Hypoparathyroidism
ลักษณะสำคัญคือ hypocalcemia ร่วมกับ PTH ต่ำหรือ
“ปกติแต่ไม่สูงตามที่ควร” มักมี
phosphate สูง ต้องแยก hypomagnesemia ซึ่งทำให้เกิด functional hypoparathyroidism และแก้กลับได้
เป้าหมายการรักษาคือ ไม่มีอาการ โดยรักษา calcium ช่วงล่างของค่าปกติหรือ slightly below normal และไม่ทำให้
hypercalciuria การดัน calcium ให้สูงปกติอาจเพิ่มนิ่ว nephrocalcinosis และ CKD
1. สาเหตุ
|
สาเหตุ |
ประเด็นสำคัญ |
|
Postsurgical — พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ |
หลัง thyroid/parathyroid/neck
surgery จาก gland injury, removal หรือ blood
supply เสีย; อาจเป็นชั่วคราวหรือเรื้อรัง |
|
Autoimmune |
อาจเป็น isolated
disease หรือ APS/PAS type 1: AIRE mutation ร่วมกับ chronic mucocutaneous candidiasis และ adrenal
insufficiency |
|
Genetic |
Abnormal parathyroid development เช่น DiGeorge; PTH-related defects; activating CaSR/downstream
pathway |
|
อื่น ๆ |
Radiation, infiltrative/storage
disease เช่น hemochromatosis, Wilson disease, granuloma หรือ metastasis |
อย่ารีบสรุปว่าเป็น permanent หลังผ่าตัด:
ESE 2025 นิยาม chronic postsurgical hypoparathyroidism เมื่อยังคงอยู่ >12 เดือน และบางรายยังฟื้นตัวหลังจากนั้นได้
2. อาการและภาวะแทรกซ้อน
|
ระยะ |
อาการสำคัญ |
|
Acute hypocalcemia |
ชารอบปาก/ปลายมือเท้า
ตะคริว, tetany, carpopedal spasm, Trousseau/Chvostek signs |
|
อาการอันตราย |
Laryngospasm, seizures,
markedly prolonged QT, arrhythmia, hypotension และ heart
failure |
|
Chronic disease |
Cataract, basal ganglia
calcification ± movement disorder, cognitive symptoms, dental abnormalities หากเกิดตั้งแต่วัยเด็ก, ผิวแห้ง ผม/เล็บเปราะ
และคุณภาพชีวิตลดลง |
Bone turnover มักต่ำและ BMD อาจสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี fracture
risk
3. การวินิจฉัย
ตรวจพร้อมกัน ได้แก่ calcium + albumin หรือ ionized calcium, PTH, Mg, phosphate และ creatinine/eGFR
- Calcium ต่ำ + PTH ต่ำ/ไม่สูงตามควร + phosphate
สูง: สนับสนุน
hypoparathyroidism
- หาก albumin ผิดปกติ ควรใช้ ionized calcium
- รายไม่มีอาการให้ยืนยัน hypocalcemia ด้วยการตรวจซ้ำ;
nonsurgical disease อาจตรวจ calcium/PTH ซ้ำห่างประมาณ 2 สัปดาห์
- ตรวจ 25(OH)D และเก็บ 24-hour urine calcium/creatinine เป็น baseline เมื่อเหมาะสม
โดยไม่ชะลอการรักษาฉุกเฉิน
จุดที่ต้องแยก
- Hypomagnesemia:
ลดทั้ง PTH secretion และ PTH
action → ต้องแก้ Mg ร่วมด้วย มิฉะนั้น calcium อาจแก้ไม่ขึ้น
- Biotin
interference: อาจทำให้ PTH ต่ำปลอม;
ถ้าผลไม่สอดคล้อง
ให้ทบทวนอาหารเสริมและตรวจซ้ำหลังหยุดตามคำแนะนำห้องปฏิบัติการ
- Vitamin
D deficiency/CKD โดยทั่วไปมี PTH สูงตอบสนอง มากกว่าต่ำ
- PTH resistance มี PTH สูง จึงต่างจาก true PTH
deficiency
- Nonsurgical disease ร่วมกับ candidiasis ให้ประเมิน adrenal
insufficiency/APS1
- อายุน้อย ประวัติครอบครัว หรือ hypercalciuria เด่น
ให้คิดถึง autosomal dominant hypocalcemia
4. Acute symptomatic hypocalcemia: รักษาใน ED
ให้ IV calcium เมื่อมีอาการรุนแรง หรือ calcium ลดรวดเร็วถึง ≤7.5 mg/dL แม้อาการยังน้อย
ขนาดผู้ใหญ่
- 10% calcium
gluconate 10–20 mL เจือจางใน D5W ประมาณ 50 mL ให้ IV นาน 10–20 นาที
- 10%
calcium gluconate 10 mL ให้ elemental calcium ประมาณ 90–93 mg
- ให้ภายใต้ ECG monitoring และพิจารณา continuous infusion ต่อ
โดยปรับตามอาการและ serial calcium
- แก้ Mg deficiency พร้อมกัน โดยไม่ชะลอ calcium ในผู้ป่วยอันตราย
- เมื่อกินได้ เริ่ม calcitriol 0.5
mcg BID ร่วมกับ oral elemental calcium ประมาณ 1–4 g/day แบ่งให้ ในช่วง acute postsurgical
- ค่อยลด IV calcium เมื่อไม่มีอาการและ calcium
อยู่ในช่วงปลอดภัย
