วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Gastrointestinal Decontamination

Gastrointestinal Decontamination

การทำ gastrointestinal (GI) decontamination มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการดูดซึมของสารพิษจากทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานจาก randomized controlled trials ว่าการทำ GI decontamination เป็นกิจวัตรช่วยลด morbidity หรือ mortality ดังนั้นควรเลือกใช้เฉพาะในผู้ป่วยที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากชนิดสารพิษ ปริมาณที่รับประทาน เวลาหลังรับประทาน และความเสี่ยงของหัตถการ


หลักการเลือกทำ GI decontamination

GI decontamination มีโอกาสเกิดประโยชน์เมื่อ

  • มาถึงโรงพยาบาลเร็ว (โดยทั่วไปภายใน 1–2 ชั่วโมง)
  • รับประทานสารพิษในปริมาณที่ก่อพิษ
  • ยังไม่มีข้อห้าม เช่น aspiration risk หรือ bowel obstruction

ไม่ควรทำเมื่อ

  • รับประทานสารที่ไม่ก่อพิษ
  • สารถูกดูดซึมหมดแล้ว
  • สารไม่สามารถกำจัดด้วยวิธีนั้นได้

วิธีการ GI decontamination

ประกอบด้วย

1.       Single-dose activated charcoal (SDAC)

2.       Multiple-dose activated charcoal (MDAC)

3.       Whole bowel irrigation (WBI)

4.       Gastric lavage

5.       Endoscopic/Surgical removal (เฉพาะบางกรณี)

ส่วน Ipecac syrup และ Cathartics ไม่แนะนำให้ใช้เป็น routine


1. Single-dose Activated Charcoal (SDAC)

กลไก

Activated charcoal (AC)

ดูดซับสารพิษในทางเดินอาหารและลดการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย


ข้อบ่งชี้

เหมาะที่สุดเมื่อ

  • ให้ภายใน 1 ชั่วโมง หลังรับประทานสารพิษ

อาจยังมีประโยชน์ในบางกรณีแม้เกิน 1 ชั่วโมง เช่น

  • Acetaminophen
  • Salicylate
  • Calcium channel blocker
  • Extended-release formulation
  • ภาวะ gastric emptying ช้า

ข้อห้าม

  • GCS ต่ำโดยยังไม่ได้ป้องกันทางเดินหายใจ
  • มาช้า ไม่มีสารตกค้างในกระเพาะ
  • Hydrocarbon ingestion
  • Caustic ingestion ที่ต้องส่องกล้อง
  • Bowel obstruction หรือ perforation

สารที่ AC ดูดซับไม่ได้ดี

จำง่ายด้วย "PHAILS"

  • Pesticides บางชนิด
  • Hydrocarbons
  • Acids/Alkali
  • Iron
  • Lithium
  • Solvents / Alcohols

โดยเฉพาะ

  • Iron
  • Lithium
  • Alcohol
  • Mineral acid
  • Alkali

ขนาดยา

ผู้ใหญ่

50 g (ช่วง 25–100 g)

เด็ก

0.5–1 g/kg

  • <1 ปี : 10–25 g
  • 1–12 ปี : 25–50 g (สูงสุด 50 g)

ภาวะแทรกซ้อน

  • Nausea
  • Vomiting
  • Constipation
  • Aspiration (พบไม่บ่อย)

การให้ร่วมกับ sorbitol เพิ่ม GI adverse effects และ ไม่ควรใช้ในเด็ก ยกเว้นไม่มีทางเลือก และให้เพียง ครั้งเดียว


2. Multiple-dose Activated Charcoal (MDAC)

กลไก

  • ลด enterohepatic recirculation
  • Gut dialysis
  • ลดการดูดซึมของ sustained-release drugs

ข้อบ่งชี้

อาจใช้ในพิษรุนแรงจาก

  • Carbamazepine
  • Dapsone
  • Phenobarbital
  • Theophylline
  • Caffeine
  • Salicylates
  • Phenytoin
  • Cardiac glycosides (หากไม่มี digoxin immune Fab)
  • Colchicine
  • Thallium
  • Amanita mushroom

