Reperfusion therapy
หลักสำคัญ: ให้การรักษาเร็วที่สุด และประเมิน IV
thrombolysis (IVT) กับ endovascular thrombectomy (EVT) ไปพร้อมกัน เป้าหมายคือช่วยเนื้อสมองที่ยังไม่ตายและลดความพิการ
1. เลือกการรักษาตามเวลา
นับจาก last known well (LKW) คือเวลาสุดท้ายที่ทราบว่าผู้ป่วยยังอยู่ในสภาพปกติทางระบบประสาท
|
เวลา/สถานการณ์ |
แนวทาง |
|
≤4.5 ชั่วโมง |
ถ้ามี disabling
deficit และไม่มีข้อห้าม ให้ alteplase หรือ
tenecteplase ทันที; ประเมิน EVT
หากสงสัย LVO |
|
Wake-up stroke / ไม่ทราบเวลาเริ่ม |
อาจให้ IVT ในผู้ป่วยที่คัดเลือกด้วย MRI DWI–FLAIR mismatch หรือ CT/MR perfusion mismatch |
|
4.5–9 ชั่วโมง |
อาจให้ IVT เมื่อ advanced imaging แสดงเนื้อสมองที่ยังช่วยได้ |
|
9–24 ชั่วโมง |
เน้นประเมิน EVT;
IVT ใช้เฉพาะบางกรณีตาม imaging และ stroke-center
protocol |
|
>24 ชั่วโมง |
IVT/EVT ยังไม่ใช่การรักษามาตรฐาน;
ข้อมูล EVT ในผู้ป่วยคัดเลือกยังจำกัด |
AHA/ASA 2026 สนับสนุน extended-window
IVT เมื่อ automated perfusion พบ salvageable
penumbra ในผู้ป่วย 4.5–9 ชั่วโมงจาก LKW
หรือ wake-up stroke ภายใน 9 ชั่วโมงจาก midpoint of sleep
2. Disabling deficit สำคัญกว่า NIHSS (ตา ปาก กาย)
NIHSS ต่ำไม่ได้แปลว่าไม่ควรให้ IVT
หากอาการทำให้ทำกิจวัตรหรือกลับไปทำงานไม่ได้ เช่น
- ตา : hemianopia, diplopia ที่รบกวนการทำงาน
- ปาก : aphasia, กลืนลำบาก
- กาย : แขนหรือขาอ่อนแรงจนต้านแรงโน้มถ่วงไม่ได้;
neglect ที่มีผลต่อการใช้ชีวิต; เดินไม่ได้จาก
gait ataxia
- อื่นๆ เช่น มืออ่อนแรงเล็กน้อยแต่กระทบอาชีพ เช่น
ศัลยแพทย์หรือนักดนตรี
อาการดีขึ้นเร็ว: หากยังเหลือ
disabling deficit ให้รักษา ไม่ควรรอดูต่อจนพ้นเวลา
Minor nondisabling stroke: ไม่แนะนำ IVT;
พิจารณา antiplatelet โดย DAPT เหมาะในผู้ป่วย minor noncardioembolic stroke ที่เข้าเกณฑ์
ตามแนวทาง stroke American
Heart Association
3. การประเมินใน ER
- Activate
stroke code, ระบุ LKW, NIHSS,
baseline function และประวัติ anticoagulant/เวลารับประทานครั้งสุดท้าย
- ตรวจ blood glucose ทันที และแก้ hypoglycemia
- ทำ noncontrast CT brain เพื่อแยก hemorrhage และประเมิน established
infarction
- ทำ CTA head/neck หรือ MRA โดยเร็วเมื่อสงสัย LVO รวมถึง basilar
artery occlusion
- ภายใน 4.5 ชั่วโมง ไม่ควรรอ perfusion
imaging หรือ MRI หาก CT และข้อมูลทางคลินิกเพียงพอให้ IVT
- ส่ง CBC/platelet, PT/INR, aPTT และการตรวจอื่นตามข้อบ่งชี้
แต่ ไม่ต้องรอผลก่อน IVT หากไม่มีเหตุสงสัย
coagulopathy หรือ anticoagulant exposure
- ECG และ CXR ไม่ควรทำให้ IVT ล่าช้า
เป้าหมายเวลา: แพทย์ ER ≤5 นาที
→ stroke team ≤10 นาที → เริ่ม CT ≤20 นาที → แปลผล ≤35 นาที → เริ่ม IVT ≤45 นาที
4. ยาละลายลิ่มเลือด
|
ยา |
ขนาดสำหรับ ischemic
stroke |
|
Alteplase |
0.9 mg/kg IV; สูงสุด