ขนาด calcium รับประทานทั้งหมดข้างต้นหมายถึง “elemental
calcium” ไม่ใช่น้ำหนักเกลือ calcium carbonate
รายอาการเล็กน้อยและ calcium >7.5
mg/dL อาจเริ่ม oral calcium + calcitriol ได้
แต่หากไม่ดีขึ้นให้ประเมิน IV calcium
5. การรักษาเรื้อรัง
|
ยา |
ขนาดทั่วไปในผู้ใหญ่ |
|
Elemental calcium |
1–2 g/day แบ่งให้ ปรับตามอาหาร อาการ serum/urine calcium |
|
Calcitriol |
เริ่ม 0.25
mcg BID; ปรับครั้งละประมาณ 0.25 mcg/day ตามผลตรวจ บางรายต้องถึง 2 mcg/day |
|
Calcium citrate |
พิจารณาเมื่อ achlorhydria
หรือดูดซึม calcium carbonate ไม่ดี |
|
Alfacalcidol |
เป็นทางเลือกของ active
vitamin D; ไม่ใช้ขนาดแทน calcitriol แบบเท่ากันโดยอัตโนมัติ |
เหตุผลที่ต้องใช้ active vitamin D: PTH ต่ำทำให้ renal
conversion เป็น calcitriol ลดลง การให้ native
vitamin D อย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ แต่ยังต้องแก้ 25(OH)D
deficiency ร่วมด้วย
เป้าหมาย
- ไม่มีอาการ hypocalcemia
- Calcium
ช่วงล่างของ reference range เช่นประมาณ 8.0–8.5
mg/dL โดยปรับรายบุคคล
- Phosphate
และ Mg อยู่ในช่วงปกติ
- 24-hour
urine calcium <250 mg/day ในหญิง และ <300
mg/day ในชาย
Hypercalciuria เกิดได้แม้ serum calcium ไม่สูง เพราะขาดฤทธิ์ PTH ที่ช่วยเก็บ
calcium ทางไต
6. เมื่อเกิด hypercalciuria
1.
ปรับลด calcium/active
vitamin D โดยยังคุมอาการและ serum calcium ได้
2.
ลด sodium intake
3.
พิจารณา thiazide หากยังสูง พร้อมติดตาม BP, Na, K, Mg และ renal
function
4.
ถ้ายังควบคุมไม่ได้ พิจารณา PTH
replacement
ตัวอย่าง hydrochlorothiazide เริ่ม 12.5–25 mg/day และปรับตามการตอบสนอง ระวังเป็นพิเศษในผู้มี Addison disease/APS1;
amiloride อาจช่วยลด K/Mg loss ในบางราย
7. Postsurgical follow-up และการลดยา
- ประเมิน calcium, Mg และ PTH หลังผ่าตัดตาม hospital protocol
- หลัง thyroidectomy อาจใช้ PTH ที่ 12–24 ชั่วโมง ช่วยประเมินความเสี่ยง hypocalcemia
- เมื่อ PTH และ calcium ฟื้นตัว
ค่อยลด calcium/calcitriol ภายใต้ผลตรวจ
- เริ่มพิจารณาลดช่วง 3–6 สัปดาห์ และลดประมาณ 25% ต่อสัปดาห์หากผลเหมาะสม
- หาก calcium/PTH ยังต่ำ
ไม่ควรลดตามกำหนดเวลาเพียงอย่างเดียว
- ผู้มี parathyroid reserve ลดลงอาจทรุดหลัง
denosumab, bisphosphonate หรือ vitamin D
deficiency
Hungry bone syndrome หลัง parathyroidectomy
เป็นอีกกลไกของ postoperative hypocalcemia จากกระดูกดึง
calcium กลับ อาจต้องการ calcium/active vitamin D สูงและนาน จึงไม่ควรถือว่าเป็น gland failure ทุกราย
8. PTH replacement therapy
พิจารณาเมื่อปรับ conventional therapy เต็มที่แล้วยังมีอาการ calcium แกว่ง,
hypercalciuria, hyperphosphatemia, ไตเสื่อม หรือคุณภาพชีวิตไม่ดี
- Palopegteriparatide:
long-acting PTH(1-34) prodrug ได้รับอนุมัติสำหรับ adult
hypoparathyroidism ในบางประเทศ
- เริ่มโดยทั่วไป 18 mcg SC วันละครั้ง ปรับครั้งละ 3 mcg พร้อมลด calcitriol/calcium
ตาม protocol และตรวจ calcium หลังเริ่มหรือปรับยา 7–10 วัน
- Teriparatide:
เป็นทางเลือกแบบ off-label สำหรับ hypoparathyroidism
- ระวัง hypo-/hypercalcemia และการหยุดยาซึ่งอาจทำให้
calcium ลดรุนแรง
9. การติดตามและหญิงตั้งครรภ์
แนวทาง ESE 2025 เสนอในผู้ป่วยคงที่:
- Serum
calcium, phosphate, Mg และ creatinine/eGFR ทุก 3–6 เดือน
- หลังปรับการรักษา ตรวจทุก 1–2 สัปดาห์ หรือถี่กว่านั้นตามความรุนแรง
- 24-hour
urine calcium ทุก 1–2 ปี ระหว่าง conventional therapy และถี่ขึ้นเมื่อมีปัญหา
- Renal
imaging เมื่อสงสัยนิ่ว/nephrocalcinosis หรือไตเสื่อมไม่ทราบสาเหตุ
ช่วงตั้งครรภ์ติดตาม calcium ประมาณทุก 3–4 สัปดาห์ และถี่ขึ้นใกล้คลอด/ให้นม
ขนาด calcitriol มักลดลงระหว่างให้นม จึงเสี่ยง hypercalcemia
หากไม่ปรับยา; โดยทั่วไปหลีกเลี่ยง thiazide
และ PTH therapy ระหว่างตั้งครรภ์