วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

Diabetic amyotrophy and lumbosacral radiculoplexus neuropathy

Diabetic amyotrophy and lumbosacral radiculoplexus neuropathy

นึกถึง diabetic amyotrophy เมื่อผู้ป่วยเบาหวานมีอาการปวดสะโพก ขาหนีบ หรือต้นขารุนแรงข้างเดียว ตามด้วยขาอ่อนแรงและกล้ามเนื้อลีบ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ และความผิดปกติกระจายเกินขอบเขตของรากประสาทหรือเส้นประสาทเส้นเดียว กลุ่มอาการนี้เรียกว่า lumbosacral radiculoplexus neuropathy (LRPN) เพราะกระทบได้ทั้งรากประสาท lumbosacral plexus และเส้นประสาทส่วนปลาย รูปแบบคล้ายกันพบได้ในผู้ที่ไม่มีเบาหวานด้วย

ลักษณะทางคลินิก

  • ปวดก่อน อ่อนแรงตาม อาการมักเริ่มเฉียบพลันหรือกึ่งเฉียบพลัน ปวดแสบ ปวดแปลบ หรือมี allodynia จากนั้นเริ่มอ่อนแรง โดยมักเด่นที่ hip flexion, hip adduction และ knee extension ตรวจพบกล้ามเนื้อลีบและ reflex ลดลงได้
  • เริ่มเฉพาะที่แล้วลาม อาจลามลงขาส่วนปลายจนเกิด foot drop หรือไปขาอีกข้างในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน อาการชามักเด่นน้อยกว่าอาการปวดและอ่อนแรง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ เป็นลักษณะร่วมที่ช่วยให้สงสัยโรค อาจมี orthostatic symptoms หรือความผิดปกติของการขับถ่ายร่วมด้วย
  • กลไกที่มีหลักฐานสนับสนุนคือ microvasculitis ของหลอดเลือดที่เลี้ยงเส้นประสาท ทำให้เกิด ischemic axonal injury

การวินิจฉัย

การประเมิน

สิ่งที่มองหา

ตรวจระบบประสาท

ระบุว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรงอยู่ในหลาย myotomes และหลาย peripheral nerve territories หรือไม่ หากจำกัดเฉพาะ quadriceps ให้พิจารณา femoral neuropathy หากมี hyperreflexia หรือ spasticity ให้ประเมินรอยโรคในไขสันหลัง

EMG/NCS

ช่วยระบุตำแหน่งและขอบเขตของรอยโรค มักพบ patchy axonal loss โดย CMAP/SNAP amplitudes ลดลง และ needle EMG พบ denervation ในกล้ามเนื้อที่เลี้ยงด้วยหลายรากและหลายเส้นประสาท อาจพบความผิดปกติใน paraspinal muscles ด้วย

MRI lumbar spine และ lumbosacral plexus

ใช้หาสาเหตุกดเบียดหรือแทรกซึม เช่น เนื้องอก อาจพบ T2 signal สูง เส้นประสาทโต หรือ enhancement ซึ่งช่วยสนับสนุน LRPN แต่ต้องตีความร่วมกับอาการและ EMG/NCS

เลือดและ CSF

ตรวจ glucose/HbA1c และเลือกตรวจหา systemic inflammation, vasculitis หรือการติดเชื้อตามข้อบ่งชี้ พิจารณา LP เมื่ออาการผิดแบบหรือการตรวจเบื้องต้นยังอธิบายไม่ได้ CSF protein อาจสูงแต่มีความจำเพาะต่ำ

ประเด็นสำหรับ ER ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดและขาอ่อนแรงใหม่ ให้แยกสาเหตุที่ต้องรักษาเร่งด่วนตามบริบท เช่น cauda equina compression เมื่อมี saddle anesthesia หรือปัสสาวะค้างใหม่ และ iliopsoas/retroperitoneal hematoma เมื่อปวดขาหนีบร่วมกับ quadriceps weakness โดยเฉพาะในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

การรักษาและพยากรณ์โรค

  • ควบคุมอาการปวด ใช้ยาสำหรับ neuropathic pain เช่น duloxetine, amitriptyline, gabapentin หรือ pregabalin ตามโรคร่วมและความทนยา หากตอบสนองบางส่วนอาจเสริมยาคนละกลุ่ม
  • ฟื้นฟูการเดินตั้งแต่ระยะแรก ให้กายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด ประเมินความเสี่ยงหกล้มและความจำเป็นของไม้เท้า walker หรือ ankle-foot orthosis หากมี foot drop
  • Steroid และ IVIG มีบทบาทจำกัด หลักฐานยังไม่แสดงว่าการให้เป็นกิจวัตรช่วยให้ฟื้นกำลังหรือการเดินเร็วขึ้น ให้พิจารณาร่วมกับประสาทแพทย์เป็นราย ๆ ในผู้ที่อ่อนแรงรุนแรงและยังทรุดต่อ หรือปวดรุนแรงแม้รักษาตามอาการแล้ว
  • โรคมักเป็นครั้งเดียวและฟื้นช้า อาการอาจลามต่อหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนก่อนทรงตัวแล้วค่อยดีขึ้น ผู้ป่วยจำนวนมากฟื้นเพียงบางส่วน และอาจเหลือ foot drop หรืออ่อนแรงระยะยาว

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น