วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Cushing syndrome

Cushing syndrome

สาเหตุและพยาธิสรีรวิทยา

Cushing syndrome หมายถึงกลุ่มอาการจาก glucocorticoid excess ส่วน Cushing disease หมายถึงโรคที่เกิดจาก pituitary ACTH-secreting adenoma โดยเฉพาะ

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดโดยรวมคือ exogenous glucocorticoids หากพิจารณาเฉพาะ endogenous Cushing syndrome ประมาณ 80% เป็น ACTH-dependent และ 20% เป็น ACTH-independent

การจำแนกสาเหตุ

กลุ่ม

สาเหตุสำคัญ

ลักษณะฮอร์โมนและต่อมหมวกไต

Exogenous glucocorticoids

ยารับประทาน ฉีด ทา สูด รวมถึงสมุนไพร/อาหารเสริมที่ผสม steroid

ACTH ต่ำ, endogenous cortisol ต่ำ และ bilateral adrenal atrophy

ACTH-dependent

Pituitary adenoma, ectopic ACTH, ectopic CRH

ACTH สูงหรือ “ปกติอย่างไม่เหมาะสม” เมื่อเทียบกับ cortisol ที่สูง → bilateral adrenal hyperplasia

ACTH-independent

Adrenal adenoma/carcinoma, PPNAD, bilateral macronodular adrenal hyperplasia

Autonomous cortisol secretion → กด circulating ACTH

สัดส่วนต่อไปนี้อ้างอิง endogenous Cushing syndrome ไม่รวมผู้ใช้ glucocorticoid จากภายนอก

1. ACTH-dependent Cushing syndrome

Cushing disease — ประมาณ 65–70%

  • เกือบทั้งหมดเกิดจาก pituitary corticotroph adenoma มักเป็น microadenoma; macroadenoma พบประมาณ 5–10%
  • ก้อนอาจเล็กจนไม่เห็นจาก imaging
  • เซลล์ก้อนยังตอบสนองต่อ cortisol negative feedback บางส่วน แต่มี feedback set point สูงกว่าปกติ
  • ACTH กระตุ้น adrenal ทั้งสองข้างให้โตและหลั่ง cortisol เพิ่มขึ้น
  • สูญเสีย circadian rhythm โดยเฉพาะ cortisol ช่วงก่อนนอนที่ควรต่ำกลับสูง ดังนั้น morning cortisol อาจยังอยู่ในช่วงปกติได้
  • บางรายกด ACTH/cortisol ได้ด้วย high-dose dexamethasone แต่มีผลทับซ้อนกับ ectopic ACTH จึงไม่ควรใช้ผลนี้เพียงอย่างเดียวแยกสาเหตุ

ข้อควรระวัง: ใน Cushing disease ที่มี adrenal hyperplasia มาก cortisol อาจกด ACTH จนอยู่ในช่วงต่ำหรือก้ำกึ่ง ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็น primary adrenal disease ได้

Ectopic ACTH syndrome — ประมาณ 10–15%

แหล่งสำคัญคือ neuroendocrine tumors ของปอด ตับอ่อน และ thymus รวมถึง small-cell lung carcinoma

  • โดยทั่วไปไม่ถูกกดด้วย cortisol หรือ dexamethasone
  • Bronchial neuroendocrine tumor บางรายอาจตอบสนองต่อ dexamethasone คล้าย pituitary disease
  • Small-cell lung carcinoma อาจมี biochemical hypercortisolism โดยไม่มีรูปลักษณ์ Cushingoid ชัดเจน
  • ก้อนอาจหลั่ง POMC precursors มากร่วมด้วย

Ectopic CRH syndrome — <1%

Tumor-derived CRH → pituitary corticotroph hyperplasia → ACTH สูง → bilateral adrenal hyperplasia และ cortisol สูง บางก้อนหลั่งทั้ง CRH และ ACTH

การได้รับ exogenous ACTH ก็ทำให้ ACTH-dependent Cushing syndrome ได้ แต่พบได้น้อยมาก

2. ACTH-independent Cushing syndrome

Adrenocortical adenoma/carcinoma — รวมประมาณ 18–20%

Autonomous cortisol secretion → กด CRH/ACTH → normal corticotrophs และเนื้อ adrenal ที่ไม่ได้เป็นก้อนฝ่อลง

ลักษณะ

Cortisol-producing adenoma

Adrenocortical carcinoma

Steroidogenesis

ผลิต cortisol ได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

การผลิต steroid ต่อเซลล์ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ก้อนมีมวลมาก

Androgens/precursors

DHEAS มักต่ำหรือปกติจาก ACTH suppression; บางรายหลั่ง androgen ได้

มักมี androgens และ steroid precursors สูงร่วมอย่างไม่ได้สัดส่วน

นัยสำคัญ

มักเป็น cortisol excess เด่น

การหลั่ง steroid หลายชนิดร่วมกันชวนสงสัย carcinoma แต่ไม่ใช้ยืนยันเพียงอย่างเดียว

Primary pigmented nodular adrenocortical disease — PPNAD

  • เป็น bilateral adrenal micronodular disease พบทั้ง sporadic และ familial
  • สัมพันธ์กับ Carney complex
  • ลักษณะร่วมของ Carney complex ได้แก่ lentigines/blue nevi, myxomas โดยเฉพาะ atrial myxoma และเนื้องอก endocrine/nonendocrine หลายชนิด