ขนาดยา

หลัง initial dose

ให้ประมาณ

  • 25 g ทุก 2 ชั่วโมง
  • หรือ 50 g ทุก 4 ชั่วโมง

ควรหลีกเลี่ยง sorbitol ร่วมกับ MDAC


ภาวะแทรกซ้อน

เพิ่มความเสี่ยง

  • Ileus
  • Bowel obstruction
  • Bowel perforation (พบได้น้อย)

3. Whole Bowel Irrigation (WBI)

กลไก

ให้ polyethylene glycol electrolyte solution (PEG-ES) ปริมาณมากเพื่อชะล้างลำไส้ทั้งหมด


ข้อบ่งชี้

  • Sustained-release หรือ enteric-coated tablets
  • Iron tablets
  • Lead-containing foreign body
  • Body packing
  • Clonidine patch ingestion

ข้อห้าม

  • Ileus
  • Bowel obstruction
  • GI perforation
  • GI bleeding
  • Hemodynamic instability
  • Intractable vomiting

ขนาด

PEG-ES

  • 9 เดือน–6 ปี : 500 mL/hr
  • 6–12 ปี : 1000 mL/hr
  • ผู้ใหญ่ : 1500–2000 mL/hr

ให้จน rectal effluent ใส


4. Gastric Lavage

ปัจจุบัน

ไม่แนะนำให้ทำเป็น routine

เพราะ

  • ประโยชน์ไม่ชัดเจน
  • ภาวะแทรกซ้อนสูง

พิจารณาเฉพาะ

  • เพิ่งรับประทานสารพิษรุนแรงมาก
  • ภายในประมาณ 1 ชั่วโมง
  • ประเมินแล้วว่าประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง

ข้อห้าม

  • Airway ไม่ได้รับการป้องกัน
  • Caustic ingestion
  • Hydrocarbon ingestion
  • GI perforation
  • GI bleeding risk

ภาวะแทรกซ้อน

  • Aspiration pneumonia
  • Esophageal perforation
  • Gastric perforation
  • Dysrhythmia
  • Hypoxia
  • Electrolyte disturbance

5. Endoscopy / Surgery

พิจารณาเมื่อ

  • Pharmacobezoar
  • Massive heavy metal ingestion
  • Body packer ที่มี toxicity
  • กรณีที่ไม่สามารถกำจัดสารพิษด้วยวิธีอื่นได้

วิธีที่ไม่แนะนำ

Syrup of Ipecac

ไม่แนะนำ

เนื่องจาก

  • ประสิทธิภาพต่ำกว่า AC
  • เพิ่ม aspiration
  • ทำให้การรักษาอื่นล่าช้า

Cathartics

ไม่แนะนำ

  • ใช้เดี่ยว
  • ใช้ร่วมกับ AC เป็น routine

โดยเฉพาะในเด็ก เพราะเสี่ยง

  • Dehydration
  • Electrolyte imbalance

Dilution

การให้ดื่มน้ำหรือนมหลังรับประทานสารกัดกร่อน

ไม่แนะนำ เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าช่วยลดการบาดเจ็บ และอาจเพิ่มความเสี่ยงได้


Pearls สำหรับแพทย์

  • GI decontamination ไม่ควรทำเป็นกิจวัตร แต่ควรเลือกใช้ตามชนิดสารพิษ ระยะเวลาหลังรับประทาน และความเสี่ยงของหัตถการ
  • Single-dose activated charcoal เป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด และให้ประโยชน์สูงสุดเมื่อให้ภายใน 1 ชั่วโมง หลังรับประทานสารพิษ หรือในบางกรณีที่สารดูดซึมช้า (เช่น sustained-release formulations)
  • Activated charcoal ไม่ดูดซับ Iron, Lithium, Alcohols, Acids และ Alkalis จึงไม่ควรใช้ในสารพิษกลุ่มนี้
  • Multiple-dose activated charcoal ใช้เฉพาะในสารพิษบางชนิด เช่น carbamazepine, phenobarbital, theophylline, dapsone และ colchicine
  • Whole bowel irrigation เหมาะกับ iron, sustained-release preparations และ body packing แต่ไม่ใช่การรักษามาตรฐานสำหรับผู้ป่วยพิษทุกราย
  • Gastric lavage, ipecac syrup และ cathartics ไม่แนะนำให้ใช้เป็น routine เนื่องจากประโยชน์จำกัดและมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูง

