Discussing Serious News (Breaking Bad News)
ความหมาย
"Serious news" คือข้อมูลที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อมุมมองของผู้ป่วยเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง
ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัยโรคร้ายแรง การกลับเป็นซ้ำของโรค
หรือการแจ้งว่าการรักษาไม่ได้ผล
ปัจจุบันแนะนำใช้คำว่า "Serious
news" หรือ "Sharing life-altering
information" แทนคำว่า "Bad news"
เพราะผู้ป่วยอาจไม่ได้มองข่าวนั้นว่า "แย่" เสมอไป
และการใช้คำที่เป็นกลางช่วยให้เกิดการสื่อสารที่ร่วมมือกันมากขึ้น
ผู้ป่วยต้องการรู้อะไร
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (>95%)
ต้องการทราบ
- การวินิจฉัย
- ทางเลือกการรักษา
- โอกาสหาย
- ประสิทธิภาพการรักษา
แต่ความต้องการทราบ พยากรณ์โรค (prognosis)
แตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรถามความต้องการก่อนทุกครั้ง
ความแตกต่างทางวัฒนธรรม
บางประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย
ครอบครัวอาจขอ
- ไม่บอกการวินิจฉัย
- ไม่บอกพยากรณ์โรค
เนื่องจากกลัวผู้ป่วยหมดกำลังใจ
อย่างไรก็ตาม
ไม่ควรสันนิษฐานจากเชื้อชาติหรือวัฒนธรรม
แต่ควรถามความต้องการของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล
หลักการสำคัญ
ผู้ป่วยแต่ละคนมีความต้องการต่างกัน
ควรถาม
- อยากทราบข้อมูลมากน้อยเพียงใด
- อยากให้ใครอยู่ร่วมในการสนทนา
- ต้องการให้ครอบครัวรับข้อมูลแทนหรือไม่
เพื่อให้การสื่อสารสอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย
เหตุใดแพทย์จึงหลีกเลี่ยงการแจ้งข่าวร้าย
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- กลัวทำลายความหวัง
- กลัวอารมณ์ของผู้ป่วย
- กลัวตอบคำถามไม่ได้
- รู้สึกว่าการรักษาล้มเหลว
- ขาดเวลา
- ขาดการฝึกทักษะการสื่อสาร
แต่หลักฐานสนับสนุนว่า
การสื่อสารที่ดีสามารถ รักษาความหวัง ได้
โดยไม่จำเป็นต้องให้ความหวังที่ไม่สมจริง
ผู้ป่วยต้องการอะไรจากแพทย์
สิ่งที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญมาก ได้แก่
- พูดตรงไปตรงมา
- ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
- มีเวลาให้ซักถาม
- ตรวจสอบความเข้าใจ
- รับฟังความกังวล
- มีแผนการรักษาที่ชัดเจน
- มีความหวังที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง
ผลกระทบของการสื่อสาร
การสื่อสารที่ดี
ช่วยลด
- Anxiety
- Depression
- Distress
และเพิ่ม
- ความไว้วางใจ
- ความร่วมมือในการรักษา
- ความพึงพอใจ
- Treatment
adherence
SPIKES Model
เป็นโมเดลที่ใช้แพร่หลายที่สุด
S – Setting
เตรียมสถานที่
- ห้องส่วนตัว
- ไม่มีสิ่งรบกวน
- ปิดโทรศัพท์
- มีเวลาพอ
- มีญาติที่ผู้ป่วยต้องการอยู่ด้วย
- เตรียมข้อมูลให้ครบ
P – Perception
ถามก่อนว่า
ผู้ป่วยเข้าใจโรคของตนเองอย่างไร
ตัวอย่าง
"ตอนนี้คุณเข้าใจโรคของตัวเองอย่างไรบ้าง"
ช่วยประเมินพื้นฐานความเข้าใจและลดความสับสนก่อนให้ข้อมูลใหม่
