Dialectical Behavior Therapy (DBT)
เป็น psychotherapy ที่เวลาเรียนทฤษฎีมักจะดูคล้าย
CBT แต่พอเห็นการสนทนาจริงจะรู้ว่า "น้ำเสียง" ต่างกันมาก
CBT มักเริ่มจาก
"ความคิดนี้จริงไหม?"
DBT มักเริ่มจาก
"ผมเข้าใจว่าทำไมคุณถึงรู้สึกแบบนี้"
(Validation)
แล้วจึงค่อยพาไปสู่
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ?"
(Change)
นี่คือคำว่า Dialectic
ยอมรับ (Acceptance) + เปลี่ยนแปลง (Change)
ทั้งสองอย่างเกิดพร้อมกัน
DBT ใช้มากที่สุดใน
- Borderline
Personality Disorder
- Chronic
suicidal behavior
- Self-harm
- Severe
emotional dysregulation
ตัวอย่าง
หญิง 24 ปี
Borderline Personality Disorder
ทะเลาะกับแฟน
กรีดแขนเมื่อคืน
มาพบนักบำบัดวันนี้
วิธีที่ไม่ใช่ DBT
Therapist
ทำไมถึงกรีดแขน
Patient
หนูทนไม่ไหว
Therapist
ครั้งหน้าห้ามทำอีกนะ
Patient
...
รู้สึกว่า
"ไม่มีใครเข้าใจ"
วิธีแบบ DBT
Patient
เมื่อคืนหนูกรีดแขน
Therapist
ตอนนั้นมันทรมานมากใช่ไหม
Patient
ร้องไห้
ใช่ค่ะ
หนูเหมือนจะระเบิด
Therapist
ถ้าผมอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
และรู้สึกหนักขนาดนั้น
ผมก็คงเข้าใจว่าทำไมคุณถึงทำแบบนั้น
สังเกตว่า
Therapist ไม่ได้บอกว่า
"กรีดแขนถูกต้อง"
แต่กำลัง
Validate emotion
ไม่ใช่
Validate behavior
Patient
ไม่มีใครเคยพูดแบบนี้เลย
Acceptance
Therapist
ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้อยากเจ็บ
คุณแค่อยากให้ความเจ็บในใจหยุด
Patient
ใช่ค่ะ
หนูไม่ได้อยากตาย
หนูแค่อยากให้มันหยุด
Therapist
นั่นเป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก
DBT จะพยายาม
แยก
Emotion
ออกจาก
Behavior
Change
Therapist
ถ้าเหตุการณ์เดิมเกิดคืนนี้
เรามาลองคิดว่า
มีวิธีอื่นที่ช่วยลดความทรมานได้ไหม
Patient
หนูนึกไม่ออก
Therapist
ไม่เป็นไร
วันนี้เราจะช่วยกันหา
Distress tolerance
Therapist
ตอนก่อนกรีดแขน
ความทุกข์ประมาณกี่คะแนน
Patient
สิบเต็มสิบ
Therapist
ถ้าเราทำอะไรที่ทำให้เหลือแปด
ยังไม่ต้องเหลือศูนย์
คุณคิดว่าพอไหวไหม
Patient
น่าจะไหว
Therapist
เราลองทำรายการ
สิ่งที่ช่วยให้คะแนนลดลง
Patient
อาบน้ำเย็น
โทรหาเพื่อน
กอดหมา
Therapist
ดีมาก
เราจะใช้สิ่งเหล่านี้ก่อน
ก่อนหยิบมีด
นี่คือ
Distress tolerance
Emotion regulation
Patient
หนูร้องไห้ทั้งวัน
Therapist
ก่อนร้องไห้
มีอะไรเกิดขึ้น
Patient
แฟนไม่ตอบไลน์
Therapist
ตอนนั้นคุณตีความว่าอะไร
Patient
เขาจะทิ้งหนู
Therapist
ความรู้สึกนั้นแรงมาก
เราลองสังเกตมันก่อน
ยังไม่ต้องเชื่อมันทั้งหมด
DBT ต่างจาก CBT
ตรงที่
ไม่รีบโต้แย้งความคิด
แต่
ฝึกอยู่กับอารมณ์
Mindfulness
Therapist
ตอนนี้
คุณรู้สึกอะไรในร่างกาย
Patient
ใจเต้นเร็ว
Therapist
รับรู้มัน
ไม่ต้องผลักไส
ไม่ต้องหนี
แค่สังเกต
Patient
...