Bilateral macronodular adrenal hyperplasia — BMAH

  • ต่อมหมวกไตโตทั้งสองข้างและมีหลาย nodules
  • กลไกสำคัญ ได้แก่ aberrant hormone receptors, ARMC5/KDM1A variants และ intra-adrenal ACTH production
  • Cortisol อาจถูกกระตุ้นผ่าน receptors ของ GIP, vasopressin, serotonin, β-adrenergic agonists หรือ LH/hCG
  • แม้มี ACTH ผลิตภายใน adrenal แต่ circulating ACTH มักถูกกด จึงยังจัดอยู่ในกลุ่ม ACTH-independent ทางคลินิก
  • ต้องแยกจาก bilateral nodular adrenal enlargement ที่เป็นผลตามมาจาก pituitary ACTH excess

3. Iatrogenic และ factitious Cushing syndrome

ต้องซักประวัติ steroid ทุกช่องทาง รวมถึงยาทา ยาสูด ยาฉีด สมุนไพร อาหารเสริม และครีมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ

  • Exogenous glucocorticoid → กด CRH/ACTH → bilateral adrenal atrophy
  • ผู้ป่วยอาจมี Cushingoid appearance แต่ serum/salivary cortisol และ urinary cortisol ต่ำ
  • ข้อยกเว้นสำคัญคือการได้รับ hydrocortisone ซึ่งก็คือ cortisol ทำให้รูปแบบผลตรวจต่างออกไป
  • Ritonavir ลดการกำจัด inhaled steroid บางชนิด จึงเพิ่มความเสี่ยง systemic glucocorticoid effects
  • Megestrol acetate และ high-dose medroxyprogesterone มี glucocorticoid activity และทำให้เกิดกลุ่มอาการได้
  • Factitious Cushing syndrome หมายถึงการใช้ glucocorticoid โดยปกปิดประวัติ

4. Non-neoplastic hypercortisolism หรือ pseudo-Cushing

ภาวะ hypercortisolism ที่ไม่ได้เกิดจาก autonomous tumor อาจมีลักษณะคล้าย Cushing syndrome และต้องพิจารณาแยกก่อนสรุปโรค

ลักษณะที่มักไม่เด่นเท่า true Cushing syndrome ได้แก่ easy bruising, ผิวบางเปราะ และ proximal muscle atrophy/weakness อย่างไรก็ตาม อาการอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับแยกโรค

จุดสำคัญในการประเมิน: เริ่มจากค้นหา exogenous steroid → ยืนยัน endogenous hypercortisolism → จึงใช้ ACTH และการตรวจเพิ่มเติมระบุสาเหตุ โดย ACTH ที่อยู่ในช่วงอ้างอิงอาจผิดปกติได้ หาก cortisol สูงแต่ ACTH ไม่ถูกกด


อาการและภาวะแทรกซ้อน

เกิดจากการสัมผัส glucocorticoid มากเรื้อรัง อาการขึ้นกับความรุนแรงและระยะเวลาของ cortisol excess รวมถึง androgen/ACTH ที่สูงร่วมด้วย การวินิจฉัยมักยากเพราะ obesity, hypertension และเบาหวานพบได้ทั่วไป

จุดชวนสงสัยสำคัญคือ มีหลายอาการเกิดร่วมกันและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ ผิวบาง ช้ำง่าย รอยแตกลายม่วงกว้าง และกล้ามเนื้อต้นแขนขาอ่อนแรง ไม่จำเป็นต้องอ้วนหรือมีรูปลักษณ์ Cushingoid ครบทุกอย่าง

ลักษณะทางคลินิกที่ควรให้ความสำคัญ

Mnemonic: หน้าจันทร์แรม – แก้มอ้อยเชื่อม - เอื้อมไม่ไหว – ยายมีหนวด – ปวดกระดูก – ลูกทะเล – เท่เหมือนควาย – ลายหน้าท้อง – หมองสกิน – กินจนอ้วน - ด่วน mismens – เด่น pressure - เจอ RC - ขี่ immune - wound healing – addicting steroid - คอยให้โต - โผล่ PU - ดู coag - แฝงจิตเพ้อ - เฮ้อ pancreatitis

ระบบ

ลักษณะสำคัญ

รูปร่าง/ไขมัน

น้ำหนักเพิ่ม, central adiposity, moon face, supraclavicular fat pads, dorsocervical fat pad ร่วมกับแขนขาลีบ

