Specific Learning Disorder (SLD): Clinical
Overview
Specific Learning Disorder (SLD) หรือ Learning
Disorder (LD) เป็น neurodevelopmental disorder ที่มีความบกพร่องเฉพาะด้านทักษะการเรียน (academic skills) ได้แก่
- Reading
- Written
expression
- Mathematics
โดยทักษะดังกล่าวต่ำกว่าที่คาดตามอายุอย่างชัดเจน
และส่งผลต่อการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
ทั้งที่ไม่ได้อธิบายด้วยระดับสติปัญญาหรือการศึกษาที่ไม่เพียงพอ
สิ่งที่ไม่ถือเป็น Learning Disorder
ปัญหาต่อไปนี้ ไม่ใช่ LD โดยตรง แม้อาจส่งผลต่อการเรียน
- Memory
deficit
- Attention
deficit
- Slow
processing speed
- Social
interaction difficulties
แต่ควรได้รับการประเมินและรักษา
เพราะอาจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ผลการเรียนแย่ลง
Epidemiology
LD เป็น
- ความพิการด้านการเรียนที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก
- พบมากขึ้นในเด็กที่มี chronic illness
- เด็กที่ได้รับ special education ใช้บริการสุขภาพมากกว่าเด็กทั่วไป
ความชุกของแต่ละชนิด
|
Disorder |
Prevalence |
|
Reading disability |
5–12% |
|
Disorder of written expression |
7–15% |
|
Dyscalculia |
3–6% |
Risk factors
ได้แก่
Genetic
- Family
history LD
Environmental
- Poverty
- Understimulating
environment
Perinatal
- Prematurity
Neurodevelopmental / Psychiatric
- ADHD
- Autism
spectrum disorder
- Anxiety
- Depression
- Disruptive
behavior disorders
Medical
- Prenatal
alcohol exposure
- Neurofibromatosis
- Tuberous
sclerosis
- Tourette
syndrome
- Fragile
X syndrome
- Turner
syndrome
- Klinefelter
syndrome
- Type
1 diabetes
- HIV
- CNS
infection
- Cranial
irradiation
- Traumatic
brain injury
Etiology & Pathogenesis
LD มีสาเหตุหลายปัจจัย
เกิดจาก
- ความผิดปกติของโครงสร้างและการทำงานของสมอง
- พันธุกรรม
- การบาดเจ็บหรือโรคของสมอง
- สิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้
ปัจจัยสิ่งแวดล้อมมีผลต่อ ความรุนแรงของอาการ
แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของโรค
สำคัญ
LD ไม่ใช่โรคของสายตา
การแก้ไขสายตาไม่ได้รักษา LD เพราะปัญหาอยู่ที่ brain processing ไม่ใช่การมองเห็น
Major learning disorder syndromes
1. Reading disability (Dyslexia)
ความผิดปกติหลัก
- Phonological
processing deficit
- Orthographic
processing deficit (ในบางราย)
อาการ
- อ่านช้า
- อ่านผิด
- decoding
ลำบาก
- fluency
ต่ำ
- comprehension
แย่ตามมา
มักเริ่มแสดงในช่วง 1–2 ปีแรกของการเรียนหนังสือ
2. Disorder of written expression
เกิดจากความบกพร่องด้าน
- Handwriting
(graphomotor)
- Spelling
(encoding)
- Grammar
- Syntax (เรียงคำเป็นประโยค)
- Organization
of ideas
อาการ
- ลายมือไม่ดี
- สะกดผิด
- Grammar
ผิด
- เขียนประโยคง่ายเกินไป
- เขียนเรียงความไม่เป็นระบบ
- คัดลอกจากกระดานช้า
Differential diagnosis
- Developmental
coordination disorder
- Dyslexia
- Language
disorder
- ADHD
3. Mathematics learning disorder (Dyscalculia)
ความผิดปกติหลัก
Number sense
เช่น
- ไม่เข้าใจจำนวน
- ประเมินค่าปริมาณไม่ได้
- ไม่เข้าใจ number line
- ไม่เข้าใจเศษส่วน
- ไม่รู้ว่าคำตอบสมเหตุสมผลหรือไม่
Calculation
- บวก ลบ คูณ หารผิด
- จำสูตรคูณไม่ได้
- ดึง math facts จากความจำไม่ได้
Language of math
- อ่านตัวเลขผิด
- อ่านสัญลักษณ์ผิด
Word problems
- แปลโจทย์ไม่ได้
- เขียนสมการไม่ได้
Visual-spatial / Organization
- วางตัวเลขไม่ตรงหลัก
- ลืมทด
- กลับเลข
- ทำหลายขั้นตอนไม่ได้
