Diabetic amyotrophy and lumbosacral radiculoplexus neuropathy
นึกถึง diabetic amyotrophy เมื่อผู้ป่วยเบาหวานมีอาการปวดสะโพก
ขาหนีบ หรือต้นขารุนแรงข้างเดียว ตามด้วยขาอ่อนแรงและกล้ามเนื้อลีบ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
และความผิดปกติกระจายเกินขอบเขตของรากประสาทหรือเส้นประสาทเส้นเดียว
กลุ่มอาการนี้เรียกว่า lumbosacral radiculoplexus neuropathy (LRPN) เพราะกระทบได้ทั้งรากประสาท lumbosacral plexus และเส้นประสาทส่วนปลาย
รูปแบบคล้ายกันพบได้ในผู้ที่ไม่มีเบาหวานด้วย
ลักษณะทางคลินิก
- ปวดก่อน อ่อนแรงตาม อาการมักเริ่มเฉียบพลันหรือกึ่งเฉียบพลัน ปวดแสบ ปวดแปลบ หรือมี allodynia
จากนั้นเริ่มอ่อนแรง โดยมักเด่นที่ hip flexion,
hip adduction และ knee extension ตรวจพบกล้ามเนื้อลีบและ reflex ลดลงได้
- เริ่มเฉพาะที่แล้วลาม อาจลามลงขาส่วนปลายจนเกิด foot drop หรือไปขาอีกข้างในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
อาการชามักเด่นน้อยกว่าอาการปวดและอ่อนแรง
- น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ เป็นลักษณะร่วมที่ช่วยให้สงสัยโรค อาจมี orthostatic symptoms
หรือความผิดปกติของการขับถ่ายร่วมด้วย
- กลไกที่มีหลักฐานสนับสนุนคือ microvasculitis
ของหลอดเลือดที่เลี้ยงเส้นประสาท ทำให้เกิด ischemic axonal injury
การวินิจฉัย
|
การประเมิน |
สิ่งที่มองหา |
|
ตรวจระบบประสาท |
ระบุว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรงอยู่ในหลาย
myotomes และหลาย peripheral nerve territories หรือไม่ หากจำกัดเฉพาะ quadriceps ให้พิจารณา femoral
neuropathy หากมี hyperreflexia หรือ spasticity
ให้ประเมินรอยโรคในไขสันหลัง |
|
EMG/NCS |
ช่วยระบุตำแหน่งและขอบเขตของรอยโรค
มักพบ patchy axonal loss โดย CMAP/SNAP
amplitudes ลดลง และ needle EMG พบ denervation
ในกล้ามเนื้อที่เลี้ยงด้วยหลายรากและหลายเส้นประสาท
อาจพบความผิดปกติใน paraspinal muscles ด้วย |
|
MRI lumbar spine และ lumbosacral plexus |
ใช้หาสาเหตุกดเบียดหรือแทรกซึม
เช่น เนื้องอก อาจพบ T2 signal สูง เส้นประสาทโต หรือ enhancement
ซึ่งช่วยสนับสนุน LRPN แต่ต้องตีความร่วมกับอาการและ
EMG/NCS |
|
เลือดและ CSF |
ตรวจ glucose/HbA1c
และเลือกตรวจหา systemic inflammation, vasculitis หรือการติดเชื้อตามข้อบ่งชี้ พิจารณา LP เมื่ออาการผิดแบบหรือการตรวจเบื้องต้นยังอธิบายไม่ได้
CSF protein อาจสูงแต่มีความจำเพาะต่ำ |
ประเด็นสำหรับ ER ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดและขาอ่อนแรงใหม่
ให้แยกสาเหตุที่ต้องรักษาเร่งด่วนตามบริบท เช่น cauda equina
compression เมื่อมี saddle anesthesia หรือปัสสาวะค้างใหม่ และ iliopsoas/retroperitoneal
hematoma เมื่อปวดขาหนีบร่วมกับ quadriceps
weakness โดยเฉพาะในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
การรักษาและพยากรณ์โรค
- ควบคุมอาการปวด ใช้ยาสำหรับ neuropathic pain เช่น duloxetine,
amitriptyline, gabapentin หรือ pregabalin ตามโรคร่วมและความทนยา หากตอบสนองบางส่วนอาจเสริมยาคนละกลุ่ม
- ฟื้นฟูการเดินตั้งแต่ระยะแรก ให้กายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด
ประเมินความเสี่ยงหกล้มและความจำเป็นของไม้เท้า walker หรือ
ankle-foot orthosis หากมี foot drop
- Steroid และ IVIG มีบทบาทจำกัด หลักฐานยังไม่แสดงว่าการให้เป็นกิจวัตรช่วยให้ฟื้นกำลังหรือการเดินเร็วขึ้น
ให้พิจารณาร่วมกับประสาทแพทย์เป็นราย ๆ ในผู้ที่อ่อนแรงรุนแรงและยังทรุดต่อ
หรือปวดรุนแรงแม้รักษาตามอาการแล้ว
- โรคมักเป็นครั้งเดียวและฟื้นช้า อาการอาจลามต่อหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนก่อนทรงตัวแล้วค่อยดีขึ้น
ผู้ป่วยจำนวนมากฟื้นเพียงบางส่วน และอาจเหลือ foot drop หรืออ่อนแรงระยะยาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น