ผิวหนัง

Easy bruising, ผิวบางเปราะ, wide reddish-purple striae, แผลหายช้า/แผลผ่าตัดแยก

กล้ามเนื้อ

Proximal muscle wasting/weakness ลุกจากเก้าอี้หรือท่านั่งยองและขึ้นบันไดยาก

กระดูก

Osteoporosis, vertebral compression และ fragility fractures แม้อายุน้อย

หัวใจ/เมแทบอลิซึม

Hypertension, dyslipidemia, hyperglycemia และความเสี่ยง VTE เพิ่ม

สืบพันธุ์

ประจำเดือนผิดปกติ, libido ลดลง; อาจมี androgen excess ในหญิง

จิตประสาท

Depression, irritability, anxiety, insomnia และความจำ/การคิดลดลง

ภูมิคุ้มกัน

ติดเชื้อง่าย; severe hypercortisolism เสี่ยง opportunistic infections

1. ผิวหนัง: ช่วยแยกจาก obesity ทั่วไป

  • ช้ำง่ายหลังบาดเจ็บเล็กน้อย หรือมี ecchymosis มากบริเวณเจาะเลือด จาก connective tissue breakdown
  • รอยแตกลายกว้างสีแดงม่วง พบบ่อยที่หน้าท้อง สีข้าง เต้านม สะโพก และต้นแขนขา
  • ผิวบางจนเห็นหลอดเลือด เปราะและฉีกจาก adhesive tape ได้; แผลหายช้า
  • อาจมี fungal skin infections
  • Hyperpigmentation เกิดจาก ACTH สูง ไม่ใช่ cortisol จึงพบเด่นใน ectopic ACTH รองลงมาคือ pituitary disease และไม่ใช่ลักษณะที่คาดจาก cortisol-producing adrenal tumor ซึ่ง ACTH ถูกกด

2. รูปร่างและการเจริญเติบโต

  • ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่น้ำหนักเพิ่ม แต่ BMI ปกติไม่ตัดโรค และบางรายมีเพียง central fat redistribution
  • Adrenal carcinoma หรือ ectopic ACTH อาจมาด้วย น้ำหนักลดและ catabolic features มากกว่าอ้วน
  • ในเด็ก ลักษณะสำคัญคือ น้ำหนักเพิ่มแต่ height velocity ลดลง/ส่วนสูงตก percentile ควรประเมิน Cushing syndrome
  • เด็กบางรายไม่มี obesity จึงต้องดู growth chart ร่วมด้วย

3. หัวใจ เมแทบอลิซึม และ hypokalemia

  • Hypertension พบเกือบ 80%
  • Overt hyperglycemia ประมาณ 20–45%; glucose intolerance อีกประมาณ 10–20%
  • ไม่แนะนำคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานทุกราย หากไม่มีลักษณะอื่นชวนสงสัย
  • ความเสี่ยง MI, stroke และ cardiovascular mortality เพิ่ม และอาจยังสูงแม้โรคสงบ
  • Heart failure/dilated cardiomyopathy พบได้ แต่ไม่ใช่อาการที่พบบ่อย

Severe hypertension + hypokalemia ชวนคิดถึง severe hypercortisolism โดยเฉพาะ ectopic ACTH

กลไกคือ cortisol มากจนเกินความสามารถของ renal 11β-HSD2 ที่เปลี่ยน cortisol เป็น cortisone → cortisol กระตุ้น mineralocorticoid receptor → ความดันสูงและสูญเสีย potassium ทางไต ภาวะ hypokalemia ยังทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้น

4. Venous thromboembolism

  • เป็น hypercoagulable state จาก clotting factors โดยเฉพาะ factor VIII/vWF เพิ่ม และ fibrinolysis ลดลง
  • เสี่ยงทั้งก่อนรักษาและช่วงหลังผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อมี reduced mobility, obesity, severe infection หรือประวัติโรคหลอดเลือด
  • ต้องประเมิน thromboprophylaxis ในผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลและรอบผ่าตัดตามความเสี่ยงรายบุคคล
  • ผู้ป่วยที่มีหอบ เจ็บหน้าอก หรือขาบวม ต้องไม่อธิบายอาการทั้งหมดด้วย obesity หรือ myopathy

5. กระดูกและกล้ามเนื้อ

  • Cortisol ทำให้ muscle protein catabolism → proximal weakness และแขนขาลีบ
  • Osteoporosis เกิดจาก bone formation ลด, bone resorption เพิ่ม และ calcium balance ผิดปกติ
  • อาจมาด้วย ปวดหลัง กระดูกสันหลังยุบ ซี่โครงหัก หรือ insufficiency fracture
  • อาจมี hypercalciuria/นิ่ว; hypercalcemia พบได้น้อยมาก
  • Osteonecrosis ของ femoral head พบได้แต่ไม่บ่อยใน endogenous disease
  • Bone density ดีขึ้นหลังควบคุมโรค แต่อาจใช้เวลาหลายปี

6. ระบบสืบพันธุ์และ androgen excess

  • หญิงมี oligomenorrhea/amenorrhea จาก cortisol กด GnRH–LH/FSH axis ไม่จำเป็นต้องเกิดจาก androgen สูง
  • Hirsutism และสิวสัมพันธ์กับ androgen excess ไม่ใช่ cortisol โดยตรง
  • Virilization รวดเร็วหรือรุนแรง เช่น เสียงทุ้ม ผมบางแบบชาย และ clitoromegaly ชวนสงสัย androgen-secreting adrenal carcinoma
  • Libido ลดลงพบได้บ่อย

7. จิตประสาทและการติดเชื้อ

  • อาการทางจิตเวชพบมากกว่าครึ่ง: depression, emotional lability, irritability และ anxiety; บางรายมี mania หรือ psychosis
  • ประเมิน suicide risk เมื่อมี depression รุนแรง
  • Short-term memory และ cognitive function อาจลดลง และฟื้นไม่เต็มที่หลัง remission
  • Cortisol กดภูมิคุ้มกัน ทำให้ติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะ severe/ectopic ACTH syndrome
  • Neutrophilia ไม่ได้หมายความว่าภูมิคุ้มกันดี เพราะเกิดจาก glucocorticoid-induced demargination ได้
  • รายรุนแรงต้องนึกถึงทั้ง bacterial และ opportunistic infections

