Medical Assessment for Commercial Air Travel (Fitness to Fly)
การประเมินผู้ป่วยก่อนขึ้นเครื่องบินมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาภาวะที่อาจ
- แย่ลงจาก hypobaric hypoxia และความชื้นต่ำในห้องโดยสาร
- ทำให้เกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเที่ยวบิน
- ต้องการการดูแลหรืออุปกรณ์พิเศษระหว่างเดินทาง
- ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้โดยสารคนอื่น
หลักการสำคัญ
โดยทั่วไป
ผู้ป่วยที่มีโรคไม่คงที่ (unstable
medical condition)
ไม่ควรเดินทางโดยเครื่องบิน
เช่น
- evolving
disease
- rapidly
changing illness
- unstable
cardiopulmonary disease
Medical certificate
อาจจำเป็นในผู้ป่วยที่
- ต้องใช้ออกซิเจน
- มีโรคประจำตัวรุนแรง
- ต้องการ special assistance
หนังสือรับรองควรระบุ
- Diagnosis
- Stable
condition
- Fit
to fly
- ไม่เป็นโรคติดต่อ (ถ้ามีข้อสงสัย)
- ความต้องการพิเศษระหว่างเดินทาง
สิ่งที่ควรให้ผู้ป่วยพกขึ้นเครื่อง
- รายชื่อโรคประจำตัว
- รายชื่อยา
- ยาทั้งหมดในกระเป๋าถือ (carry-on)
- รายการแพ้ยา
- Medical
alert bracelet
- ECG ล่าสุด (ผู้ป่วยโรคหัวใจ)
- Medical
ID ในโทรศัพท์
การจัดการยา
แนะนำให้
- พกยาไว้ใน carry-on
- มียาสำรอง
- ปรับเวลาให้ยาตาม time zone หากจำเป็น
ยาที่ต้องให้ตรงเวลา เช่น
- insulin
- Parkinson
medications
ต้องวางแผนล่วงหน้า
Cardiovascular disease
ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ stable
ส่วนใหญ่เดินทางได้
แต่ควรประเมิน
- Exercise
tolerance
- Hypoxia
tolerance
- Need
for oxygen
- Recent
ACS/HF/arrhythmia
Neurologic disease
Stroke
ควรรออย่างน้อย
2–4 สัปดาห์
หลัง acute stroke
และต้อง stable ก่อนบิน
TIA ที่เกิดบ่อย
ควรหลีกเลี่ยงการบิน
Epilepsy
สามารถบินได้
หากควบคุมโรคได้
ควรหลีกเลี่ยงบินหาก
- seizure
ภายใน 1 เดือน
- epilepsy
ยังควบคุมไม่ได้
ระวัง
- sleep
deprivation
- jet
lag
ซึ่งลด seizure threshold
Pulmonary disease
ประเมิน
- COPD
- ILD
- Chronic
respiratory failure
- Home
oxygen
อาจต้อง
In-flight oxygen
หากเสี่ยง hypoxia
Asthma
ห้ามบินหาก
- severe
unstable asthma
- hospitalization
ภายใน 6 สัปดาห์
ผู้ป่วยควรพก
- SABA
inhaler
- Oral
steroid (ถ้า severe asthma)
Pneumothorax
ถือเป็น
Absolute contraindication
จนกว่าจะหายสนิทและได้รับการประเมินว่าเหมาะสม
Venous thromboembolism (VTE)
Long-haul flight
เพิ่มความเสี่ยง DVT เล็กน้อย
ผู้ป่วย
Acute DVT/PE
ควร
- เลื่อนการเดินทางหากยังมีอาการ
- ผู้เชี่ยวชาญบางรายแนะนำรอ 2–4 สัปดาห์หลังวินิจฉัย
แม้ยังไม่มีข้อมูลคุณภาพสูงสนับสนุน
Pregnancy
Pregnancy ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน
โดยทั่วไปบินได้
ควรตรวจสอบ
ข้อกำหนดของสายการบิน
โดยเฉพาะอายุครรภ์ >28 สัปดาห์
Infectious disease
ห้ามบินในผู้ป่วย
- Active
pulmonary TB
- โรคติดต่ออันตราย (เช่น Ebola)
- COVID-19
ตามข้อกำหนดของประเทศหรือสายการบิน
Upper respiratory infection (URI)
URI
เพิ่มความเสี่ยง
- Ear
barotrauma
- TM
rupture
- Vertigo
หากจำเป็นต้องบิน
แนะนำ
- Oral
pseudoephedrine 120 mg ก่อนบิน ≥30
นาที
