Caustic ingestion in children
หลักสำคัญ: ประเมิน airway
ก่อนเสมอ; ไม่มีแผลในปากไม่ได้ตัด esophageal injury และการตัดสินใจส่องกล้องต้องพิจารณาทั้งอาการและความกัดกร่อนของสาร
1. กลไกและสารที่เสี่ยง
- ด่างเข้มข้น เช่น น้ำยาล้างท่อ/ล้างเตา ที่มี sodium หรือ potassium
hydroxide → liquefaction
necrosis ทำลายเนื้อเยื่อลึก เสี่ยง esophageal
necrosis และ perforation โดยเฉพาะ pH
>11.5–12.5
- กรดเข้มข้น เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ กรดแบตเตอรี่ กรดเกลือ → coagulation
necrosis; เกิดได้ทั้ง esophageal injury และ gastric injury โดยเฉพาะบริเวณ antrum
→ gastric outlet
obstruction
- ความรุนแรงขึ้นกับ ชนิด
ความเข้มข้น ปริมาณ รูปแบบของสาร และระยะเวลาสัมผัส ไม่ควรใช้
pH เพียงอย่างเดียว
- Household
bleach ความเข้มข้นทั่วไป (≈5%
sodium hypochlorite): กินเล็กน้อยมักบาดเจ็บไม่รุนแรง
แต่ผลิตภัณฑ์เข้มข้น/อุตสาหกรรมเสี่ยงสูงกว่า
- Laundry/dishwasher
pods: อาจเกิด esophageal injury, aspiration,
respiratory distress และ CNS depression
- สารแข็ง/ผง/เม็ด: ติดเยื่อบุ
ทำให้แผลลึกเฉพาะที่และ upper airway injury; อาการทางเดินหายใจอาจช้า
1–2 ชั่วโมง
2. ประเมินเบื้องต้น
ซักชนิดและชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ/ความเข้มข้น
เวลาสัมผัส ปริมาณที่อาจกลืน และ accidental versus intentional ingestion;
ขอภาชนะหรือภาพฉลาก และปรึกษาศูนย์พิษวิทยา
|
ตำแหน่งบาดเจ็บ |
อาการที่ต้องค้นหา |
|
Upper airway |
เสียงแหบ stridor
หอบ retraction |
|
Esophagus |
น้ำลายไหล
กลืนเจ็บ/กลืนลำบาก ไม่ยอมกิน เจ็บหน้าอก |
|
Stomach |
ปวดท้อง อาเจียน hematemesis |
|
Perforation |
เจ็บหน้าอก/หลังรุนแรงต่อเนื่องร่วมกับไข้;
abdominal guarding, rebound, rigidity; shock |
อาการและแผลในช่องปากทำนายความรุนแรงภายในได้ไม่ดี โดยเฉพาะเด็กเล็ก
3. การดูแลใน ER
- ABC
และ close monitoring: หากมี stridor,
progressive airway edema หรือ respiratory distress ให้เตรียม definitive airway โดยทีมที่มีประสบการณ์
และประสานวิสัญญี/ENT
- ผู้ป่วยมีอาการหรือเสี่ยงสูง → NPO, IV access,
supportive care และปรึกษา pediatric GI/ศัลยกรรม
- ห้ามทำให้อาเจียน
- ห้าม neutralization ด้วยกรดหรือด่าง
เพราะปฏิกิริยาอาจสร้างความร้อนและเพิ่มการบาดเจ็บ
- ไม่ให้ activated charcoal เป็น routine:
จับสารเหล่านี้ได้ไม่ดีและบดบังการส่องกล้อง
- ไม่ให้ดื่มน้ำ/นมปริมาณมากเพื่อเจือจาง: ไม่มีประโยชน์ชัดเจนและเพิ่มอาเจียน/aspiration
- ห้ามใส่ NG tube แบบ blind
4. การตรวจและข้อบ่งชี้ EGD
- CXR:
เมื่อมี respiratory symptoms หรือสงสัย perforation;
มองหา pneumomediastinum, pleural effusion,
pneumothorax หรือ free subdiaphragmatic air ไม่จำเป็นเป็น routine ในเด็กไม่มีอาการ
- Contrast-enhanced
CT: พิจารณาเมื่อสงสัย perforation, deep necrosis หรือ vascular complication
- Upper
GI contrast study: ไม่ใช่การตรวจหลักเพื่อประเมิน acute
mucosal injury; ถ้าสงสัยรั่วเลือก water-soluble
contrast
EGD ควรทำภายใน 24 ชั่วโมง ในเด็กมีอาการ เช่น oral burns,
drooling, dysphagia, vomiting, hematemesis, dyspnea หรือปวดท้อง
โดยต้อง stabilize ก่อน แนวทาง ESGE/ESPGHAN สนับสนุนการส่องกล้องในเด็กกลุ่มนี้เช่นกัน.