พยากรณ์โรคและประเด็นสำหรับ ER

meta-analysis พบอัตราตายโดยรวมประมาณ 3 เท่าของประชากรทั่วไป สาเหตุสำคัญคือโรคหลอดเลือด/VTE และการติดเชื้อ

ในผู้ป่วยที่สงสัยหรือทราบว่าเป็น Cushing syndrome ให้ความสำคัญกับ severe infection, PE/DVT, hypokalemia, uncontrolled hypertension/hyperglycemia, fragility fracture และภาวะจิตเวชรุนแรง แม้รูปลักษณ์ Cushingoid จะไม่เด่นชัดก็ตาม


การตรวจยืนยันภาวะ hypercortisolism

ลำดับการประเมิน: สงสัยจากอาการ → ตัด exogenous glucocorticoids และปัจจัยรบกวน → ตรวจยืนยัน hypercortisolism → จึงตรวจหาสาเหตุ

การวินิจฉัย overt endogenous Cushing syndrome อาศัย first-line tests ต่างชนิดกันอย่างน้อย 2 ชนิดที่ผิดปกติชัดเจน ร่วมกับการแยก physiologic hypercortisolism ไม่วินิจฉัยจากผลผิดปกติเพียงครั้งเดียว

ใครควรได้รับการตรวจ

  • มีหลายอาการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ facial plethora, proximal myopathy, ช้ำง่าย และรอยแตกลายแดงม่วงกว้าง >1 cm
  • มีโรคที่ผิดปกติสำหรับอายุ เช่น osteoporosis หรือ hypertension ในคนอายุน้อย
  • Resistant hypertension หรือ osteoporosis รุนแรงที่อธิบายไม่ได้
  • Adrenal incidentaloma โดยใช้แนวทางประเมิน autonomous cortisol secretion โดยเฉพาะ

ก่อนตรวจ: ซักประวัติ steroid ทุกช่องทาง

ครอบคลุมยารับประทาน ฉีด สูด พ่นจมูก ทาผิว ครีม สมุนไพรและอาหารเสริม รวมถึงยาที่มี glucocorticoid activity เช่น megestrol acetate

  • Exogenous steroid อาจทำให้มี Cushingoid appearance แต่ ACTH และ endogenous cortisol ต่ำ
  • ระวัง ritonavir–glucocorticoid interaction ซึ่งเพิ่ม systemic steroid exposure
  • หากระบุได้ว่าเกิดจาก exogenous steroid ไม่ควรเข้าสู่ชุดตรวจหา endogenous Cushing syndrome ตามปกติ

First-line tests

การตรวจ

วิธีตรวจ

การแปลผลและข้อจำกัด

Bedtime/late-night salivary cortisol

เก็บก่อนนอน อย่างน้อย 2 คืนต่างวัน

สูงกว่า assay-specific ULN ถือว่าผิดปกติ; ไม่เหมาะกับ shift work หรือนอนผิดเวลา

24-hour urinary free cortisol — UFC

เก็บปัสสาวะครบ 24 ชั่วโมง อย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมประเมิน urine creatinine

>ULN เป็นผลผิดปกติ; >3×ULN สนับสนุนมาก แต่ยังต้องมีอีก test ยืนยัน

1-mg overnight DST

Dexamethasone 1 mg PO เวลา 23:00–24:00 น. → serum cortisol 08:00 น.

<1.8 µg/dL หรือ <50 nmol/L ถือว่ากดได้; ค่าที่ไม่กดต้องประเมินต่อ

UFC หรือ salivary cortisol ที่ตรวจซ้ำสองครั้งยังนับเป็น การตรวจชนิดเดียว การยืนยันต้องอาศัยผลจากอีกชนิดร่วมด้วย

1. Bedtime salivary cortisol

ตรวจการสูญเสีย nocturnal cortisol nadir เก็บที่บ้านได้และสะดวกสำหรับตรวจซ้ำ โดยเฉพาะสงสัย cyclic disease

  • ใช้ช่วงอ้างอิงของห้องปฏิบัติการนั้น ไม่มี cutoff เดียวใช้ได้กับทุก assay
  • ไม่เหมาะกับผู้มีเวลานอนแปรปรวนหรือทำงานเป็นกะ
  • อาจมี false positive ในผู้สูงอายุที่มีเบาหวาน/ความดันสูง
  • หากสงสัยโรคเป็นช่วง อาจต้องเก็บหลายคืนตลอดหลายสัปดาห์

2. 24-hour UFC

สะท้อน free cortisol โดยรวมตลอดวัน ไม่ขึ้นกับ cortisol-binding globulin (CBG)

  • ต้องเก็บครบ 24 ชั่วโมง และใช้ urine creatinine ช่วยตรวจความครบถ้วน
  • สูงเล็กน้อย <3×ULN ยังไม่จำเพาะ อาจเป็น pseudo-Cushing
  • ดื่มน้ำมาก/ปัสสาวะปริมาณมาก โดยเฉพาะ >3 L/day อาจทำให้ค่าสูงขึ้น
  • Mild หรือ cyclic Cushing และ MACS อาจมี UFC ปกติ
  • ไตเสื่อมทำให้ UFC ต่ำลง จึงไม่เหมาะใช้ใน CKD