90 mg — 10% bolus และที่เหลือ infusion 60 นาที |
|
Tenecteplase |
0.25 mg/kg IV single bolus; สูงสุด 25 mg |
ทั้งสองเป็นยาที่ AHA/ASA 2026 แนะนำสำหรับผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ภายใน 4.5 ชั่วโมง;
tenecteplase ให้สะดวกและเหมาะกับการส่งต่อ ไม่ใช้ขนาด 0.4
mg/kg สำหรับ stroke เนื่องจากมีข้อมูลเพิ่มอันตราย
ประโยชน์ยิ่งมากเมื่อให้เร็ว: ข้อมูล alteplase พบ NNT เพิ่มผู้ป่วยที่ไม่มีความพิการสำคัญประมาณ
10 เมื่อให้ ≤3 ชั่วโมง และ 20 เมื่อให้ 3–4.5
ชั่วโมง ส่วน symptomatic
ICH อยู่ประมาณ 2–7% ตามนิยามและประชากรศึกษา
5. ประเด็นที่มักทำให้ตัดสิทธิ์เกินจำเป็น
- อายุ ≥80 ปี: อายุอย่างเดียวไม่ควรใช้ตัดสิทธิ์ IVT; อายุ
>80 ปีเป็น relative contraindication ช่วง 3–4.5 ชั่วโมงเป็นเกณฑ์เก่าที่ไม่ควรนำมาใช้โดยลำพัง
- CT มี early ischemic change เล็กน้อย: เช่น loss of gray–white
differentiation หรือ hyperdense artery sign ไม่ใช่ข้อห้าม IVT ต่างจาก extensive
obvious hypodensity ที่บ่งชี้ infarction ชัดเจน
- Prestroke
disability/dementia: ประเมินเป็นรายบุคคล
โดยพิจารณาโอกาสกลับสู่ baseline และความประสงค์ผู้ป่วย
- Pregnancy:
อาจให้ IVT ได้หลังชั่งประโยชน์และความเสี่ยงร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญ
- Posterior
circulation stroke: ให้ IVT หากเข้าเกณฑ์
และประเมิน EVT ใน basilar occlusion
6. Anticoagulants: ต้องประเมินฤทธิ์ยาที่เหลือ
DOAC ภายใน 48 ชั่วโมง: การให้ IVT ต้องตัดสินใจร่วมกับ
stroke team โดยดูชนิดยา เวลารับประทานครั้งสุดท้าย
การทำงานของไต drug-specific assay และทางเลือก EVT; ข้อมูล observational ที่ดูปลอดภัยยังไม่เพียงพอให้ใช้เป็น
routine
PT/INR หรือ aPTT ปกติ ไม่สามารถยืนยันว่าไม่มีฤทธิ์
DOAC โดยเฉพาะ factor Xa inhibitors จึงไม่ควรใช้ผลเหล่านี้เพียงอย่างเดียวอนุญาต IVT
Idarucizumab ก่อน IVT ในผู้ใช้
dabigatran อาจเป็นทางเลือกตาม protocol ของศูนย์ แต่ไม่ควรเหมารวมว่าการ reverse DOAC ทุกชนิดก่อน
IVT เป็นมาตรฐาน
7. IVT ร่วมกับ EVT และการส่งต่อ
- ผู้ป่วย LVO ที่เข้าเกณฑ์ทั้งสองการรักษาภายใน 4.5
ชั่วโมง ให้ IVT แล้วดำเนิน EVT ทันที
- ไม่รอประเมินการตอบสนองต่อ IVT ก่อนทำ EVT
- ถ้าโรงพยาบาลไม่มี EVT ให้ IVT เมื่อเข้าเกณฑ์ พร้อมประสานส่งต่อแบบ drip and ship
- การไม่ได้ IVT หรือมีข้อห้าม IVT ไม่ได้ตัดสิทธิ์ EVT
- EVT ทำได้ถึง 24 ชั่วโมงในผู้ป่วยคัดเลือก;
รายละเอียดเกณฑ์ imaging และตำแหน่งหลอดเลือดต้องประเมินแยก
8. หลักฐานใหม่ในช่วง 4.5–24 ชั่วโมง
เอกสารรายงานผลที่น่าสนใจ
แต่ยังต้องแยกจากการรักษามาตรฐาน:
|
สถานการณ์ |
ข้อค้นพบสำคัญ |
|
LVO และไม่มี EVT |
Tenecteplase หลังคัดเลือกด้วย
advanced imaging อาจลดความพิการ
โดยประโยชน์ชัดกว่าในกลุ่มไม่ได้ EVT |
|
LVO ที่ได้รับ EVT
ใน late window |
ยังไม่พบประโยชน์เพิ่มของ
