วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

NIH Stroke Scale

NIH Stroke Scale

เป็นการประเมิน Stroke score ที่หมอที่อยู่ ER คุ้นเคยกันดี ในหมอที่มีประสบการณ์สามารถประเมินเสร็จได้ภายใน 7 นาที

หลักการก่อนการประเมินคร่าวๆดังนี้

ประเมินต่อเนื่องเป็นข้อๆตามลำดับ ให้คะแนนสิ่งที่ผู้ป่วยทำได้ ไม่ใช่สิ่งที่หมอคิดว่าผู้ป่วยทำได้ 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมได้แก่ เข็มกลัดไว้ตรวจ Sensory และ naming card ไว้ตรวจ language function

1.   Level of consciousness

  • 1a ดู : ถามคำถามทั่วไป ดูว่าตื่นดี ตอบได้ ตอบสนองด้วยสายตา หรือต้องกระตุ้นถึงจะตอบสนอง (minor stimuli หรือ painful stimuli) หรือไม่ตอบสนองเลย

0 = รู้ตัวดี ตอบสนองเป็นปกติ

1 = ง่วงซึม ปลุกตื่นได้ง่าย เมื่อตื่นถามตอบรู้เรื่องและสามารถทำตามสั่งได้

2 = หลับตลอดเวลา ปลุกตื่นได้แต่ต้องใช้ตัวกระตุ้นแรงๆ ซ้ำๆกับหลายๆครั้ง หรืออาจจำเป็นต้องใช้สิ่งเร้าที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด

3 = ไม่ตอบสนองแต่สามารถตรวจพบปฏิกิริยาอัตโนมัติ (Reflex) ได้

  • 1b ถาม : อายุเท่าไหร่? เดือนนี้เดือนอะไร? ถ้าพูดไม่ได้จากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ aphasia หรือ stuporous เช่น ใส่ ETT, severe dysarthria, language barrier ให้ 1 คะแนน

0 = ตอบถูกทั้ง 2 ข้อ

1 = ตอบได้ถูกเพียง 1 ข้อ (หรือเข้าใจภาษาแต่ตรวจไม่ได้เช่น ETT, severe dysarthria, language barrier)

2 = ไม่สามารถตอบคำถามได้หรือตอบผิดทั้ง 2 ข้อ

  • 1c สั่ง : ให้หลับตา แล้วลืมตา ให้กำมือแล้วแบบมือ

0 = ทำได้ถูกต้องทั้ง 2 อย่าง

1 = ทำได้ถูกต้องเพียงอย่างเดียว

2 = ไม่ทำตามคำสั่ง หรือทำไม่ถูกต้อง

2.  Best gaze คือการตรวจ EOM เฉพาะ horizontal movement ให้มองตามนิ้วมือ มองตามหน้า หรือ  reflexive (oculocephalic) eye movement ในผู้ป่วยที่ทำตามสั่งไม่ได้

0 = มองตามได้เป็นปกติ

1 = ตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างเหลือบมองไปด้านข้างได้แต่ไม่สุด

2 = เหลือบตามองด้านข้างไม่ได้เลย หรือมองไปด้านใดด้านหนึ่งจนสุดโดยไม่สามารถแก้ไขด้วย oculocephalic manever

3.  Visual fields ตรวจโดยปิดตาทีละข้าง (แบบ confrontation test) ตรวจแยก quadrant บน-ล่าง ซ้าย-ขวา โดยการให้นับนิ้ว บอกข้างที่นิ้วขยับ หรือใช้ visual threat และควรตรวจหลาย quadrant พร้อมกันซึ่งอาจจะพบความผิดปกติบางส่วนได้

0 = ลานสายตาปกติ

1 = ลานสายตาผิดปกติบางส่วน

2 = ลานสายตาผิดปกติครึ่งซีก

3 = มองไม่เห็นทั้ง 2 ตา (ตาบอดจากสาเหตุใดๆก็ตาม)

4.   Facial palsy ให้ยิ้ม ดูความต่างของ nasolabial fold  2 ข้าง ให้ปิดตาแน่น ย่นหน้าผาก หรือถ้าผู้ป่วยไม่ทำตามสั่งให้กระตุ้น pain แล้วดูสีหน้าแทน

0 = ไม่พบการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า

1 = เห็นมุมปากตกหรือไม่เท่ากันเมื่อยิ้ม

2 = กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงมาก แต่ยังพอเคลื่อนไหวได้

3 = ใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างไม่ขยับเลย

5.   Motor arm ลืมตายกแขนเหยียด 90° ในท่านั่ง ยก 45° ในท่านอนทีละข้าง (อาจยกให้ผู้ป่วยก่อนแล้วผู้ป่วยอาจลดระดับมาระดับที่ comfort แล้วค่อยเริ่มนับ) นับ 1-10 นับดังๆ อาจใช้มือประกอบเพื่อกระตุ้นผู้ป่วย บางครั้งยกไม่ขึ้นเลยต้องกระตุ้นให้ขยับส่วน proximal เช่น ไหล่ สะโพก

