Mindfulness-based therapy
(เช่น Mindfulness-Based Cognitive
Therapy; MBCT หรือ Mindfulness-Based Stress
Reduction; MBSR) เป็นอีกแนวทางที่คนมักเข้าใจผิดว่า
"คือการนั่งสมาธิ"
จริง ๆ แล้ว การนั่งสมาธิเป็นเพียงเครื่องมือ
เป้าหมายที่แท้จริงคือ
เปลี่ยนความสัมพันธ์ของผู้ป่วยกับความคิดและอารมณ์
ไม่ได้พยายาม
- เปลี่ยนความคิด (เหมือน CBT)
- วิเคราะห์อดีต (เหมือน Psychodynamic)
- แก้ปัญหาความสัมพันธ์ (เหมือน IPT)
แต่สอนให้ผู้ป่วยเห็นว่า
"ความคิดเป็นเพียงความคิด
ไม่ใช่ข้อเท็จจริง"
ตัวอย่าง
หญิง 35 ปี
Major depression
อาการดีขึ้นจากยา
แต่ยังมีความคิดวนซ้ำ
"ฉันล้มเหลว"
ทุกวัน
วิธีที่ไม่ใช่ Mindfulness
Therapist
ทำไมถึงคิดแบบนั้น
หรือ
ลองคิดบวกสิ
Mindfulness จะไม่ทำแบบนั้น
Session แรก
Therapist
วันนี้ผมไม่ได้จะทำให้คุณหยุดคิดนะครับ
Patient
แต่หนูอยากหยุดคิด
Therapist
ยิ่งเราพยายามไล่ความคิด
บางทีมันยิ่งกลับมา
Patient
จริงค่ะ
Therapist
วันนี้เราจะลอง
"สังเกต"
มากกว่า
"ต่อสู้"
ฝึกหายใจ
Therapist
หลับตาได้ไหม
รับรู้ลมหายใจ
ไม่ต้องบังคับ
แค่รู้ว่ากำลังหายใจเข้า
และรู้ว่ากำลังหายใจออก
30 วินาทีผ่านไป
Patient
หนูคิดเรื่องงานอีกแล้ว
Therapist
ดีครับ
Patient
ดีเหรอคะ
Therapist
ใช่
เพราะคุณเพิ่งสังเกตเห็น
ว่าความคิดเกิดขึ้น
Patient
...
Therapist
แล้วเราค่อย ๆ
กลับมาที่ลมหายใจ
สังเกตว่า
Mindfulness
ไม่บอกว่า
อย่าคิด
แต่บอกว่า
รู้ว่ากำลังคิด
ผู้ป่วยถาม
Patient
หนูคิดไม่หยุดเลย
Therapist
เป้าหมายไม่ใช่
"ไม่มีความคิด"
เป้าหมายคือ
"ไม่ถูกความคิดลากไป"
Patient
ต่างกันยังไง
Therapist
ลองนึกว่าความคิด
เหมือนรถวิ่งบนถนน
เมื่อก่อน
คุณกระโดดขึ้นรถทุกคัน
วันนี้
เราจะนั่งอยู่ริมถนน
แล้วดูรถวิ่งผ่าน
Patient
ยิ้ม
เข้าใจแล้วค่ะ
นี่คือ
Decentering
หัวใจของ MBCT
ผู้ป่วยมีความคิด
"ฉันไม่มีค่า"
CBT
หลักฐานคืออะไร
Mindfulness
Therapist
ตอนนี้
คุณสังเกตเห็นอะไร
Patient
มีประโยคขึ้นมา
ว่า
"ฉันไม่มีค่า"
Therapist
ดีครับ
ลองเติมคำข้างหน้าว่า
"ตอนนี้ฉันกำลังมีความคิดว่า..."
Patient
...
"ตอนนี้ฉันกำลังมีความคิดว่า
ฉันไม่มีค่า"
Therapist
ความรู้สึกต่างไหม
Patient
เหมือนมันห่างออกนิดหนึ่ง
นี่คือเทคนิค
Cognitive Defusion
ผู้ป่วยไม่ถูกความคิดกลืน
อีกตัวอย่าง
Patient
หนูโกรธมาก
Therapist
ตอนนี้
ความโกรธอยู่ตรงไหนของร่างกาย
Patient
หน้าอกแน่น
Therapist
ลองอยู่กับความแน่นนั้น
ไม่ต้องผลักมันออก
ไม่ต้องทำให้มันหาย
Patient
...
มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
Therapist
ใช่ครับ
อารมณ์
ก็เหมือนคลื่น
มันมา
แล้วก็ไป
Mindfulness
มองว่า
Emotion
เป็น
Experience
ไม่ใช่
Enemy
ตัวอย่าง Anxiety
Patient
หนูเริ่มใจสั่น
Therapist
ลองบอกสิ่งที่คุณสังเกต
Patient
ใจเต้น
มือเย็น
หายใจเร็ว
Therapist
ดีครับ
อย่าเพิ่งเรียกมันว่า
"ฉันกำลังแย่"
แค่บรรยาย
สิ่งที่เกิดขึ้น
Patient
...
ใจเต้นเร็ว
หน้าอุ่น
หายใจแรง
Therapist
ต่างกันไหม
Patient
มันน่ากลัวน้อยลง
Mindfulness
เปลี่ยน
Interpretation
ให้เป็น
Observation
ตัวอย่าง Chronic Pain
Patient
ปวดหลังทั้งวัน
Therapist
ตอนนี้
ความปวด
อยู่ตรงไหน
Patient
หลัง
Therapist
ความปวด
เท่ากันทั้งหลังไหม
Patient
ไม่
จริง ๆ เป็นแค่ด้านซ้าย
Therapist
แล้วมันนิ่งไหม
Patient
มันเปลี่ยนตลอด
ผู้ป่วยเริ่มเห็นว่า
Pain
ไม่ใช่
ก้อนเดียว
ที่คงที่
ตัวอย่าง Rumination
Patient
หนูคิดเรื่องเดิมซ้ำทั้งวัน
Therapist
ลองหลับตา
แล้วจินตนาการว่า
ความคิดแต่ละอัน
เป็นใบไม้
ลอยไปตามลำธาร
Patient
...
Therapist
คุณไม่ต้องผลักใบไม้
ไม่ต้องดึงมันไว้
แค่ดูมันลอยผ่าน
Patient
...
มันแปลกดีค่ะ
หนูไม่ต้องสู้กับมัน
นี่คือ
Leaves on a stream
ซึ่งเป็น exercise ที่ใช้บ่อย
Body Scan
Therapist
วันนี้
เราจะไล่ความสนใจ
จากปลายเท้า
มาถึงศีรษะ
ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร
แค่รับรู้
Patient
ทำไมต้องทำ
Therapist
เพราะคนที่กังวล
มักอยู่ในอนาคต
คนที่ซึมเศร้า
มักอยู่ในอดีต
การรับรู้ร่างกาย
ช่วยดึงเรากลับมา
อยู่กับปัจจุบัน
เปรียบเทียบกับ CBT
ผู้ป่วยพูดว่า
"ฉันไม่มีค่า"
CBT
หลักฐานคืออะไร?
ความคิดนี้จริงแค่ไหน?
→ เปลี่ยน เนื้อหาของความคิด
Mindfulness
ตอนนี้คุณกำลังสังเกตเห็นความคิดว่า
"ฉันไม่มีค่า"
ลองรับรู้ว่ามันเป็นเพียงความคิด
แล้วปล่อยให้มันผ่านไปเหมือนเมฆบนท้องฟ้า
→ เปลี่ยน ความสัมพันธ์กับความคิด
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
สมมติความคิดคือ
"ฉันล้มเหลว"
CBT เปรียบเหมือน
อ่านประโยคนั้น
แล้วตรวจว่าจริงหรือไม่
Psychodynamic
ถามว่า
ประโยคนี้มาจากไหน
IPT
ดูว่าความสัมพันธ์กับคนอื่นมีส่วนทำให้ประโยคนี้เกิดขึ้นหรือไม่
Mindfulness
มองประโยคนั้น
เหมือนเมฆก้อนหนึ่ง
ลอยผ่านท้องฟ้า
ไม่ต้องไล่
ไม่ต้องจับ
แค่รู้ว่า
"ตอนนี้มีเมฆ"
แก่นของ Mindfulness-based Therapy
ประโยคที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ดีที่สุดคือ
"คุณไม่ใช่ความคิดของคุณ
และคุณไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกความคิดที่สมองสร้างขึ้น"
นักบำบัดจึงไม่ได้พยายามทำให้ผู้ป่วย
"คิดน้อยลง" แต่ช่วยให้ผู้ป่วย สังเกตความคิด ความรู้สึก
และความรู้สึกทางกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น (curiosity) และไม่ตัดสิน (non-judgment) เมื่อผู้ป่วยเลิกต่อสู้กับประสบการณ์ภายใน
ความทุกข์จากความคิดหรืออารมณ์มักลดลง
แม้ว่าความคิดหรืออารมณ์นั้นจะยังคงเกิดขึ้นอยู่ก็ตาม.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น