3. Low-dose dexamethasone suppression test

ข้อดีคือทำง่าย แต่ต้องพิจารณา CBG และยาที่รบกวน dexamethasone metabolism

  • Oral estrogen/ยาคุมชนิดมี estrogen → CBG สูง → total cortisol สูง → false positive
    เลือกตรวจ UFC/salivary cortisol แทน หรือพิจารณาหยุด estrogen 6 สัปดาห์ หากเหมาะสม
  • ยากันชักบางชนิดเพิ่ม dexamethasone clearance → กด cortisol ไม่ได้ทั้งที่ไม่มีโรค
  • หากผลไม่สอดคล้อง อาจตรวจ serum dexamethasone level พร้อม cortisol เพื่อประเมินการได้รับยาและ metabolism
  • DST ผิดปกติเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยัน overt Cushing syndrome
  • High-dose DST ไม่ใช่การตรวจคัดกรอง/ยืนยันว่ามี Cushing syndrome แต่เป็นการตรวจในขั้นหาสาเหตุภายหลัง

ทางเลือกคือ 48-hour low-dose DST: dexamethasone 0.5 mg ทุก 6 ชั่วโมง รวม 8 doses ใช้เกณฑ์ cortisol suppression <1.8 µg/dL

แนวทางตามผลตรวจ

สถานการณ์

ขั้นตอนต่อไป

สงสัยต่ำ + initial test ปกติ

โดยทั่วไปไม่ต้องตรวจต่อ ยกเว้นอาการเพิ่มหรือสงสัย cyclic disease

สงสัยสูง แม้ initial test ปกติ

ส่ง endocrinologist และตรวจเพิ่มเติม/ตรวจซ้ำ

มีอย่างน้อย 1 ผลผิดปกติ

ทบทวน steroid, pseudo-Cushing และปัจจัยรบกวน แล้วตรวจซ้ำหรือใช้ first-line test อีกชนิด

ต่างชนิด ≥2 tests ผิดปกติชัด และตัด physiologic causes แล้ว

ยืนยัน hypercortisolism และเข้าสู่ขั้นหาสาเหตุ

ต่างชนิด 2 tests ปกติ

Cushing syndrome ไม่น่าเป็น ยกเว้น cyclic disease หรืออาการดำเนินต่อ

ผลก้ำกึ่งหรือขัดแย้งกัน

ติดตามและตรวจซ้ำ ไม่รีบสรุปหรือตัดโรค

Pseudo-Cushing / physiologic hypercortisolism

ปัจจัยที่ทำให้ผลตรวจผิดปกติได้ ได้แก่ acute illness, hospitalization/surgery, pain, severe depression, poorly controlled DM, severe obesity/PCOS, OSA, alcohol use/withdrawal และ pregnancy

ควรรักษาหรือให้ปัจจัยดังกล่าวสงบแล้วประเมินซ้ำตามบริบท โดยเฉพาะเมื่อผลสูงเพียงเล็กน้อย การมีภาวะเหล่านี้ ไม่ได้ตัด true Cushing syndrome หากมีอาการจำเพาะร่วมด้วย

เลือก test ในสถานการณ์พิเศษ

สถานการณ์

การตรวจที่เหมาะกว่า

Adrenal incidentaloma / สงสัย MACS

1-mg DST; UFC อาจปกติ และต้องแปลผลแยกจาก overt Cushing

สงสัย cyclic Cushing

Serial salivary cortisol หรือ UFC โดยเฉพาะช่วงมีอาการ

CKD

1-mg DST แทน UFC

ตั้งครรภ์

UFC หรือ salivary cortisol ภายใต้การแปลผลเฉพาะการตั้งครรภ์; หลีกเลี่ยง DST

ทำงานเป็นกะ/เวลานอนไม่สม่ำเสมอ

เลือก UFC หรือ DST ตามปัจจัยรบกวนอื่น

ใช้ oral estrogen หรือยาที่เพิ่ม dexamethasone clearance

เลือก UFC/salivary cortisol หากเหมาะสม

สำหรับ ER: ความเจ็บป่วยเฉียบพลัน ความเจ็บปวด และความเครียดจากการนอนโรงพยาบาลรบกวนผลตรวจได้ จึงควรวางแผนยืนยันในช่วงที่เหมาะสม และไม่ใช้ cortisol สูงเพียงค่าเดียวสรุปว่าเป็น Cushing syndrome


การตรวจหาสาเหตุ (ใช้หลังยืนยัน endogenous hypercortisolism แล้ว)

ขั้นแรกตรวจ plasma ACTH → แยก ACTH-independent จาก ACTH-dependent → จึงเลือก imaging และการตรวจเฉพาะทาง ไม่ควรสรุปสาเหตุจากก้อนที่พบในภาพเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเป็น incidentaloma

1. Plasma ACTH: จุดแยกสำคัญ

ควรตรวจ อย่างน้อย 2 วันต่างกัน เพราะ ACTH หลั่งเป็นช่วง และแปลผลขณะมี hypercortisolism