 

Chemical Terrorism

Chemical Terrorism

Chemical terrorism เป็นส่วนหนึ่งของภัยคุกคามแบบ CBRNE (Chemical, Biological, Radiological, Nuclear, Explosive) จุดเด่นคือผู้ป่วยมักเกิดอาการ รวดเร็วภายในไม่กี่นาทีถึงชั่วโมง ต่างจาก biologic terrorism ที่มักมีระยะฟักตัวหลายชั่วโมงถึงหลายวัน แพทย์ฉุกเฉินต้องสามารถจำแนก toxidrome และเริ่มการรักษารวมถึงการป้องกันการปนเปื้อนของบุคลากรได้อย่างรวดเร็ว


หลักการสำคัญ

ผู้ป่วยที่ได้รับสารเคมีอันตราย

  • มักมีผู้ป่วยหลายรายเกิดอาการพร้อมกัน
  • อาการเกิดรวดเร็ว (minutes–hours)
  • มักไม่มีบาดแผลจากแรงระเบิด
  • อาจมีผู้เสียชีวิตของสัตว์หรือพืชในบริเวณเดียวกัน
  • ผู้ป่วยมักอยู่บริเวณ downwind ของจุดปล่อยสาร

ประเภทของ Chemical agents

1. Pulmonary agents

ตัวอย่าง

  • Chlorine
  • Phosgene

อาการเด่น

  • Eye irritation
  • Cough
  • Dyspnea
  • Pulmonary edema

2. Blood agents

เช่น

  • Cyanide

อาการเด่น

  • Rapid coma
  • Seizure
  • Severe lactic acidosis
  • Cardiovascular collapse

3. Vesicants (Blister agents)

เช่น

  • Sulfur mustard
  • Lewisite

อาการ

  • Skin burn
  • Blister
  • Eye injury
  • Delayed pulmonary injury

4. Nerve agents

ได้แก่

  • Tabun (GA)
  • Sarin (GB)
  • Soman (GD)
  • VX
  • Novichok

เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด


5. Incapacitating agent

เช่น

  • BZ

ทำให้เกิด

Anticholinergic delirium


6. Riot control agents

เช่น

  • Pepper spray (OC)
  • CS
  • CN

มักทำให้เกิด

  • Eye irritation
  • Bronchospasm
  • Dermatitis

Recognition: เมื่อใดควรสงสัย Chemical attack

ลักษณะที่สนับสนุน

  • ผู้ป่วยหลายรายเกิดอาการพร้อมกัน
  • อาการเริ่มภายในไม่กี่นาที
  • มีกลิ่นหรือหมอกผิดปกติ
  • ผู้ป่วยอยู่ใต้ลม (downwind)
  • รักษาตามปกติแล้วไม่ตอบสนอง
  • พบ toxidrome เดียวกันหลายราย

Toxidromes ที่ต้องจำ

Toxidrome

นึกถึง

Miosis + bronchorrhea + fasciculation

Nerve agents

Coma + severe lactic acidosis

Cyanide

Rapid respiratory distress + airway irritation

Chlorine

Delayed pulmonary edema

Phosgene

Skin blister

Sulfur mustard

Dry skin + mydriasis + delirium

BZ (anticholinergic)


ASBESTOS mnemonic

ใช้ประเมินผู้ป่วย

  • A – Agent
  • S – State (gas/liquid/aerosol)
  • B – Body site
  • E – Effects
  • S – Severity
  • T – Time course
  • O – Other diagnoses
  • S – Synergism