มันค่อย ๆ เบาลง
DBT ใช้
Mindfulness
แทบทุก session
Interpersonal effectiveness
Patient
หนูโทรหาแฟน
ยี่สิบสาย
Therapist
คุณต้องการอะไรจริง ๆ
Patient
อยากให้เขารับสาย
Therapist
ถ้าเขารับ
คุณจะพูดว่าอะไร
Patient
...
ไม่รู้ค่ะ
Therapist
งั้นเรามาซ้อมกัน
Patient
หนูรู้สึกไม่มั่นคง
อยากคุยเมื่อคุณสะดวก
Therapist
ประโยคนี้ต่างจาก
"ทำไมไม่รับสาย"
ยังไง
Patient
มันไม่กล่าวโทษ
นี่คือ
Interpersonal effectiveness
Radical Acceptance
Patient
หนูรับไม่ได้
ที่แฟนเลิก
Therapist
ถ้าคุณรับไม่ได้
ความจริงจะเปลี่ยนไหม
Patient
ไม่ค่ะ
Therapist
งั้นตอนนี้
เรากำลังต่อสู้กับ
"ความจริง"
หรือกำลังเผชิญกับมัน
Patient
...
หนูกำลังสู้กับมัน
Therapist
Radical acceptance
ไม่ใช่การเห็นด้วย
แต่คือการยอมรับว่า
"สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว"
เพื่อให้เรามีพลังไปเลือกว่าจะทำอะไรต่อ
Chain Analysis
DBT ใช้บ่อยมาก
Therapist
เรามาดูทีละขั้น
เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
Patient
แฟนไม่ตอบ
↓
ร้องไห้
↓
ดื่มเหล้า
↓
หยิบมีด
↓
กรีดแขน
↓
โล่ง
↓
รู้สึกผิด
Therapist
คุณคิดว่า
จุดไหนของโซ่นี้
ที่เราน่าจะเข้าไปเปลี่ยนได้
Patient
ตอนก่อนหยิบเหล้า
Therapist
เห็นด้วยครับ
นั่นคือจุดที่เราจะฝึกในสัปดาห์นี้
เปรียบเทียบกับ CBT
ผู้ป่วยพูดว่า
"แฟนไม่ตอบไลน์ หนูกรีดแขน"
CBT
คุณคิดอะไรตอนนั้น?
หลักฐานว่าแฟนจะทิ้งคุณคืออะไร?
→ เปลี่ยน ความคิด
Psychodynamic
ความกลัวการถูกทอดทิ้งนี้เคยเกิดกับใครมาก่อน?
→ เข้าใจ ต้นกำเนิดของความรู้สึก
IPT
คุณกับแฟนสื่อสารกันอย่างไร?
→ ปรับ ความสัมพันธ์และการสื่อสาร
DBT
ตอนนั้นคุณทุกข์มากจริง ๆ
เราจะช่วยให้คุณผ่านอารมณ์นั้นโดยไม่ทำร้ายตัวเองได้อย่างไร?
→ เป้าหมายคือ ยอมรับอารมณ์ (Acceptance) พร้อมกับ สร้างทักษะใหม่ (Skills) เพื่อควบคุมอารมณ์
ทนต่อความทุกข์ และสร้างความสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ
หัวใจของ DBT: 4 Skills Modules
เมื่อดูตัวอย่างบทสนทนาทั้งหมด จะเห็นว่า DBT
สอน "ทักษะ" 4 กลุ่มหลัก
ซึ่งจะถูกนำมาฝึกซ้ำ ๆ
1.
Mindfulness – สังเกตความคิดและอารมณ์โดยไม่รีบตอบสนอง
2.
Distress Tolerance – ผ่านช่วงอารมณ์รุนแรงโดยไม่ใช้พฤติกรรมทำร้ายตนเอง
3.
Emotion Regulation – เข้าใจและจัดการอารมณ์อย่างเป็นระบบ
4.
Interpersonal Effectiveness – สื่อสาร ขอความช่วยเหลือ และตั้งขอบเขตกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม
ถ้าจะสรุปเป็นประโยคเดียว
ความรู้สึกของผู้ป่วยหลังจบแต่ละแนวทางมักต่างกันดังนี้
- CBT:
"ฉันเริ่มเห็นว่าความคิดของฉันอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด"
- Psychodynamic:
"ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้มาตลอดชีวิต"
- IPT:
"ฉันมีวิธีสื่อสารและจัดการความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น"
- DBT:
"อารมณ์ของฉันยังมีอยู่
แต่ฉันไม่จำเป็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะมันอีกต่อไป"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น