สำหรับ เด็กไม่มีอาการแต่ทราบว่ากินสารกัดกร่อนสูง
หรือไม่ทราบความกัดกร่อน พิจารณา EGD แม้ตรวจปากปกติ
ส่วนแนวทางยุโรปเปิดให้งด EGD ในเด็กไม่มีอาการและไม่มีแผลปากหากติดตามได้ดี
จึงควรตัดสินใจร่วมกับ GI/พิษวิทยาตามผลิตภัณฑ์และความน่าเชื่อถือของประวัติ.
ควรเลื่อน/หลีกเลี่ยง EGD หากยัง hemodynamically unstable, มี severe respiratory distress, severe pharyngolaryngeal
edema/necrosis หรือมีหลักฐาน perforation; การส่องกล้องหลังวันที่
4 เสี่ยง perforation เพิ่มขึ้น
5. Observe และ disposition
|
กลุ่มผู้ป่วย |
แนวทาง |
|
ไม่มีอาการ +
สารกัดกร่อนต่ำ + กินเล็กน้อย |
Observe หลายชั่วโมง
ประเมินซ้ำ และทดลองดื่มเมื่อเหมาะสม; กลับบ้านได้ถ้ายังไม่มีอาการ
กลืนปกติ และติดตามได้ |
|
ไม่มีอาการ +
สารกัดกร่อนสูง/ไม่ทราบชนิดหรือความเข้มข้น |
ปรึกษา GI/พิษวิทยาเพื่อพิจารณา EGD และ admission |
|
มีอาการ |
Admit, NPO และประเมิน
EGD |
|
Airway compromise, shock หรือสงสัย perforation |
Resuscitation, ICU และปรึกษาทีมศัลยกรรม/airway
เร่งด่วน |
“หลายชั่วโมง” ไม่ได้กำหนดเวลา observe ตายตัว จึงไม่ควรใช้ครบเวลาอย่างเดียวเป็นเกณฑ์ discharge
โดยเฉพาะสารผง/เม็ดหรือสารเข้มข้น
6. Endoscopic grade และการรักษาต่อ
|
Grade |
ลักษณะ |
|
0 |
เยื่อบุปกติ |
|
1 |
Edema, hyperemia |
|
2A |
Erosion/แผลตื้น
ไม่มี deep หรือ circumferential ulcers |
|
2B |
Deep focal หรือ circumferential
ulcers |
|
3A |
Focal necrosis |
|
3B |
Extensive necrosis |
- Grade
2B–3: เสี่ยง stricture สูง; พิจารณา feeding tube ภายใต้ direct
visualization และวางแผนโภชนาการ
- PPI:
ใช้ในผู้มีอาการประมาณ 1 สัปดาห์
แต่หลักฐานประสิทธิผลยังจำกัด
- Antibiotics:
ให้เมื่อสงสัย perforation/infection; prophylaxis ใน grade 2B–3 เป็นแนวปฏิบัติของบางศูนย์
ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนให้ทุกราย
- Corticosteroids:
ไม่ให้ routine ทุก grade; พิจารณาเฉพาะ grade 2B ที่ไม่มี perforation
โดยทีม GI เช่น methylprednisolone
1 g/1.73 m² IV วันละครั้ง × 3 วัน หลักฐานยังไม่แน่นอน และไม่แนะนำสำหรับ grade 1, 2A หรือ 3
7. ภาวะแทรกซ้อนและติดตาม
- Esophageal
stricture: เริ่มเกิดประมาณ 3 สัปดาห์
ส่วนใหญ่มีอาการภายใน 2 เดือน → dysphagia,
regurgitation, กินได้น้อยหรือน้ำหนักลด
- Grade
≥2A: ให้ทำ contrast
esophagogram ที่ประมาณ 2–3 สัปดาห์ หรือใช้ close follow-up และตรวจทันทีเมื่อมีอาการตามแผนของ
GI
- Stricture
รักษาหลักด้วย endoscopic dilation มักต้องทำซ้ำ; refractory cases อาจใช้ mitomycin
C, stent หรือผ่าตัด
- Gastric
outlet obstruction: อาจปรากฏ 3–10 สัปดาห์หลังบาดเจ็บ
โดยเฉพาะ gastric burns รุนแรง
- ระยะยาว: severe caustic esophageal injury เพิ่มความเสี่ยง esophageal squamous cell carcinoma หลังผ่านไปหลายสิบปี; dysphagia ที่เกิดใหม่หรือแย่ลงต้องประเมินทันที
คำแนะนำก่อนกลับบ้าน: กลับมาทันทีเมื่อหอบ เสียงแหบ น้ำลายไหล กลืนลำบาก อาเจียนต่อเนื่อง อาเจียนเป็นเลือด เจ็บหน้าอก ปวดท้องรุนแรง หรือมีไข้