Initial management (ABCDE)

A Airway

  • Airway protection
  • C-spine หากมี trauma

B Breathing

  • Oxygen
  • Bag-mask ventilation
  • Intubation เมื่อจำเป็น

หลีกเลี่ยง succinylcholine หากสงสัย nerve agent exposure เนื่องจากการยับยั้ง cholinesterase อาจทำให้เกิด prolonged paralysis


C Circulation

  • IV access
  • Laboratory
  • ให้ antidote หากมีข้อบ่งชี้

D Decontamination

  • หยุดการสัมผัส
  • ถอดเสื้อผ้าทันที
  • ล้างด้วยน้ำและสบู่
  • Spot decontamination หากมีของเหลวบนผิวหนัง

Decontamination

Spot decontamination

วิธีที่ดีที่สุด

Reactive Skin Decontamination Lotion (RSDL)

ใช้ได้กับ

  • VX
  • Sulfur mustard
  • Lewisite

หากไม่มี

  • ซับด้วยวัสดุดูดซับ
  • ล้างด้วยน้ำและสบู่อ่อน
  • หลีกเลี่ยง bleach เข้มข้นบนผิวหนัง

Hospital decontamination

ก่อนเข้าห้องฉุกเฉิน

  • ถอดเสื้อผ้า
  • ล้างตัว
  • บุคลากรใช้ PPE ระดับเหมาะสม
  • ผู้ป่วยที่ยังปนเปื้อนไม่ควรเข้าพื้นที่สะอาดของโรงพยาบาล

PPE

Hot zone

First responders

Level A PPE

  • SCBA
  • Fully encapsulated suit

Hospital decontamination area

Level C PPE

  • PAPR
  • Chemical-resistant suit
  • Double gloves
  • Boots

Nerve agent management

อาการสำคัญ

SLUDGE/DUMBELS

  • Salivation
  • Lacrimation
  • Urination
  • Defecation/Diarrhea
  • GI cramps
  • Emesis
  • Miosis
  • Bronchorrhea
  • Bronchospasm
  • Fasciculation
  • Paralysis

Antidotes

Atropine

รักษา

  • Bronchorrhea
  • Bronchospasm

ให้ซ้ำทุก 3–5 นาที จน secretion แห้งและหายใจดีขึ้น


Pralidoxime

ช่วยฟื้นฟู acetylcholinesterase

ให้ร่วมกับ atropine โดยเร็วที่สุด


Benzodiazepine

  • Diazepam
  • Midazolam

สำหรับ

  • Seizure
  • Severe poisoning

Novichok

มี latent period ทางผิวหนังได้นานถึง 2 วัน

หากสงสัยสัมผัสทางผิวหนัง

  • รีบ decontaminate
  • เฝ้าระวัง cholinesterase
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที

Cyanide poisoning

อาการ

  • Sudden collapse
  • Seizure
  • Severe metabolic acidosis
  • Lactate สูง

Antidote

Hydroxocobalamin

เป็น first-line หากมี

หากไม่มี

ใช้

  • Nitrite
  • Sodium thiosulfate ตามความเหมาะสม

BZ (Anticholinergic agent)

อาการ

  • Mydriasis
  • Dry skin
  • Delirium
  • Agitation

รักษา

  • Supportive care
  • Benzodiazepine
  • พิจารณา physostigmine ในรายที่มีข้อบ่งชี้และไม่มีข้อห้าม โดยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา

Riot control agents (OC/CS/CN)

การรักษา

  • นำออกจากบริเวณสัมผัส
  • ล้างตาและผิวหนังด้วยน้ำหรือ NSS
  • Oxygen ตามอาการ
  • Bronchodilator หากมี wheezing
  • Corticosteroid ในรายที่มี lower airway involvement
  • หลีกเลี่ยงการใช้ bleach ล้างผิวหนังหรือดวงตา