ACTH

การแปลผลตามเอกสาร

ขั้นตอนต่อไป

<10 pg/mL

สนับสนุน ACTH-independent

Thin-section adrenal CT

>20 pg/mL

สนับสนุน ACTH-dependent

แยก pituitary จาก ectopic ACTH

10–20 pg/mL

ก้ำกึ่ง

ยืนยัน sustained hypercortisolism และตรวจ ACTH ซ้ำ; ใช้ข้อมูลเสริม

กรณี ACTH ก้ำกึ่ง

  • เก็บ UFC หรือ bedtime salivary cortisol รายสัปดาห์ 4–6 สัปดาห์ แล้วตรวจ ACTH ซ้ำระหว่างมี hypercortisolism ชัดเจน
  • DHEAS ต่ำตามช่วงอายุ สนับสนุน adrenal source; ค่าปกติ/สูงสนับสนุน ACTH-dependent แต่ไม่ใช้ตัดสินลำพัง
  • อาจใช้ DDAVP/CRH stimulation เพิ่มเติมในศูนย์เฉพาะทาง; ไม่ตอบสนองไม่ได้ตัด Cushing disease
  • Mild/cyclic adrenal Cushing อาจกด ACTH ไม่เต็มที่ จนดูเหมือน ACTH-dependent

2. ACTH-dependent: pituitary หรือ ectopic?

ส่วนใหญ่เป็น Cushing disease แต่ไม่มี noninvasive test ใดแม่นยำพอใช้เพียงอย่างเดียว จึงต้องประเมินผลฮอร์โมนร่วมกับ pituitary MRI ± inferior petrosal sinus sampling (IPSS)

การตรวจ

ผลที่สนับสนุน pituitary source

ข้อจำกัด

Pituitary MRI with contrast

พบก้อนที่สอดคล้องกับผลฮอร์โมน

MRI ปกติไม่ตัดโรค; ก้อนเล็กอาจเป็น incidentaloma

High-dose DST

Cortisol ลดลงหลัง dexamethasone

Cushing disease บางรายไม่กด และ ectopic NET บางรายกดได้

DDAVP stimulation

ACTH/cortisol เพิ่มหลัง stimulation

Cushing disease ได้ถึงประมาณ 20% อาจไม่ตอบสนอง

CRH stimulation

ACTH/cortisol เพิ่ม

มีผลทับซ้อน; เอกสารระบุข้อจำกัดด้านการเข้าถึง CRH

IPSS

มี central-to-peripheral ACTH gradient

ต้องทำขณะ hypercortisolemic และตรวจสอบความถูกต้องของ catheterization

High-dose DST ตามเอกสาร: dexamethasone 8 mg PO เวลา 23:00–24:00 น. แล้วตรวจ serum cortisol เช้าวันถัดไป
เป็นการตรวจ แยกสาเหตุหลังยืนยัน Cushing syndrome ไม่ใช่การตรวจยืนยันว่ามี hypercortisolism และไม่ควรใช้ผล suppression เพียงอย่างเดียววินิจฉัย pituitary source

ลักษณะที่ชวนสงสัย ectopic ACTH ได้แก่ เริ่มอาการเร็ว, cortisol/UFC และ ACTH สูงมาก ร่วมกับ hypokalemia แต่ไม่จำเพาะ

3. Inferior petrosal sinus sampling — IPSS

ใช้แยก pituitary ACTH secretion จาก ectopic source โดยเก็บ ACTH จาก inferior petrosal sinuses ทั้งสองข้างเทียบกับ peripheral blood ก่อนและหลัง stimulation

ข้อบ่งชี้สำคัญ

  • MRI ไม่พบก้อน หรือพบก้อนเล็กและยังระบุสาเหตุไม่ได้
  • ผล biochemical tests กับ imaging ขัดแย้งกัน
  • เคยผ่าตัด pituitary แล้วโรคไม่ดีขึ้นและยังไม่ชัดว่าเป็น pituitary source
  • เคยทำ IPSS แต่เทคนิคไม่สมบูรณ์ หรือทำขณะไม่มี hypercortisolism

ใช้ 6 mm เป็นจุดประกอบการตัดสินใจ: ก้อน >6 mm ร่วมกับผล noninvasive tests สอดคล้องอาจไม่ต้องทำ IPSS แต่แนวทางในก้อนเล็ก/MRI ปกติขึ้นกับความเชี่ยวชาญและความเห็นของแต่ละศูนย์

เกณฑ์ central-to-peripheral ACTH ratio

ช่วงตรวจ

สนับสนุน pituitary source

ก่อน stimulation

≥2

หลัง CRH หรือ DDAVP

≥3

  • CRH 1 µg/kg IV สูงสุด 100 µg หรือ DDAVP 10 µg IV เมื่อใช้แทน CRH
  • ความแม่นยำโดยรวมสูงประมาณ 95% ในข้อมูลที่ใช้ CRH แต่ไม่สมบูรณ์
  • ต้องยืนยัน active hypercortisolism ก่อนทำ โดยเฉพาะ cyclic disease มิฉะนั้น normal corticotrophs อาจทำให้แปลผลผิด
  • ผลลบต้องทบทวน catheter position และ venous drainage; prolactin normalization อาจช่วยประเมินความน่าเชื่อถือ
  • ไม่ใช้ IPSS เพื่อระบุซ้าย–ขวาอย่างเด็ดขาด เพราะ lateralization แม่นยำเพียงประมาณ 69–71%
  • มีความเสี่ยง hematoma, thrombosis และ neurologic complications ที่พบได้น้อย จึงควรทำในศูนย์มีประสบการณ์