มักพบร่วมกับ
- Dyslexia
- Writing
disorder
- ADHD
- Language
disorder
4. Language-based learning disorder
เกิดจากความผิดปกติของภาษา
ได้แก่
- Vocabulary
- Grammar
- Syntax
- Narrative (เล่าเรื่อง)
- Discourse (ใช้ในชีวิตจริง)
เด็กมัก
- อ่านออก
- เขียนได้
แต่
- ไม่เข้าใจข้อความ
- เขียนเรียงความไม่ได้
- ทำตามคำสั่งยาก
- มีปัญหาในการสนทนาและการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน
ต่างจาก dyslexia ตรงที่ phonics
และ decoding อาจปกติ
5. Nonverbal Learning Disorder (NLD)
ไม่ใช่การวินิจฉัยใน DSM-5-TR
ลักษณะเด่น
จุดแข็ง
- ภาษา
- การอ่านคำ
- การสะกด
จุดอ่อน
- Visual-spatial
- Social
reasoning
- Executive
function
- Reading
comprehension ระดับสูง
- Written
expression
- Math
- Anxiety
- Depression
มักต้องอาศัย neuropsychological
evaluation เพื่อวินิจฉัย
Factors affecting severity
School
ห้องเรียนที่มี
- Structured
instruction
- Predictable
routine
- ครูที่เข้าใจเด็ก
ช่วยลดผลกระทบของ LD ได้
Home
บ้านที่มี
- อ่านหนังสือ
- มีกิจวัตร
- ช่วยการบ้าน
- มีโครงสร้างชัดเจน
ช่วยลดผลกระทบของโรคได้เช่นกัน
Clinical presentation
ควรสงสัย LD เมื่อเด็กมี
Academic
- ผลการเรียนตก
- เรียนบางวิชาไม่ได้
Psychological
- Self-esteem
ต่ำ
- ไม่อยากเรียน
Behavioral
- ต่อต้าน
- หงุดหงิดง่าย
- ยอมแพ้ง่าย
Social
- ไม่มีเพื่อน
- สื่อสารไม่ดี
- เล่นเกมกับเพื่อนไม่ได้
- เข้าใจ social cues ไม่ดี
Clinical course
Reading disability
- วินิจฉัยในเด็กเล็กมีความคงที่ของการวินิจฉัยต่ำกว่า
เนื่องจากบางรายตอบสนองต่อการสอนได้ดี
- หลัง Grade 3 มักคงอยู่ต่อเนื่อง
- แม้ทักษะการอ่านดีขึ้น แต่ fluency มักต่ำกว่าปกติ
Math disability
ประมาณ
65–70%
ยังคงมีปัญหาถึง Grade 5
Comorbidities
LD มักพบร่วมกับ
- Reading
disorder
- Writing
disorder
- Math
disorder
- ADHD
- Autism
spectrum disorder
- Anxiety
- Depression
- Bipolar
disorder
- Oppositional
defiant disorder
ดังนั้นการประเมินควรครอบคลุมทั้งด้านการเรียนและสุขภาพจิต
Differential diagnosis
ควรแยกจาก
- Mild
intellectual disability
- Borderline
IQ (IQ 70–89)
- Hearing
impairment
- Vision
impairment
- ADHD
- Anxiety
- Depression
- ความคาดหวังของโรงเรียนหรือผู้ปกครองที่ไม่เหมาะสม
- Poor
teaching
- Frequent
school absence
- English
as second language
- Sleep
disorders
- Neurologic
disorders
- Genetic
disorders
- Medication
effects
- Substance
use
การวินิจฉัยยืนยันอาศัย psychometric
testing ร่วมกับประวัติ การตรวจร่างกาย
และการประเมินด้านการศึกษา
Key points
- Specific
Learning Disorder (SLD) เป็น neurodevelopmental
disorder ที่กระทบเฉพาะทักษะการเรียน ได้แก่ reading,
written expression และ mathematics
- ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ reading disability (dyslexia)
รองลงมาคือ writing disorder และ dyscalculia
- LD
ไม่ใช่โรคของสายตา และไม่สามารถรักษาได้ด้วยการแก้ไขความผิดปกติของการมองเห็นเพียงอย่างเดียว
- ปัจจัยด้าน โรงเรียนและครอบครัว สามารถลดหรือเพิ่มความรุนแรงของอาการได้
แม้ไม่ใช่สาเหตุหลักของโรค
- ผู้ป่วยมักมี โรคร่วม (comorbidities) เช่น ADHD, ASD, anxiety และ depression
จึงควรได้รับการประเมินแบบองค์รวม
- การวินิจฉัยอาศัย การประเมินทางจิตวิทยาและการศึกษา (psychometric
testing) ร่วมกับการแยกโรคอื่นที่ทำให้การเรียนบกพร่อง
เช่น ความบกพร่องทางสติปัญญา ความผิดปกติของการได้ยิน/การมองเห็น
และปัญหาทางจิตเวช
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น