Pearls สำหรับแพทย์

  • Chemical terrorism มักเกิดอาการภายในไม่กี่นาทีถึงชั่วโมง ต่างจาก biologic terrorism ที่มีระยะฟักตัวนานกว่า
  • การดูแลผู้ป่วยเริ่มจาก การป้องกันบุคลากร (PPE) และการ decontamination ก่อนนำผู้ป่วยเข้าสู่พื้นที่สะอาดของโรงพยาบาล
  • Nerve agent เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบให้ atropine + pralidoxime + benzodiazepine พร้อมการช่วยหายใจ โดย หลีกเลี่ยง succinylcholine หากต้องใส่ท่อช่วยหายใจ
  • Hydroxocobalamin เป็น antidote ที่แนะนำสำหรับ cyanide poisoning หากมีใช้
  • การจำ toxidromes (cholinergic, anticholinergic, pulmonary, cyanide) เป็นกุญแจสำคัญในการวินิจฉัยและเริ่มการรักษาอย่างรวดเร็วในเหตุการณ์ผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

 

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Bioterrorism: Recognition & Initial Medical Management

Bioterrorism: Recognition & Initial Medical Management

Bioterrorism คือการจงใจใช้เชื้อโรคหรือสารพิษเพื่อก่อให้เกิดการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตในวงกว้าง การรับมืออาศัย ระบบเฝ้าระวังทางสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และการที่แพทย์ด่านหน้าสามารถ สังเกตความผิดปกติของรูปแบบการเกิดโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก


หลักการสำคัญ

Biologic attack แตกต่างจาก chemical attack

  • ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
  • ผู้ป่วยมักทยอยเกิดอาการหลังระยะฟักตัว
  • มักตรวจพบเมื่อมีผู้ป่วยหลายรายแล้ว
  • อาจแพร่จากคนสู่คนได้ (ขึ้นกับเชื้อ)

Initial response

เมื่อสงสัยเหตุการณ์ Bioterrorism

ดำเนินการ

1.       Recognize unusual outbreak

2.       แจ้ง Infection control

3.       แจ้ง Public health authorities ทันที

4.       แยกผู้ป่วยตาม transmission

5.       เก็บ specimen

6.       เริ่ม empiric treatment / prophylaxis ตามความเสี่ยง

7.       สอบสวนผู้สัมผัสร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข


เมื่อใดควรสงสัย Bioterrorism

ควรคิดถึงเมื่อพบ

  • ผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงเวลาใกล้กัน
  • Cluster ของโรคหายาก
  • เชื้อที่ไม่พบในพื้นที่
  • เชื้อที่ถูกดัดแปลงให้ดื้อยา
  • ผู้ป่วยหลายรายมีอาการคล้ายกันหลังร่วมกิจกรรมเดียวกัน
  • โรคเกิดนอกฤดูกาล
  • การระบาดที่ไม่มีแหล่งติดเชื้อตามธรรมชาติอธิบายได้

CDC Classification

แบ่งเป็น

Category A (สำคัญที่สุด)

คุณสมบัติ

  • Disseminate ได้ง่าย
  • Mortality สูง
  • ทำให้เกิด public panic
  • ต้องเตรียมระบบสาธารณสุขเป็นพิเศษ

ประกอบด้วย

  • Anthrax
  • Smallpox
  • Plague
  • Botulinum toxin
  • Tularemia
  • Viral hemorrhagic fever (เช่น Ebola, Marburg, Lassa)

Category B

  • Morbidity ปานกลาง
  • Dissemination ปานกลาง

ตัวอย่าง

  • Q fever
  • Brucellosis
  • Melioidosis
  • Psittacosis
  • Ricin toxin

Category C

เชื้อที่อาจถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพในอนาคต

เช่น

  • Nipah virus
  • Hantavirus
  • MDR tuberculosis

Clinical syndromes ที่ควรจำ

Syndrome

นึกถึง

Vesicular rash

Smallpox

Black eschar

Anthrax

Painful lymphadenopathy

Plague, Tularemia

Descending paralysis

Botulism

Hemorrhagic fever

Ebola, Marburg, Lassa

Severe atypical pneumonia

Anthrax, Plague, Tularemia

Undifferentiated febrile illness

หลายเชื้อใน Category A/B


Specimen collection

หากสงสัยการสัมผัส

Asymptomatic exposed

  • เก็บ specimen ตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
  • ไม่รอผลตรวจ
  • เริ่ม post-exposure prophylaxis หากมีข้อบ่งชี้ทันที

