วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Specific Learning Disorder (SLD): Clinical

Specific Learning Disorder (SLD): Clinical

Overview

Specific Learning Disorder (SLD) หรือ Learning Disorder (LD) เป็น neurodevelopmental disorder ที่มีความบกพร่องเฉพาะด้านทักษะการเรียน (academic skills) ได้แก่

  • Reading
  • Written expression
  • Mathematics

โดยทักษะดังกล่าวต่ำกว่าที่คาดตามอายุอย่างชัดเจน และส่งผลต่อการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งที่ไม่ได้อธิบายด้วยระดับสติปัญญาหรือการศึกษาที่ไม่เพียงพอ


สิ่งที่ไม่ถือเป็น Learning Disorder

ปัญหาต่อไปนี้ ไม่ใช่ LD โดยตรง แม้อาจส่งผลต่อการเรียน

  • Memory deficit
  • Attention deficit
  • Slow processing speed
  • Social interaction difficulties

แต่ควรได้รับการประเมินและรักษา เพราะอาจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ผลการเรียนแย่ลง


Epidemiology

LD เป็น

  • ความพิการด้านการเรียนที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก
  • พบมากขึ้นในเด็กที่มี chronic illness
  • เด็กที่ได้รับ special education ใช้บริการสุขภาพมากกว่าเด็กทั่วไป

ความชุกของแต่ละชนิด

Disorder

Prevalence

Reading disability

5–12%

Disorder of written expression

7–15%

Dyscalculia

3–6%


Risk factors

ได้แก่

Genetic

  • Family history LD

Environmental

  • Poverty
  • Understimulating environment

Perinatal

  • Prematurity

Neurodevelopmental / Psychiatric

  • ADHD
  • Autism spectrum disorder
  • Anxiety
  • Depression
  • Disruptive behavior disorders

Medical

  • Prenatal alcohol exposure
  • Neurofibromatosis
  • Tuberous sclerosis
  • Tourette syndrome
  • Fragile X syndrome
  • Turner syndrome
  • Klinefelter syndrome
  • Type 1 diabetes
  • HIV
  • CNS infection
  • Cranial irradiation
  • Traumatic brain injury

Etiology & Pathogenesis

LD มีสาเหตุหลายปัจจัย

เกิดจาก

  • ความผิดปกติของโครงสร้างและการทำงานของสมอง
  • พันธุกรรม
  • การบาดเจ็บหรือโรคของสมอง
  • สิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้

ปัจจัยสิ่งแวดล้อมมีผลต่อ ความรุนแรงของอาการ แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของโรค

สำคัญ

LD ไม่ใช่โรคของสายตา

การแก้ไขสายตาไม่ได้รักษา LD เพราะปัญหาอยู่ที่ brain processing ไม่ใช่การมองเห็น


Major learning disorder syndromes

1. Reading disability (Dyslexia)

ความผิดปกติหลัก

  • Phonological processing deficit
  • Orthographic processing deficit (ในบางราย)

อาการ

  • อ่านช้า
  • อ่านผิด
  • decoding ลำบาก
  • fluency ต่ำ
  • comprehension แย่ตามมา

มักเริ่มแสดงในช่วง 1–2 ปีแรกของการเรียนหนังสือ


2. Disorder of written expression

เกิดจากความบกพร่องด้าน

  • Handwriting (graphomotor)
  • Spelling (encoding)
  • Grammar
  • Syntax (เรียงคำเป็นประโยค)
  • Organization of ideas

อาการ

  • ลายมือไม่ดี
  • สะกดผิด
  • Grammar ผิด
  • เขียนประโยคง่ายเกินไป
  • เขียนเรียงความไม่เป็นระบบ
  • คัดลอกจากกระดานช้า

Differential diagnosis

  • Developmental coordination disorder
  • Dyslexia
  • Language disorder
  • ADHD

3. Mathematics learning disorder (Dyscalculia)

ความผิดปกติหลัก

Number sense

เช่น

  • ไม่เข้าใจจำนวน
  • ประเมินค่าปริมาณไม่ได้
  • ไม่เข้าใจ number line
  • ไม่เข้าใจเศษส่วน
  • ไม่รู้ว่าคำตอบสมเหตุสมผลหรือไม่

Calculation

  • บวก ลบ คูณ หารผิด
  • จำสูตรคูณไม่ได้
  • ดึง math facts จากความจำไม่ได้

Language of math

  • อ่านตัวเลขผิด
  • อ่านสัญลักษณ์ผิด

Word problems

  • แปลโจทย์ไม่ได้
  • เขียนสมการไม่ได้

Visual-spatial / Organization

  • วางตัวเลขไม่ตรงหลัก
  • ลืมทด
  • กลับเลข
  • ทำหลายขั้นตอนไม่ได้

มักพบร่วมกับ

  • Dyslexia
  • Writing disorder
  • ADHD
  • Language disorder

4. Language-based learning disorder

เกิดจากความผิดปกติของภาษา

ได้แก่

  • Vocabulary
  • Grammar
  • Syntax
  • Narrative (เล่าเรื่อง)
  • Discourse (ใช้ในชีวิตจริง)