4. หากสนับสนุน ectopic ACTH: ค้นหาก้อน

  • เริ่ม thin-slice chest CT ประมาณ 1–2 mm เพราะแหล่งส่วนใหญ่อยู่ในทรวงอก เช่น bronchial/thymic NET หรือ small-cell lung cancer
  • เพิ่ม abdominal CT/MRI เพื่อหา pancreatic NET, pheochromocytoma หรือ metastases
  • ใช้ ⁶⁸Ga-DOTATATE PET/CT ± ¹⁸F-DOPA PET/CT เสริมเมื่อก้อนยังไม่ชัดหรือช่วยยืนยันตำแหน่ง
  • ตรวจคอ/เชิงกรานตามบริบทหรือจุดที่ functional imaging ชี้เป้า
  • Functional uptake ไม่ได้ยืนยันว่าเป็น ACTH-secreting tumor ต้องเทียบกับ anatomic imaging และข้อมูลทางคลินิก
  • เอกสารไม่แนะนำ FDG-PET เป็น routine สำหรับค้นหา occult ectopic ACTH tumor

5. ACTH-independent: ประเมิน adrenal source

ทำ thin-section adrenal CT โดยมี unenhanced images เพื่อประเมิน attenuation เป็น Hounsfield units

ลักษณะ

ความหมาย

ก้อน homogeneous และ unenhanced attenuation ≤10 HU

สนับสนุน lipid-rich adenoma

Necrosis, hemorrhage, calcification หรือก้อนที่มีลักษณะน่าสงสัย

ต้องประเมิน adrenocortical carcinoma เพิ่ม

Bilateral macronodular enlargement

พิจารณา PBMAH แต่ ACTH-dependent disease เรื้อรังก็ทำให้ adrenal โตสองข้างได้

Micronodular disease

พิจารณา PPNAD และประเมิน Carney complex

  • ก้อนที่ไม่ใช่ lipid-rich adenoma อาจต้องใช้ adrenal imaging เพิ่มเติมเพื่อจำแนก
  • Androgen/steroid precursors สูงร่วมสนับสนุนความสงสัย carcinoma
  • Bilateral masses ต้องประเมินว่าทั้งสองข้างสร้างฮอร์โมน หรือข้างหนึ่งเป็น incidentaloma
  • หากสงสัย carcinoma ให้ staging และประเมินโดยทีมเฉพาะทาง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง: หาแหล่งก้อนก่อนยืนยัน hypercortisolism, ใช้ ACTH ก้ำกึ่งเพียงค่าเดียว, ถือว่า MRI พบ microadenoma เท่ากับ Cushing disease และถือว่า IPSS ไม่มี gradient เท่ากับ ectopic ACTH โดยไม่ทบทวนคุณภาพการตรวจ


การรักษา

หลักการคือรักษาที่ต้นเหตุ โดยควบคุม cortisol excess และภาวะแทรกซ้อนควบคู่กัน ไม่ควรรอให้การตรวจหาสาเหตุเสร็จทั้งหมดหาก hypercortisolism รุนแรงจนคุกคามชีวิต

เป้าหมาย ได้แก่ cortisol กลับปกติ อาการดีขึ้น กำจัดก้อน และลดโอกาสเกิด permanent hormone deficiency หรือจำเป็นต้องใช้ยาระยะยาว

การรักษาตามสาเหตุ

สาเหตุ

การรักษาหลัก

เมื่อรักษาหลักไม่ได้ผล/ทำไม่ได้

Exogenous glucocorticoid

ลดและหยุด steroid อย่างเป็นขั้นตอนตามโรคเดิมและ HPA-axis suppression

ปรับการรักษาโรคเดิมเพื่อลด steroid exposure

Cushing disease

Transsphenoidal pituitary surgery โดยศัลยแพทย์มีประสบการณ์

ยาควบคุม cortisol, ผ่าตัดซ้ำ/รังสีรักษาตามบริบท หรือ bilateral adrenalectomy

Ectopic ACTH/CRH

ผ่าตัดก้อนต้นเหตุหากตัดได้

Steroidogenesis inhibitors และรักษามะเร็ง; บางรายพิจารณา bilateral adrenalectomy

Cortisol-producing adrenal adenoma

Unilateral adrenalectomy

ยาลด cortisol ระหว่างเตรียมผ่าตัดตามความจำเป็น

Adrenocortical carcinoma

รักษาตามระยะและความสามารถในการตัดก้อน ร่วมกับควบคุม cortisol

การรักษามะเร็งและยาควบคุมฮอร์โมน

PPNAD / bilateral adrenal hyperplasia

มักต้องพิจารณา bilateral adrenalectomy โดยปรับตามชนิดโรค

ยาลด cortisol; BMAH บางรายอาจตอบสนองต่อ aberrant receptor blockade

1. รักษาภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่เริ่มประเมิน

  • ควบคุม hypertension, diabetes และ hypokalemia
  • ประเมินและรักษา osteoporosis/fragility fractures
  • เฝ้าระวัง bacterial และ opportunistic infections
  • พิจารณา VTE prophylaxis โดยเฉพาะรอบผ่าตัด ตามความเสี่ยงเลือดออกและแนวทางของทีมรักษา
  • ประเมินสุขภาพจิตและ suicide risk ตามข้อบ่งชี้

การรักษาโรคร่วมต้องดำเนินต่อหลัง remission และลด/หยุดเมื่อประเมินแล้วว่าความผิดปกตินั้นหายจริง