Symptomatic patient

เก็บ

  • Blood culture
  • Respiratory specimen
  • PCR
  • Culture
  • Serology (ตามชนิดเชื้อ)

ก่อนเริ่ม antimicrobial หากทำได้โดยไม่ทำให้การรักษาล่าช้า


Decontamination

Personal

  • ถอดเสื้อผ้า
  • ใส่ถุงปิดสนิท
  • อาบน้ำด้วยสบู่และน้ำ

Alcohol hand rub ไม่สามารถกำจัด anthrax spores ได้ดี

จึงควรใช้

Soap + water


Environmental

ทำความสะอาดด้วย

0.5% sodium hypochlorite

หลังเสร็จสิ้นการสอบสวนพื้นที่

ไม่ใช้ sodium hypochlorite กับผิวหนังโดยตรง


Post-exposure prophylaxis

ขึ้นกับเชื้อที่สงสัย

อาจใช้

  • Antibiotics
  • Antitoxin
  • Vaccine

เริ่มทันทีเมื่อมีข้อบ่งชี้ ไม่ต้องรอผลตรวจ


Infection control

เลือกตามเชื้อ

Airborne precautions

  • Smallpox
  • Viral hemorrhagic fever (บางสถานการณ์)
  • Tuberculosis
  • SARS-CoV-2

Droplet precautions

  • Pneumonic plague
  • Influenza

หากสงสัยการก่อการร้ายชีวภาพ ควรมี threshold ต่ำในการใช้ Airborne precautions เพราะอาจมีการดัดแปลงเชื้อให้แพร่ได้มากขึ้น


Contact precautions

  • Salmonella
  • เชื้อที่แพร่โดยการสัมผัสโดยตรง

Ricin poisoning

อาการขึ้นกับทางรับสัมผัส

Inhalation

  • Fever
  • Cough
  • Dyspnea
  • Pulmonary edema

Ingestion

  • Severe vomiting
  • Bloody diarrhea
  • Dehydration
  • Multi-organ failure

การรักษา

  • Supportive care
  • Activated charcoal / gastric lavage ในบางกรณี
  • ไม่มี antidote ที่ใช้ทั่วไปในปัจจุบัน

Trichothecene mycotoxins

อาการ

  • Skin irritation
  • Blistering
  • Vomiting
  • Ataxia
  • Hypotension
  • Coagulopathy

ไม่มี

  • Vaccine
  • Chemoprophylaxis

Psychological impact

Bioterrorism มักทำให้เกิด

  • "Worried well"
  • Acute stress disorder
  • PTSD
  • Depression
  • Grief reactions

ควรเตรียมระบบคัดกรองและการดูแลสุขภาพจิตควบคู่ไปกับการตอบสนองด้านการแพทย์และสาธารณสุข


Pearls สำหรับแพทย์

  • Bioterrorism ควรสงสัยเมื่อพบ cluster ของโรคผิดปกติหรือเชื้อหายาก โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ป่วยหลายรายเกิดอาการในช่วงเวลาใกล้กัน
  • Category A agents ได้แก่ Anthrax, Smallpox, Plague, Botulism, Tularemia และ Viral hemorrhagic fevers เป็นเชื้อที่มีความสำคัญสูงสุดด้านการเตรียมพร้อม
  • เมื่อสงสัยเหตุการณ์ชีวการก่อการร้าย ต้อง แจ้งหน่วยงานสาธารณสุขและทีมควบคุมการติดเชื้อทันที พร้อมเก็บตัวอย่างที่เหมาะสมและเริ่มการรักษาหรือ post-exposure prophylaxis ตามข้อบ่งชี้โดยไม่รอผลตรวจ
  • การกำจัดการปนเปื้อนส่วนบุคคลใช้ การถอดเสื้อผ้าและอาบน้ำด้วยสบู่และน้ำ โดย alcohol-based hand rub ไม่เพียงพอสำหรับสปอร์ของ Anthrax
  • การตอบสนองต่อเหตุการณ์ต้องครอบคลุมทั้ง การดูแลผู้ป่วย การป้องกันการแพร่เชื้อ การประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุข และการดูแลผลกระทบด้านสุขภาพจิตของผู้ป่วย บุคลากร และประชาชน