preceding IVT อย่างสม่ำเสมอ |
|
Non-LVO + perfusion mismatch |
OPTION พบ excellent
outcome เพิ่ม แต่ symptomatic ICH เพิ่ม 2.8%
vs 0% |
|
Alteplase 4.5–24 ชั่วโมง + salvageable tissue |
HOPE พบผลลัพธ์ดีขึ้น
แต่ symptomatic ICH เพิ่ม |
|
Posterior circulation /
basilar occlusion |
EXPECTS และ TRACE-5
ให้ผลที่น่าสนใจ
แต่ยังมีข้อจำกัดด้านประชากรศึกษาและความสม่ำเสมอของผลลัพธ์ |
ไม่ควรใช้ noncontrast CT ปกติเพียงอย่างเดียวเป็นเหตุให้ IVT
ใน wake-up/late-window stroke และยังไม่แนะนำให้เพิ่ม antiplatelet หรือ anticoagulant
ทันทีหลัง IVT เป็น routine แม้มีบาง trial ให้ผลบวก
จุดจำสำหรับ ER: Disabling deficit → ให้ IVT เร็วเมื่อเข้าเกณฑ์;
สงสัย LVO →
ตรวจหลอดเลือดและเตรียม EVT พร้อมกัน;
wake-up/late presentation →
ใช้ imaging คัดเลือก ไม่อาศัยเวลาอย่างเดียว
|
LVO Anterior
circulation LVO — โดยเฉพาะ ICA/M1 occlusion จะมาด้วย Left hemiparesis + cortical
signs ได้แก่
Basilar artery
occlusion — นึกถึงเมื่อมีอาการ brainstem หลายอย่างร่วมกัน
ลักษณะเด่นอีกอย่างคือ crossed
neurological signs เช่น
cranial nerve
deficit ด้านหนึ่งร่วมกับแขนขาอ่อนแรงอีกด้าน ซึ่งช่วยชี้ไปที่ brainstem
หากเกิด bilateral ventral pontine infarction อาจเป็น
locked-in syndrome: ผู้ป่วยรู้สึกตัวและเข้าใจ แต่พูดและขยับแขนขาไม่ได้
โดยอาจยังสื่อสารด้วยการกะพริบตาหรือมองขึ้นลงได้
จึงอาจถูกเข้าใจผิดว่าไม่รู้สึกตัว |
Indications and contraindications for intravenous thrombolysis
(IVT) in acute ischemic stroke
ใช้กับ alteplase หรือ
tenecteplase โดยแยกข้อห้ามสำคัญออกจากสถานการณ์ที่ต้องชั่งประโยชน์–ความเสี่ยงร่วมกับ
stroke team เพราะหลายเกณฑ์เดิมไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาดแล้ว
ข้อบ่งชี้มาตรฐาน — ควรครบทุกข้อ
- ผู้ใหญ่ อายุ ≥18 ปี มี clinical diagnosis ของ acute
ischemic stroke
- มี persistent disabling neurologic deficit แม้ NIHSS ต่ำ เช่น aphasia,
hemianopia, neglect, แขนขาอ่อนแรง
หรือเดิน/กลืนไม่ได้จนกระทบกิจวัตรหรืออาชีพ
- เริ่มให้ยาได้ ≤4.5 ชั่วโมงจาก symptom onset หรือ last known well
- CT/MRI
ไม่พบ intracranial hemorrhage และไม่มี extensive
established infarction ที่ทำให้ความเสี่ยงสูง
อาการดีขึ้นแต่ยัง disabling ให้รักษาโดยไม่รอดูต่อ; minor nondisabling stroke ไม่แนะนำ IVT และการเตรียม EVT ไม่ควรทำให้ IVT ล่าช้า
ข้อห้ามสำคัญ / โดยทั่วไปไม่ควรให้
|
ประเด็น |
เกณฑ์สำคัญ |
|
เลือดออกในสมอง |
พบ acute ICH
หรือสงสัย SAH แม้ initial CT ไม่เห็นเลือด |
|
ความดันควบคุมไม่ได้ |
ยังมี SBP ≥185
หรือ DBP ≥110 mmHg แม้ให้การรักษา |
|
เลือดออกที่กำลังดำเนินอยู่ |
Active internal bleeding |
|
เกล็ดเลือดต่ำ |
Platelet <100,000/µL |
|
Coagulopathy |