2. Cushing disease

Transsphenoidal surgery เป็น first-line

  • ในมือผู้เชี่ยวชาญ initial remission ประมาณ 70–80%
  • เมื่อรวม late recurrence การหายระยะยาวประมาณ 60–70%
  • การตัดเนื้อ pituitary มากขึ้นเพิ่มความเสี่ยง hypopituitarism จึงต้องชั่งกับโอกาสควบคุมโรค

ยามีบทบาทเมื่อรอผ่าตัด ผ่าตัดไม่ได้ หรือยังมีโรคหลังผ่าตัด

กลุ่มยา

บทบาท

Adrenal steroidogenesis inhibitors

ลดการสร้าง cortisol; ใช้ได้ทั้ง bridge therapy และควบคุมระยะยาว

Pituitary-directed drugs เช่น cabergoline, pasireotide

ลด ACTH; รายงาน UFC ปกติประมาณ 20–40% โดยเฉพาะโรคไม่รุนแรง

Mifepristone

ต้าน glucocorticoid receptor; มีบทบาทควบคุม hyperglycemia ในผู้ที่ผ่าตัดไม่ได้หรือผ่าตัดไม่สำเร็จ

Mitotane

Adrenolytic agent ใช้ในบางบริบท

Pituitary radiotherapy

  • ใช้ใน persistent/recurrent disease บางราย โดยเลือกวิธีตามขนาดและตำแหน่งก้อน
  • ผลเกิดช้า หลายเดือนถึงหลายปี จึงต้องให้ยาควบคุม cortisol ระหว่างรอ
  • Stereotactic radiosurgery สะดวกและจำกัดบริเวณฉาย แต่ก้อนใกล้ optic apparatus หรือก้อนใหญ่ อาจเหมาะกับ fractionated RT มากกว่า
  • ต้องติดตาม hypopituitarism และ recurrence ระยะยาว

Bilateral adrenalectomy

  • ควบคุมแหล่งสร้าง cortisol ได้อย่างเด็ดขาด แต่ ไม่ได้กำจัด pituitary tumor
  • ทำให้เกิด permanent primary adrenal insufficiency → ต้องใช้ glucocorticoid และ mineralocorticoid ตลอดชีวิต
  • ใน Cushing disease ต้องติดตาม corticotroph tumor progression/Nelson syndrome

3. Ectopic ACTH/CRH

  • หากก้อนตัดได้ การผ่าตัดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
  • หากยังหาก้อนไม่พบ ให้ยาควบคุม cortisol พร้อมติดตามด้วย CT/MRI และ somatostatin receptor imaging เป็นระยะ
  • ก้อนที่ตัดไม่ได้อาจใช้ steroidogenesis inhibitors ระยะยาว หรือ bilateral adrenalectomy ในรายเหมาะสม
  • Somatostatin analog อาจลด ACTH ได้ในก้อนบางชนิด แต่ตอบสนองไม่สม่ำเสมอ
  • พยากรณ์โรคขึ้นกับชนิดและระยะของก้อน รวมถึงความรุนแรงของ cortisol excess

4. Primary adrenal disease และการให้ steroid หลังผ่าตัด

Unilateral cortisol-producing adenoma: laparoscopic adrenalectomy โดยผู้มีประสบการณ์ให้โอกาสหายสูงมาก

หลังเอาก้อนออก ต่อมหมวกไตอีกข้างยังถูกกดและฝ่อ จึงต้องให้ glucocorticoid replacement แม้เหลือ adrenal อีกข้างอยู่

  • อาจต้องใช้ replacement หลายเดือนถึงประมาณ 1 ปีหรือนานกว่า จน HPA axis ฟื้น
  • ตัวอย่าง perioperative hydrocortisone 150–200 mg IV ใน 24 ชั่วโมงแรก แล้วลดลงตามอาการจนเป็นยารับประทาน โดยปรับเป็นรายบุคคล
  • ผู้ป่วย MACS ที่มี HPA-axis suppression ก็อาจต้องได้รับ perioperative steroid coverage

PPNAD: bilateral adrenalectomy ให้ผลแน่นอนกว่า subtotal/unilateral surgery ซึ่งเสี่ยงกลับเป็นซ้ำ
BMAH: เลือกวิธีตามความรุนแรง ลักษณะสองข้าง และความเป็นไปได้ของการรักษาเฉพาะ receptor

5. หลังควบคุมโรคได้

  • รูปลักษณ์และอาการทั่วไปค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2–12 เดือน
  • น้ำหนัก ความดัน และน้ำตาลดีขึ้น แต่อาจไม่กลับปกติทั้งหมด
  • Bone density เริ่มฟื้นประมาณ 6 เดือน และดีขึ้นต่อเนื่องหลายปี
  • Depression, cognitive impairment และคุณภาพชีวิตอาจยังผิดปกติ แม้ biochemical remission
  • ต้องติดตาม adrenal insufficiency, pituitary deficiencies และ recurrence ตามสาเหตุและวิธีรักษา

ประเด็นสำหรับ ER: ผู้ป่วย severe Cushing อาจเสียชีวิตจาก infection, thromboembolism หรือ cardiovascular complications ก่อนตรวจหาสาเหตุเสร็จ ส่วนผู้ที่ใช้ steroid เรื้อรังหรือเพิ่งรักษาโรคสำเร็จ ต้องระวัง adrenal insufficiency โดยเฉพาะเมื่อหยุด steroid หรือมี acute illness