 

Secondhand Smoke (SHS) in Pediatric

Secondhand Smoke (SHS) in Pediatric

Secondhand smoke (SHS) เป็นสาเหตุสำคัญของความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่ป้องกันได้ในเด็ก โดยมีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหืด โรคหูชั้นกลางอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในทารก (SIDS) รวมทั้งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวจนถึงวัยผู้ใหญ่


Secondhand smoke คืออะไร

ประกอบด้วย

  • Sidestream smoke (ควันที่ออกจากปลายบุหรี่)
  • Mainstream smoke (ควันที่ผู้สูบหายใจออก)

เด็กได้รับสารพิษเช่น

  • Nicotine
  • Carbon monoxide
  • สารก่อมะเร็งหลายชนิด

การประเมินการสัมผัส

  • Serum/urine/saliva cotinine
  • Hair nicotine

แต่ยังใช้เป็นหลักในงานวิจัยมากกว่าการดูแลผู้ป่วยทั่วไป


Thirdhand smoke (THS)

คือ

สารพิษตกค้างบน

  • เสื้อผ้า
  • เฟอร์นิเจอร์
  • พรม
  • ฝุ่นในบ้าน

สามารถเข้าสู่ร่างกายเด็กได้ทาง

  • ผิวหนัง
  • การสูดดม
  • การกลืน

เด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงจากการคลานและการนำมือเข้าปาก


ผลกระทบต่อสุขภาพ

1. Pregnancy และทารกในครรภ์

Maternal smoking

เพิ่มความเสี่ยง

  • Low birth weight (เฉลี่ยลด ~200 กรัม)
  • Prematurity
  • Congenital anomalies
  • Orofacial cleft
  • Perinatal mortality

การเลิกสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน


Passive smoking ระหว่างตั้งครรภ์

ในหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่สูบบุหรี่

สัมพันธ์กับ

  • Birth weight ลดลง
  • Very preterm birth
  • Very low birth weight
  • อาจเพิ่มความเสี่ยง stillbirth และ congenital anomalies

2. Sudden Infant Death Syndrome (SIDS)

Maternal smoking ระหว่างตั้งครรภ์

เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด

  • ประมาณ 25–40% ของ SIDS เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์
  • ความเสี่ยงเพิ่มตามจำนวนบุหรี่ที่สูบ

นอกจากนี้

การได้รับ SHS หลังคลอด

ก็มีหลักฐานสนับสนุนว่าเพิ่มความเสี่ยง SIDS เช่นกัน


3. Lower respiratory tract infection

เพิ่มความเสี่ยง

  • Bronchiolitis
  • Bronchitis
  • Pneumonia
  • RSV รุนแรงขึ้น

ความเสี่ยง

เพิ่มประมาณ

50%

หากผู้ปกครองสูบบุหรี่

และสูงที่สุดเมื่อ

แม่เป็นผู้สูบ


4. Asthma

SHS ทำให้

  • เพิ่มการเกิด asthma
  • เพิ่ม wheezing
  • เพิ่ม asthma exacerbation
  • เพิ่มการใช้ยา
  • เพิ่ม ED visit
  • เพิ่ม hospitalization
  • Lung function แย่ลง

มี

Dose-response relationship

และ

ไม่มีระดับการสัมผัสที่ปลอดภัย


5. Lung growth

SHS

ลดการเจริญของปอด

ทำให้

  • FEV ลดลง
  • Airway responsiveness เพิ่ม
  • Pulmonary reserve ในวัยผู้ใหญ่ลดลง