INR >1.7, PT >15 sec หรือ aPTT >40 sec โดยพิจารณาค่าอ้างอิงและบริบท |
|
Heparin |
มี anticoagulant
effect เช่น aPTT สูง |
|
LMWH |
ได้ therapeutic
dose ภายใน 24 ชั่วโมง;
prophylactic dose ไม่ใช่ข้อห้ามเดียวกัน |
|
สมองบาดเจ็บล่าสุด |
Moderate–severe traumatic brain
injury <14 วัน โดยเฉพาะมี contusion,
hemorrhage หรือ skull fracture |
|
ผ่าตัดระบบประสาทล่าสุด |
Intracranial/intraspinal surgery <14
วัน |
|
โรคที่เสี่ยงเลือดออกรุนแรง |
Suspected aortic dissection หรือ infective endocarditis |
|
รอยโรคในสมองเสี่ยงสูง |
เช่น intra-axial
intracranial neoplasm; ต้องประเมินชนิดรอยโรค |
ข้อห้ามด้าน hematology และประวัติผ่าตัด/บาดเจ็บควรตรวจเทียบ
stroke protocol ของโรงพยาบาลก่อนใช้เป็น checklist จริง PMC
Anticoagulants: จุดที่ต้องแยกให้ชัด
- Warfarin:
อาจให้ IVT ได้เมื่อ INR ≤1.7
และไม่มีข้อห้ามอื่น
- DOAC ภายใน 48 ชั่วโมง หรือไม่ทราบเวลาครั้งสุดท้าย: โดยทั่วไปยังไม่ให้จนประเมินกับ stroke
team; ดู renal function, drug-specific assay และทางเลือก EVT
- PT/INR/aPTT
ปกติ ไม่สามารถตัดฤทธิ์ DOAC ได้ โดยเฉพาะ apixaban/rivaroxaban
- หาก DOAC ครั้งสุดท้าย >48 ชั่วโมง และ renal function ปกติ อาจพิจารณาให้ตาม protocol
- Dabigatran
reversal ด้วย idarucizumab ก่อน IVT
อาจใช้ในศูนย์ที่มีแนวทางรองรับ; ไม่เหมารวมว่าการ
reverse DOAC ทุกชนิดก่อน IVT เป็นมาตรฐาน
สถานการณ์ที่ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล — ไม่ตัดสิทธิ์อัตโนมัติ
- Ischemic
stroke ภายใน 3 เดือน หรือประวัติ ICH: ดูขนาด/สาเหตุ ระยะเวลา และ imaging
ปัจจุบัน
- Major
surgery หรือ major non-CNS trauma ล่าสุด:
ดูแผล ตำแหน่งที่กดห้ามเลือดได้ และความเสี่ยง postoperative bleeding
- Recent
GI/GU bleeding: ดูความรุนแรง สาเหตุ
และควบคุมแหล่งเลือดออกแล้วหรือไม่
- Noncompressible
arterial puncture ภายใน 7 วัน,
lumbar puncture ล่าสุด
- Pregnancy/postpartum,
recent MI, intracranial aneurysm/vascular malformation
- Prestroke
disability/dementia หรือ severe comorbidity: พิจารณาเป้าหมายกลับสู่ baseline และความประสงค์ผู้ป่วย
สิ่งที่ไม่ใช่ข้อห้ามโดยตัวมันเอง: อายุ >80 ปี, NIHSS ต่ำแต่
disabling, seizure at onset เมื่อ deficit ที่เหลือเกิดจาก stroke, prior aspirin/DAPT และ mild–moderate
early ischemic change บน CT
Wake-up / extended-window IVT
อาจให้ในผู้ป่วยคัดเลือกด้วย MRI DWI–FLAIR
mismatch หรือ automated CT/MR perfusion mismatch ตาม stroke-center protocol; ไม่ใช้ NCCT ปกติเพียงอย่างเดียวอนุญาต late-window IVT
ก่อนให้ยา: ตรวจ glucose
และแก้ hypoglycemia ก่อน หากยังมี disabling
deficit ให้ประเมิน IVT ต่อ ไม่ต้องรอ CBC/coagulation
results เมื่อไม่มีประวัติหรือเหตุสงสัยความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น