I – Invitation
ถามว่าผู้ป่วย
ต้องการทราบข้อมูลมากน้อยเพียงใด
เช่น
"คุณอยากให้ผมอธิบายรายละเอียดทั้งหมดหรืออยากทราบภาพรวมก่อน"
เพื่อเคารพความต้องการของผู้ป่วย
K – Knowledge
ให้ข้อมูล
- ใช้ภาษาง่าย
- หลีกเลี่ยงศัพท์แพทย์
- พูดสั้น กระชับ
- หยุดเป็นระยะเพื่อให้ผู้ป่วยประมวลผล
ตัวอย่าง
"ผล CT พบว่ามะเร็งกระจายไปที่ตับ"
แล้ว หยุดเงียบ ให้ผู้ป่วยรับข้อมูลก่อนพูดต่อ
หากต้องพูดถึงความไม่แน่นอน อาจใช้เทคนิค
Hope + Worry
เช่น
"ผมหวังว่าปอดจะตอบสนองต่อการรักษา
แต่ก็เป็นห่วงว่าโรคอาจแย่ลงจนเราต้องวางแผนการรักษาเพิ่มเติม"
E – Emotion
ตอบสนองต่ออารมณ์ด้วย
NURSE
- Name
emotion
- Understand
- Respect
- Support
- Explore
เช่น
"ผมเห็นว่าข่าวนี้ทำให้คุณตกใจมาก"
ก่อนอธิบายข้อมูลเพิ่มเติม
เพราะผู้ป่วยที่กำลังมีอารมณ์รุนแรงมักไม่สามารถรับข้อมูลใหม่ได้ดี
S – Strategy & Summary
สรุป
- สิ่งที่เกิดขึ้น
- ทางเลือก
- ขั้นตอนถัดไป
พร้อมย้ำว่า
ผู้ป่วย ยังไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทันที
การมีแผนที่ชัดเจนช่วยลดความกลัวต่ออนาคตและเพิ่มความรู้สึกว่าทีมรักษาจะไม่ทอดทิ้งผู้ป่วย
ผู้ป่วยจำข้อมูลได้ไม่ทั้งหมด
แม้ผู้ป่วยจะบอกว่าต้องการทราบข้อมูลทั้งหมด
แต่หลังได้รับข่าวร้ายมักจำรายละเอียดได้เพียงบางส่วน
ดังนั้น
- ทบทวนข้อมูลในการนัดครั้งถัดไป
- เริ่มต้นด้วยการถามว่า
"จากครั้งก่อน
คุณเข้าใจว่าเราได้คุยอะไรกันบ้าง"
แล้วจึงเติมข้อมูลที่ยังขาด
การสื่อสารกับผู้มี Intellectual
Disability
ควร
- ใช้ภาษาง่าย
- แบ่งข้อมูลเป็นช่วงสั้น ๆ
- ประเมินความสามารถในการเข้าใจ
- ให้ผู้ดูแลร่วมในการสื่อสาร
- ค่อย ๆ เพิ่มข้อมูลตามความพร้อมของผู้ป่วย
การสื่อสารผ่าน Telemedicine
หลักการเหมือนการพบผู้ป่วยโดยตรง
ควร
- ยืนยันตัวตน
- อยู่ในสถานที่เป็นส่วนตัว
- ตรวจสอบคุณภาพเสียงและภาพ
- เผื่อเวลาให้ผู้ป่วยถามคำถาม
- วางแผนติดตามหลังการสนทนา
Clinical Pearls
- ใช้คำว่า "Serious news" แทน "Bad
news" เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินคุณค่าของข่าวและส่งเสริมการสื่อสารแบบร่วมมือ
- ก่อนแจ้งข่าว ควรประเมิน Perception และ
Invitation ว่าผู้ป่วยเข้าใจโรคอย่างไร
และต้องการรับข้อมูลมากน้อยเพียงใด
- SPIKES
เป็นโมเดลมาตรฐานสำหรับการแจ้งข่าวร้าย: Setting → Perception → Invitation → Knowledge → Emotion → Strategy/Summary
- ระหว่างให้ข้อมูล ควรใช้ภาษาที่เรียบง่าย หลีกเลี่ยงศัพท์แพทย์
พูดเป็นช่วงสั้น ๆ และเว้นจังหวะให้ผู้ป่วยได้ประมวลผล
- ใช้ NURSE (Name, Understand, Respect, Support,
Explore) เพื่อรับมือกับอารมณ์ของผู้ป่วยและครอบครัว
ก่อนเข้าสู่การวางแผนการรักษา
- ผู้ป่วยมักจำรายละเอียดได้ไม่ครบหลังได้รับข่าวร้าย จึงควร ทบทวนข้อมูลซ้ำในการติดตามครั้งถัดไป
และตรวจสอบความเข้าใจทุกครั้ง.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น