6. Otitis media

มีหลักฐานชัดเจนว่า

SHS ทำให้เกิด

  • Recurrent otitis media
  • Middle ear effusion

Meta-analysis

  • Recurrent OM

OR 1.37

Maternal smoking

เพิ่มโอกาสต้องผ่าตัดโรคหูชั้นกลาง

เกือบ 2 เท่า


7. Dental caries

หลายการศึกษาพบว่า

SHS

เพิ่มความเสี่ยง

Dental caries

โดยเฉพาะ

Primary teeth


8. Neurodevelopment

มีข้อมูลว่า

อาจสัมพันธ์กับ

  • ADHD
  • Learning disability
  • Cognitive impairment
  • Motor dysfunction

แต่

หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะสรุปเชิงสาเหตุได้


9. Childhood cancer

หลักฐานยังไม่เพียงพอ

แต่มีข้อมูลสนับสนุนว่า

อาจเพิ่มความเสี่ยง

  • Childhood AML
  • Leukemia
  • Brain tumor
  • Lymphoma

โดยเฉพาะ paternal smoking


10. Kidney function

มีข้อมูลว่า

SHS

อาจสัมพันธ์กับ

  • eGFR ลดลง
  • Kidney volume เล็กลง

แต่ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม


ผลระยะยาวในวัยผู้ใหญ่

การได้รับ SHS ตั้งแต่วัยเด็ก

เพิ่มความเสี่ยง

Lung cancer

Household exposure สูง

Risk เพิ่มประมาณ

2 เท่า

แบบ dose-response


Cardiovascular disease

สัมพันธ์กับ

  • Endothelial dysfunction
  • Carotid IMT หนาขึ้น
  • Atherosclerosis
  • Coronary artery disease

และอาจเพิ่มความเสี่ยง

Atrial fibrillation

ในวัยผู้ใหญ่


การป้องกัน

มาตรการที่ได้ผลที่สุด

คือ

Smoke-free home

ควร

  • ห้ามสูบบุหรี่ในบ้าน
  • ห้ามสูบบุหรี่ในรถยนต์
  • หลีกเลี่ยงการสูบใกล้เด็ก

มาตรการเช่น

  • สูบนอกบ้าน
  • เปิดหน้าต่าง
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศ
  • ระบบระบายอากาศ

ไม่สามารถป้องกัน SHS ได้อย่างเพียงพอ


กลุ่มเด็กที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ

  • หญิงตั้งครรภ์
  • ทารก
  • เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี
  • เด็กที่มี asthma
  • เด็กที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว
  • เด็กโรคปอดเรื้อรัง เช่น cystic fibrosis

Pearls สำหรับแพทย์

  • ไม่มีระดับการสัมผัสควันบุหรี่มือสองที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก และการสัมผัสควรหลีกเลี่ยงอย่างสิ้นเชิง
  • SHS เพิ่มความเสี่ยง SIDS, bronchiolitis, pneumonia, asthma, recurrent otitis media และการเจริญของปอดที่ผิดปกติ
  • การสัมผัสในวัยเด็กอาจส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว เพิ่มความเสี่ยง มะเร็งปอด โรคหลอดเลือดหัวใจ และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ในวัยผู้ใหญ่
  • Smoke-free home และ smoke-free car เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปกป้องเด็ก ขณะที่การเปิดหน้าต่าง การสูบนอกห้อง หรือการใช้เครื่องฟอกอากาศ ไม่สามารถกำจัดการสัมผัส SHS ได้อย่างเพียงพอ
  • ในการตรวจสุขภาพเด็ก ควรซักประวัติ การสูบบุหรี่ของผู้ปกครองและสมาชิกในครอบครัว ทุกครั้ง และให้คำแนะนำเรื่องการเลิกบุหรี่หรือการสร้างสภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีหญิงตั้งครรภ์ ทารก หรือเด็กที่เป็นโรคหืด