวอักษรกับเสียง (phonics)
4.
ถอดรหัสคำ (decoding)
5.
อ่านคำได้อัตโนมัติ (sight
words)
6.
อ่านเพื่อเข้าใจความหมาย (comprehension)
เมื่อเด็กอ่านซ้ำ ๆ
สมองจะสามารถจำคำได้ทันทีโดยไม่ต้องสะกดทีละตัว
ทำให้การอ่านรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
Five domains of reading
การอ่านปกติประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก
1. Phonological awareness
- รับรู้และจัดการเสียงของภาษา
- โดยเฉพาะ phonemic awareness
เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการอ่าน
2. Phonics
การเชื่อม
Letter ↔
Sound
เพื่อใช้ในการ
Decoding
3. Sight word acquisition
การจำคำทั้งคำโดยอัตโนมัติ
ไม่ต้องสะกดทีละตัว
ทำให้
- อ่านเร็ว
- อ่านคล่อง (fluency)
4. Vocabulary
รู้ความหมายของคำ
5. Reading comprehension
เข้าใจข้อความ
ต้องอาศัย
- vocabulary
- grammar
- executive
function
- working
memory
- reasoning
- background
knowledge
ร่วมกัน
Simple View of Reading
การอ่านประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก
Reading = Decoding × Language comprehension
1.
อ่านคำออก (word
recognition)
2.
เข้าใจความหมายของข้อความ
หากผิดปกติด้านใดด้านหนึ่ง
ก็ทำให้การอ่านมีปัญหาได้
Terminology
Reading difficulty
หมายถึง
การอ่านต่ำกว่าระดับที่ควรเป็น
สาเหตุได้แก่
- Dyslexia
- Reading
comprehension deficit
- Language
disorder
- Intellectual
disability
- Hearing
impairment
- Poor
instruction
- Environmental
deprivation
Reading disability (Dyslexia)
คือ
ความบกพร่องในการเรียนรู้การอ่าน
ทั้งที่ได้รับการสอนเหมาะสม มีสติปัญญาปกติ และมีแรงจูงใจเพียงพอ
เป็น
Specific learning disorder with impairment in reading
Reading comprehension deficit
เด็กอ่านออก
แต่ไม่เข้าใจเนื้อหา
มักสัมพันธ์กับ
- Language
disorder
- Executive
dysfunction
ไม่ใช่ dyslexia โดยตรง
Epidemiology
Reading difficulty
- พบได้ประมาณ 20% ของเด็ก
Reading disability
- พบประมาณ 5–10%
- เป็น 80% ของ learning disabilities ทั้งหมด
พบในเพศชายมากกว่าเล็กน้อย
เด็กจากครอบครัวรายได้น้อยหรือสิ่งแวดล้อมด้านการอ่านไม่ดีมีความเสี่ยงสูงขึ้น
Risk factors
Genetic
- Family
history dyslexia
- Family
history speech disorder
Developmental
- Speech
delay
- Language
impairment
เด็กที่มี speech/language delay
ประมาณ 50%
จะมี reading disability ภายหลัง
Perinatal
- Prematurity
- Low
birth weight
Neurologic
- Congenital
infection
- Brain
injury
- Meningitis
- Encephalitis
Genetic syndromes
- Down
syndrome
- Klinefelter
syndrome
Environmental
- ขาดหนังสือ
- ไม่มีคนอ่านหนังสือให้ฟัง
- Poor
literacy environment
- Poor
instruction
- Poverty
- Low
parental education
แม้สิ่งแวดล้อมมีผล แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของ dyslexia
Pathogenesis
Core deficit
ความผิดปกติหลัก คือ
Phonological processing deficit
เด็กไม่สามารถ
- แยกเสียง
- รวมเสียง
- เชื่อมเสียงกับตัวอักษร
จึง
อ่านคำใหม่ไม่ได้
แม้
- IQ ปกติ
- ความเข้าใจภาษาโดยรวมดี
- Reasoning
ปกติ
แต่ไม่สามารถเข้าถึงความหมายของข้อความได้
เพราะถอดรหัสคำไม่ได้
Reading comprehension deficit
ต่างจาก dyslexia
เด็ก
อ่านคำได้
แต่
- Vocabulary
จำกัด
- Grammar
ไม่ดี
- Language
disorder
- Executive
dysfunction
จึง
ไม่เข้าใจข้อความ
พบมากขึ้นเมื่อเด็กโตและเนื้อหาซับซ้อนขึ้น
Executive function
Executive function มีบทบาทต่อ
- Working
memory
- Planning
- Inference
- Self-monitoring
ยิ่งข้อความยาวและซับซ้อน
Executive function ยิ่งสำคัญต่อ reading
comprehension
Genetics
Reading disability เป็นโรคที่มี
Heritability สูง
ข้อมูลสำคัญ
- Monozygotic
twins concordance 70–80%
- Dizygotic
twins 40–50%
- ลูกของผู้ปกครองที่เป็น dyslexia มีความเสี่ยง 40–60%
- พ่อแม่ของเด็ก dyslexia จำนวน 25–60% อาจมี dyslexia เช่นกัน
(แม้ไม่เคยได้รับการวินิจฉัย)
ยีนที่มีหลักฐานชัด ได้แก่
- DCDC2
- KIAA0319
ซึ่งเกี่ยวข้องกับ neuronal migration และการพัฒนาวงจรสมองด้านภาษา
Neurobiology
Neuroimaging พบว่า
- โครงสร้างสมองด้านภาษาแตกต่างตั้งแต่ก่อนเริ่มเรียนอ่าน
- Functional
activation ของเครือข่ายการอ่านเปลี่ยนแปลงตามการรักษา
- ความผิดปกติสามารถพบได้ตั้งแต่วัยก่อนเข้าโรงเรียนในเด็กกลุ่มเสี่ยง
EEG (auditory evoked response) อาจช่วยทำนายความเสี่ยงในอนาคตได้
แต่ยังอยู่ในงานวิจัย
Vision and dyslexia
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Dyslexia
ไม่ใช่โรคของสายตา
- เด็กไม่ได้ "เห็นตัวหนังสือกลับด้าน"
- ปัญหาคือ เชื่อมตัวอักษรกับเสียงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจหา
- Refractive
error
- Strabismus
และรักษาหากพบ
ส่วน Irlen syndrome และการใช้ colored lenses ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอและยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน
Key points
- การอ่านเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่ความสามารถโดยกำเนิด
- Simple
View of Reading = Decoding × Language comprehension
- Dyslexia
มีสาเหตุหลักจาก phonological processing deficit
ไม่ใช่ความบกพร่องทางสายตาหรือสติปัญญา
- Reading
comprehension deficit เป็นกลุ่มโรคที่แตกต่างจาก dyslexia
และสัมพันธ์กับ language disorder หรือ executive
dysfunction
- ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ family history, speech/language
delay, prematurity และ poor literacy environment
- Dyslexia
มี heritable สูง และเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายสมองด้านภาษา
- การตรวจสายตาและการได้ยินมีความสำคัญเพื่อคัดกรองสาเหตุร่วม
แต่การใช้แว่นสี (Irlen lenses) ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนในการรักษา
dyslexia
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น