เด็กมัก

  • อ่านออก
  • เขียนได้

แต่

  • ไม่เข้าใจข้อความ
  • เขียนเรียงความไม่ได้
  • ทำตามคำสั่งยาก
  • มีปัญหาในการสนทนาและการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน

ต่างจาก dyslexia ตรงที่ phonics และ decoding อาจปกติ


5. Nonverbal Learning Disorder (NLD)

ไม่ใช่การวินิจฉัยใน DSM-5-TR

ลักษณะเด่น

จุดแข็ง

  • ภาษา
  • การอ่านคำ
  • การสะกด

จุดอ่อน

  • Visual-spatial
  • Social reasoning
  • Executive function
  • Reading comprehension ระดับสูง
  • Written expression
  • Math
  • Anxiety
  • Depression

มักต้องอาศัย neuropsychological evaluation เพื่อวินิจฉัย


Factors affecting severity

School

ห้องเรียนที่มี

  • Structured instruction
  • Predictable routine
  • ครูที่เข้าใจเด็ก

ช่วยลดผลกระทบของ LD ได้


Home

บ้านที่มี

  • อ่านหนังสือ
  • มีกิจวัตร
  • ช่วยการบ้าน
  • มีโครงสร้างชัดเจน

ช่วยลดผลกระทบของโรคได้เช่นกัน


Clinical presentation

ควรสงสัย LD เมื่อเด็กมี

Academic

  • ผลการเรียนตก
  • เรียนบางวิชาไม่ได้

Psychological

  • Self-esteem ต่ำ
  • ไม่อยากเรียน

Behavioral

  • ต่อต้าน
  • หงุดหงิดง่าย
  • ยอมแพ้ง่าย

Social

  • ไม่มีเพื่อน
  • สื่อสารไม่ดี
  • เล่นเกมกับเพื่อนไม่ได้
  • เข้าใจ social cues ไม่ดี

Clinical course

Reading disability

  • วินิจฉัยในเด็กเล็กมีความคงที่ของการวินิจฉัยต่ำกว่า เนื่องจากบางรายตอบสนองต่อการสอนได้ดี
  • หลัง Grade 3 มักคงอยู่ต่อเนื่อง
  • แม้ทักษะการอ่านดีขึ้น แต่ fluency มักต่ำกว่าปกติ

Math disability

ประมาณ

65–70%

ยังคงมีปัญหาถึง Grade 5


Comorbidities

LD มักพบร่วมกับ

  • Reading disorder
  • Writing disorder
  • Math disorder
  • ADHD
  • Autism spectrum disorder
  • Anxiety
  • Depression
  • Bipolar disorder
  • Oppositional defiant disorder

ดังนั้นการประเมินควรครอบคลุมทั้งด้านการเรียนและสุขภาพจิต


Differential diagnosis

ควรแยกจาก

  • Mild intellectual disability
  • Borderline IQ (IQ 70–89)
  • Hearing impairment
  • Vision impairment
  • ADHD
  • Anxiety
  • Depression
  • ความคาดหวังของโรงเรียนหรือผู้ปกครองที่ไม่เหมาะสม
  • Poor teaching
  • Frequent school absence
  • English as second language
  • Sleep disorders
  • Neurologic disorders
  • Genetic disorders
  • Medication effects
  • Substance use

การวินิจฉัยยืนยันอาศัย psychometric testing ร่วมกับประวัติ การตรวจร่างกาย และการประเมินด้านการศึกษา


Key points

  • Specific Learning Disorder (SLD) เป็น neurodevelopmental disorder ที่กระทบเฉพาะทักษะการเรียน ได้แก่ reading, written expression และ mathematics
  • ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ reading disability (dyslexia) รองลงมาคือ writing disorder และ dyscalculia
  • LD ไม่ใช่โรคของสายตา และไม่สามารถรักษาได้ด้วยการแก้ไขความผิดปกติของการมองเห็นเพียงอย่างเดียว
  • ปัจจัยด้าน โรงเรียนและครอบครัว สามารถลดหรือเพิ่มความรุนแรงของอาการได้ แม้ไม่ใช่สาเหตุหลักของโรค
  • ผู้ป่วยมักมี โรคร่วม (comorbidities) เช่น ADHD, ASD, anxiety และ depression จึงควรได้รับการประเมินแบบองค์รวม
  • การวินิจฉัยอาศัย การประเมินทางจิตวิทยาและการศึกษา (psychometric testing) ร่วมกับการแยกโรคอื่นที่ทำให้การเรียนบกพร่อง เช่น ความบกพร่องทางสติปัญญา ความผิดปกติของการได้ยิน/การมองเห็น และปัญหาทางจิตเวช

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น