วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

Approach to suspected depression in adult

Approach to suspected depression in adult

ทำไมต้องมี “กรอบคิด” ชัด ๆ

  • อาการคล้ายซึมเศร้า พบบ่อยมาก ในคลินิกทั่วไป/คลินิกโรคเรื้อรัง และจำนวนมาก ไม่ใช่ MDD แต่เป็น depressive disorder อื่น หรือเกิดจากโรคกาย/ยา/สาร/ความเครียด
  • Non-psychiatrist มัก วินิจฉัยพลาดได้ทั้ง under/overdiagnosis โดยเฉพาะคนไข้ที่ ไม่บอกว่าเศร้า แต่มาด้วยอาการกาย

1) คำศัพท์ที่ควรแยกให้ชัด (Definitions)

  • Depressed mood = “อารมณ์เศร้า” (mood state)
  • Depression / Depressive episode = “กลุ่มอาการซึมเศร้า” (syndrome)
  • Depressive disorder / Major depression (MDD) = “โรคทางจิตเวช” (psychiatric disorder)

เวลาคุยกับคนไข้/บันทึกเวชระเบียน แยก 3 ระดับนี้ช่วยลดความสับสนมาก


2) เมื่อไหร่ควรสงสัย depressive disorder

2.1 ผลคัดกรองเป็นบวก (เช่น PHQ-9)

  • คัดกรองบวก” = เพิ่มความสงสัย แต่ ยังไม่ใช่การวินิจฉัย
  • ใน primary care คัดกรองบวกจำนวนมากเป็น false positive
  • แต่ คัดกรองลบ มักช่วย “ตัด MDD ออกได้ดี”

2.2 คนไข้บอกเศร้า/ร้องไห้/หงุดหงิด หรือมี anhedonia

  • นอกจาก “เศร้า” ให้ถาม เบื่อ ไม่สนุก ไม่อยากทำอะไร (anhedonia), irritability, anxiety

2.3 มาด้วยอาการกายที่อธิบายไม่ได้/หลายระบบ

กลุ่มนี้ “พลาดบ่อยที่สุด”

  • ตัวอย่าง red flags: fatigue, sleep disturbance, headache, back pain, vague myalgia/arthralgia
  • ยิ่งมีหลายอาการกายพร้อมกัน โอกาสเป็น depressive disorder ยิ่งสูง
  • ผู้ชาย/คนที่ไม่ได้มีหมอประจำ มัก “เล่าเป็นอาการกาย” มากกว่าอารมณ์

2.4 ผู้สูงอายุ (>65 ปี)

  • เศร้า” อาจไม่เด่น
  • ให้สงสัยเมื่อ: อาการ/ความทุกข์ “เกินโรคกาย”, ไม่ร่วมมือรักษา, ตอบสนองต่อการรักษาโรคกายไม่ดี, หมดแรงจูงใจ, disengagement

3) Initial evaluation ในคลินิก: ทำให้เร็วแต่ไม่ตกหล่น

3.1 เทคนิคทำงานไว

  • ใช้ symptom scale เป็น “โครง” เช่น PHQ-9 (ได้ทั้ง severity + suicidal item)
    • PHQ-9 <10 และไม่มี suicidal ideation อาจแบ่งประเมินเป็นหลายครั้งได้ถ้าไม่ฉุกเฉิน
    • PHQ-9 15 และ/หรือมี suicidal ideation ควรประเมินวันนั้นให้ครบ/เร่งความปลอดภัย
  • Normalize: อธิบายว่าซึมเศร้าเป็น “ภาวะทางการแพทย์” มีอาการกาย-ความคิด-อารมณ์ และรักษาได้
  • ปรับคำถามตามการมาด้วยอาการ
    • มาด้วย mood/คัดกรองบวก ถาม mood ก่อนแล้วค่อยขยาย
    • มาด้วยอาการกาย ประเมินโรคกายไปพร้อมกัน แล้วค่อยถามพลังงาน/นอน/เบื่อกิจกรรม (anhedonia)
      อย่าเพิ่งยื่น PHQ-9 ทันทีถ้าจะทำให้คนไข้ “ไม่ไว้ใจ”

4) ขั้นตอนคิดเป็นลำดับ (OPD algorithm แบบใช้งานจริง)

Step A — มี “depression ที่มีนัยสำคัญทางคลินิก” ไหม?

ถาม 4 แกนหลัก

1.       เศร้าเป็นความเศร้าปกติหรือเป็นโรค?

o   ปกติ: เป็น ๆ หาย ๆ ตามเหตุการณ์

o   น่าคิดเป็น disorder: persistent/pervasive 2 สัปดาห์

2.       มีอาการร่วมหลายข้อพร้อมกันไหม (DSM symptom cluster) + functional impairment

3.       Duration/pattern

o   <2 ปี เข้ากับ episodic MDD ได้

o   2 ปี คิดถึง persistent depressive disorder

o   ถามช่วง remission 2 เดือน ใน 2 ปีที่ผ่านมา (ช่วยแยกเรื้อรัง vs เป็นตอน)

o   มอง seasonal / premenstrual pattern

4.       Trigger/Risk factors

o   loss/grief, โรคกายใหม่/ปวดเรื้อรัง, งาน-การเงิน/burnout, social isolation, violence/trauma, family history (depression/bipolar/suicide/psychosis)

ทำ Mental status exam เน้น

  • affect, speech, psychomotor (retardation vs agitation), ruminations, cognition/attention, SI/HI

Step B — คัด “ต้องจัดการเร่งด่วน” ก่อน (Urgent features)

ส่ง ED/เร่งพบจิตแพทย์ (มัก same-day) เมื่อมี

  • Suicidal intent + plan + means หรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย, judgement แย่, ดูแลตัวเองไม่ได้
  • เสี่ยงทำร้ายผู้อื่น หรือมีแผนชัด
  • Psychosis หรือ mania
  • Extreme self-neglect (กินไม่ได้ ขาดน้ำ malnutrition)

PHQ-9 ช่วยชี้คนที่ต้องถามต่อ โดยเฉพาะข้อ “คิดว่าตายดีกว่า/ทำร้ายตัวเอง”


Step C — แยก “โรคกาย/ยา/สาร” ที่ทำให้เหมือนซึมเศร้า

หลักสำคัญ

  • ส่วนใหญ่ไม่ต้องตรวจแล็บ routine ถ้า Hx/PE ไม่ชี้ไปทางโรคกาย
  • แต่ต้อง review โรคประจำตัว + ยา + สาร ทุกครั้ง (secondary depression / masquerader)

ตรวจร่างกายตามอาการ

  • Vitals/น้ำหนัก, general appearance, cardiopulmonary, skin, MSK, neuro

Lab เฉพาะกลุ่มที่ควรพิจารณา

  • new-onset (no trigger), severe (melancholic, psychotic), Tx resistance: TSH, urine tox, pregnancy test (ถ้ามีโอกาส)
  • fatigue: CBC
  • suspected adrenal/liver: serum chemistries
  • neuropsychiatric change/neuropathy/gait: B12/folate, syphilis ตามบริบท
  • late-life onset (>65) หรือ cognitive symptom เด่น: พิจารณา neuroimaging (MRI/CT) เป็นราย ๆ

Step D — ประเมิน “AMPS” ทุกเคสที่สงสัยซึมเศร้า

Anxiety, