วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Dialectical Behavior Therapy (DBT)

Dialectical Behavior Therapy (DBT)

เป็น psychotherapy ที่เวลาเรียนทฤษฎีมักจะดูคล้าย CBT แต่พอเห็นการสนทนาจริงจะรู้ว่า "น้ำเสียง" ต่างกันมาก

CBT มักเริ่มจาก

"ความคิดนี้จริงไหม?"

DBT มักเริ่มจาก

"ผมเข้าใจว่าทำไมคุณถึงรู้สึกแบบนี้" (Validation)

แล้วจึงค่อยพาไปสู่

"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ?" (Change)

นี่คือคำว่า Dialectic

ยอมรับ (Acceptance) + เปลี่ยนแปลง (Change)

ทั้งสองอย่างเกิดพร้อมกัน

DBT ใช้มากที่สุดใน

  • Borderline Personality Disorder
  • Chronic suicidal behavior
  • Self-harm
  • Severe emotional dysregulation

ตัวอย่าง

หญิง 24 ปี

Borderline Personality Disorder

ทะเลาะกับแฟน

กรีดแขนเมื่อคืน

มาพบนักบำบัดวันนี้


วิธีที่ไม่ใช่ DBT

Therapist

ทำไมถึงกรีดแขน


Patient

หนูทนไม่ไหว


Therapist

ครั้งหน้าห้ามทำอีกนะ


Patient

...

รู้สึกว่า

"ไม่มีใครเข้าใจ"


วิธีแบบ DBT

Patient

เมื่อคืนหนูกรีดแขน


Therapist

ตอนนั้นมันทรมานมากใช่ไหม


Patient

ร้องไห้

ใช่ค่ะ

หนูเหมือนจะระเบิด


Therapist

ถ้าผมอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

และรู้สึกหนักขนาดนั้น

ผมก็คงเข้าใจว่าทำไมคุณถึงทำแบบนั้น

สังเกตว่า

Therapist ไม่ได้บอกว่า "กรีดแขนถูกต้อง"

แต่กำลัง

Validate emotion

ไม่ใช่

Validate behavior


Patient

ไม่มีใครเคยพูดแบบนี้เลย


Acceptance

Therapist

ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้อยากเจ็บ

คุณแค่อยากให้ความเจ็บในใจหยุด


Patient

ใช่ค่ะ

หนูไม่ได้อยากตาย

หนูแค่อยากให้มันหยุด


Therapist

นั่นเป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก


DBT จะพยายาม

แยก

Emotion

ออกจาก

Behavior


Change

Therapist

ถ้าเหตุการณ์เดิมเกิดคืนนี้

เรามาลองคิดว่า

มีวิธีอื่นที่ช่วยลดความทรมานได้ไหม


Patient

หนูนึกไม่ออก


Therapist

ไม่เป็นไร

วันนี้เราจะช่วยกันหา


Distress tolerance

Therapist

ตอนก่อนกรีดแขน

ความทุกข์ประมาณกี่คะแนน


Patient

สิบเต็มสิบ


Therapist

ถ้าเราทำอะไรที่ทำให้เหลือแปด

ยังไม่ต้องเหลือศูนย์

คุณคิดว่าพอไหวไหม


Patient

น่าจะไหว


Therapist

เราลองทำรายการ

สิ่งที่ช่วยให้คะแนนลดลง


Patient

อาบน้ำเย็น

โทรหาเพื่อน

กอดหมา


Therapist

ดีมาก

เราจะใช้สิ่งเหล่านี้ก่อน

ก่อนหยิบมีด


นี่คือ

Distress tolerance


Emotion regulation

Patient

หนูร้องไห้ทั้งวัน


Therapist

ก่อนร้องไห้

มีอะไรเกิดขึ้น


Patient

แฟนไม่ตอบไลน์


Therapist

ตอนนั้นคุณตีความว่าอะไร


Patient

เขาจะทิ้งหนู


Therapist

ความรู้สึกนั้นแรงมาก

เราลองสังเกตมันก่อน

ยังไม่ต้องเชื่อมันทั้งหมด


DBT ต่างจาก CBT

ตรงที่

ไม่รีบโต้แย้งความคิด

แต่

ฝึกอยู่กับอารมณ์


Mindfulness

Therapist

ตอนนี้

คุณรู้สึกอะไรในร่างกาย


Patient

ใจเต้นเร็ว


Therapist

รับรู้มัน

ไม่ต้องผลักไส

ไม่ต้องหนี

แค่สังเกต


Patient

...

มันค่อย ๆ เบาลง


DBT ใช้

Mindfulness

แทบทุก session


Interpersonal effectiveness

Patient

หนูโทรหาแฟน

ยี่สิบสาย


Therapist

คุณต้องการอะไรจริง ๆ


Patient

อยากให้เขารับสาย


Therapist

ถ้าเขารับ

คุณจะพูดว่าอะไร


Patient

...

ไม่รู้ค่ะ


Therapist

งั้นเรามาซ้อมกัน


Patient

หนูรู้สึกไม่มั่นคง

อยากคุยเมื่อคุณสะดวก


Therapist

ประโยคนี้ต่างจาก

"ทำไมไม่รับสาย"

ยังไง


Patient

มันไม่กล่าวโทษ


นี่คือ

Interpersonal effectiveness


Radical Acceptance

Patient

หนูรับไม่ได้

ที่แฟนเลิก


Therapist

ถ้าคุณรับไม่ได้

ความจริงจะเปลี่ยนไหม


Patient

ไม่ค่ะ


Therapist

งั้นตอนนี้

เรากำลังต่อสู้กับ

"ความจริง"

หรือกำลังเผชิญกับมัน


Patient

...

หนูกำลังสู้กับมัน


Therapist

Radical acceptance

ไม่ใช่การเห็นด้วย

แต่คือการยอมรับว่า

"สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว"

เพื่อให้เรามีพลังไปเลือกว่าจะทำอะไรต่อ


Chain Analysis

DBT ใช้บ่อยมาก

Therapist

เรามาดูทีละขั้น

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น


Patient

แฟนไม่ตอบ

ร้องไห้

ดื่มเหล้า

หยิบมีด

กรีดแขน

โล่ง

รู้สึกผิด


Therapist

คุณคิดว่า

จุดไหนของโซ่นี้

ที่เราน่าจะเข้าไปเปลี่ยนได้


Patient

ตอนก่อนหยิบเหล้า


Therapist

เห็นด้วยครับ

นั่นคือจุดที่เราจะฝึกในสัปดาห์นี้


เปรียบเทียบกับ CBT

ผู้ป่วยพูดว่า

"แฟนไม่ตอบไลน์ หนูกรีดแขน"

CBT

คุณคิดอะไรตอนนั้น?

หลักฐานว่าแฟนจะทิ้งคุณคืออะไร?

เปลี่ยน ความคิด

Psychodynamic

ความกลัวการถูกทอดทิ้งนี้เคยเกิดกับใครมาก่อน?

เข้าใจ ต้นกำเนิดของความรู้สึก

IPT

คุณกับแฟนสื่อสารกันอย่างไร?

ปรับ ความสัมพันธ์และการสื่อสาร

DBT

ตอนนั้นคุณทุกข์มากจริง ๆ

เราจะช่วยให้คุณผ่านอารมณ์นั้นโดยไม่ทำร้ายตัวเองได้อย่างไร?

เป้าหมายคือ ยอมรับอารมณ์ (Acceptance) พร้อมกับ สร้างทักษะใหม่ (Skills) เพื่อควบคุมอารมณ์ ทนต่อความทุกข์ และสร้างความสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ


หัวใจของ DBT: 4 Skills Modules

เมื่อดูตัวอย่างบทสนทนาทั้งหมด จะเห็นว่า DBT สอน "ทักษะ" 4 กลุ่มหลัก ซึ่งจะถูกนำมาฝึกซ้ำ ๆ

1.       Mindfulnessสังเกตความคิดและอารมณ์โดยไม่รีบตอบสนอง

2.       Distress Toleranceผ่านช่วงอารมณ์รุนแรงโดยไม่ใช้พฤติกรรมทำร้ายตนเอง

3.       Emotion Regulationเข้าใจและจัดการอารมณ์อย่างเป็นระบบ

4.       Interpersonal Effectivenessสื่อสาร ขอความช่วยเหลือ และตั้งขอบเขตกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม

ถ้าจะสรุปเป็นประโยคเดียว ความรู้สึกของผู้ป่วยหลังจบแต่ละแนวทางมักต่างกันดังนี้

  • CBT: "ฉันเริ่มเห็นว่าความคิดของฉันอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด"
  • Psychodynamic: "ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้มาตลอดชีวิต"
  • IPT: "ฉันมีวิธีสื่อสารและจัดการความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น"
  • DBT: "อารมณ์ของฉันยังมีอยู่ แต่ฉันไม่จำเป็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะมันอีกต่อไป"

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น