- Nasal
vasoconstrictor spray ก่อนเครื่องลงประมาณ 30 นาที
- ดื่มน้ำมาก
- หลีกเลี่ยง alcohol
ผู้ที่ไม่สามารถ equalize pressure ได้
ไม่ควรบิน
Sinus disease
ห้ามบินในผู้ป่วย
- Severe
sinusitis
- Large
nasal polyp
- Recent
facial/nasal surgery
- Severe
recurrent epistaxis
เพราะเสี่ยง sinus barotrauma
Recent surgery
โดยทั่วไป
Major surgery
ควรรอ
10–14 วัน
ก่อนบิน
เพื่อลดความเสี่ยง gas expansion ใน body cavity
Laparoscopic surgery
หาก
- ไม่มี bloating
- Recovery
ดี
อาจบินได้
วันรุ่งขึ้น
Colonoscopy
ควรรอ
อย่างน้อย
24 ชั่วโมง
ก่อนบิน
เพราะมี residual bowel gas
Eye surgery
Retinal surgery ที่มี intraocular gas
ห้ามบิน
จนกว่า gas จะหายหมด
อาจใช้เวลา
6–8 สัปดาห์
เนื่องจาก bubble expansion อาจทำให้ตาบอดได้
Fracture
Cast ภายใน
48 ชั่วโมง
ควร
Bivalve cast
เพื่อลด compartment syndrome จาก gas expansion
Pneumatic splint
ควรปล่อยลมบางส่วน
Anemia
Hb <8.5 g/dL
ควรพิจารณา
Supplemental oxygen
โดยเฉพาะหากยังไม่ชดเชยดี
เพราะเสี่ยง
- dizziness
- syncope
SCUBA diving
หลังดำน้ำ
ห้ามขึ้นเครื่องทันที
เพราะเพิ่มความเสี่ยง
Decompression sickness (DCS)
ควรรอระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนบิน
Diabetes
ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่บินได้
คำแนะนำ
- พก insulin ใน carry-on
- พก glucose/snacks
- Insulin
ห้ามโหลดใต้เครื่อง
- ปรับ insulin ตาม time zone
- สวม medical alert bracelet
Mental illness
ไม่ควรบินหาก
- มีพฤติกรรมรุนแรง
- ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
- เสี่ยง alcohol/drug withdrawal
Practical Fitness to Fly Checklist
General
- □ โรคคงที่ (stable)
- □ ไม่มีภาวะที่คาดว่าจะทรุดระหว่างบิน
Cardiopulmonary
- □ ประเมิน hypoxia
risk
- □ ประเมินความจำเป็นของ
supplemental oxygen
Neurologic
- □ Stroke >2–4 สัปดาห์และ stable
- □ Epilepsy ควบคุมได้
Pulmonary
- □ ไม่มี pneumothorax
- □ Asthma stable
- □ COPD ประเมิน
oxygen requirement แล้ว
ENT
- □ ไม่มี URI
ที่ทำให้ equalize pressure ไม่ได้
- □ ไม่มี severe
sinus disease
Recent procedures
- □ Major surgery >10–14 วัน
- □ Colonoscopy >24 ชั่วโมง
- □ ไม่มี intraocular
gas หลัง retinal surgery
Other
- □ Hb ≥8.5 g/dL
หรือมีการประเมินความจำเป็นของ oxygen
- □ Diabetes วางแผน
insulin และอาหารแล้ว
- □ พกยาและเอกสารทางการแพทย์ครบ
Key Points
- ผู้ป่วยที่มี unstable medical condition ไม่ควรเดินทางโดยเครื่องบิน
- Pneumothorax,
severe unstable asthma, active pulmonary TB และ intraocular
gas หลังผ่าตัดจอตา เป็นข้อห้ามสำคัญของการบิน
- ผู้ป่วย COPD หรือโรคปอดเรื้อรัง ควรประเมินความจำเป็นในการใช้ออกซิเจนระหว่างเที่ยวบิน
- หลัง acute stroke ควรรออย่างน้อย 2–4
สัปดาห์ และต้องมีอาการคงที่ก่อนบิน
- หลัง major surgery ควรรอ 10–14
วัน, หลัง colonoscopy
ควรรอ 24 ชั่วโมง
- ผู้ป่วยทุกคนควร พกยาไว้ในกระเป๋าถือ, เตรียมเอกสารสรุปโรคและรายการยา
และปรับเวลาการรับประทานยาให้เหมาะสมกับการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ใช้ insulin