0 = ยกค้างได้ตลอด 10 วินาที

1 = ยกค้างได้ไม่ถึง 10 วินาทีแต่แขนไม่ตกลงบนเตียง

2 = ยกได้บ้าง จากนั้นแขนตกลงบนเตียง

3 = ยกแขนไม่ขึ้น (พอขยับได้เช่นให้ขยับหัวไหล่ได้)

4 = ไม่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแขน

9 = แขนพิการหรือข้อติดไม่สามารถตรวจได้

6.  Motor leg ยกขาเหยียดตรง 30° ในท่านอนทีละข้าง นับ 1-5 เช่นเดียวกับ motor arm

0 = ยกค้างได้ตลอด 5 วินาที

1 = ยกค้างได้ไม่ถึง 5 วินาทีแต่ขาไม่ตกลงบนเตียง

2 = ยกได้บ้าง จากนั้นขาตกลงบนเตียง

3 = ยกแขนไม่ขึ้น (พอขยับได้เช่นให้ขยับสะโพกได้)

4 = ไม่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขา

9 = ขาพิการหรือข้อติดไม่สามารถตรวจได้

7.  Limp ataxia ตรวจ Finger to nose to finger และ heel to shin test ทีละข้าง (การตรวจต้องดูระดับ weakness และ visual field ของผู้ป่วยด้วย) ในผู้ป่วยที่มองไม่เห็น ให้เหยียดแขนแล้วจับจมูกแทน ***paralyzed หรือไม่เข้าใจให้ถือว่าไม่มี ataxia

0 = การประสานงานของแขนขาทั้ง 2 ข้างเป็นปกติ

1 = มีปัญหาในการประสานงานของแขนหรือขา 1 ข้าง

2 = มีปัญหาในการประสานงานของแขนหรือขา 2 ข้าง

9 = แขนหรือขาพิการหรือข้อติดไม่สามารถตรวจได้

8.  Sensory ใช้เข็มกลัด ทดสอบบริเวณใบหน้า แขน ขา 2 ข้าง เทียบกับว่ารู้สึกแหลมเท่ากันหรือไม่ (ไม่ใช้มือ-เท้า เพราะมีเรื่อง neuropathy เข้ามากวนได้) ถ้าstuporous หรือ aphasia ให้ใช้ nailbed pressure ได้ดูว่ายังมี sensation หรือไม่

0 = รับความรู้สึกเป็นปกติ

1 = รับความรู้สึกจากวัตถุปลายแหลมลดลง

2 = ไม่รู้สึกว่าถูกสัมผัสที่ใบหน้า แขนและขา

9.  Best language ให้บรรยายรูปภาพ และบอกชื่อสิ่งของตามภาพ (Naming) ถ้ามองไม่เห็นให้จับสิ่งของแล้วบอกชื่อแทน ถ้าพูดไม่ได้ให้เขียนแทน

0 = สื่อภาษาเป็นปกติ

1 = สูญเสียความสามารถในการใช้ภาษาบางส่วน แต่ยังพอเข้าใจว่าผู้ป่วยกำลังพูดถึงอะไร

2 = ผู้ทดสอบไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ป่วยกำลังพูดถึงอะไร

3 = ไม่พูดหรือไม่เข้าใจภาษาที่ผู้ตรวจพยายามสื่อสาร ไม่สามารถแสดงท่าทาง พูดหรือเขียนให้ผู้อื่นเข้าใจได้ (Global aphasia)


10.  Dysarthria ให้อ่านบัตรคำ ว่าฟังชัดเจน ไม่ชัด หรือฟังไม่รู้เรื่องเลย

0 = เปล่งเสียงได้ชัดเจนเป็นปกติ

1 = พูดไม่ชัด แต่พอเข้าใจได้

2 = พูดไม่ชัดขนาดที่ฟังไม่เข้าใจ

9 = ตรวจไม่ได้เพราะใส่ท่อช่วยหายใจหรือมีปัญหาทางกายในการเปล่งเสียง

11. Extinction and Inattention (Neglect) (ข้อนี้อาจได้จากการตรวจในข้อที่ผ่านๆมา) ให้หลับตา ใช้นิ้วแตะข้างซ้าย-ขวา แตะที่ใบหน้า แขน ขาทีละข้างแล้วแตะพร้อมกัน 2 ข้าง บอกว่าข้างไหน และตรวจ visual double simultaneous stimulation ลืมตาสองข้าง ขยับนิ้วบอกว่าขยับข้างไหน แล้วขยับพร้อมกัน 2 ข้าง

0 = ไม่พบความผิดปกติ

1 = พบความผิดปกติชนิดใดชนิดหนึ่ง จากการมองเห็น การสัมผัส การได้ยิน เมื่อมีการกระตุ้นทั้ง 2 ข้างพร้อมๆกัน

2 = มีความผิดปกติของการรับรู้มากกว่า 1 ชนิดหรือไม่รับรู้ว่าเป็นมือของตนเองหรือสนใจสิ่งเร้าเพียงด้านเดียว




มี Part 1-7 สามารถดูเพิ่มเติมได้ใน youtube หรือ http://nihss-english.trainingcampus.net/uas/modules/trees/windex.aspx

Ref: http://www.mat.or.th/journal/files/Vol93_Suppl.1_171_2344.pdf; http://www.ninds.nih.gov/doctors/NIH_Stroke_Scale.pdf

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น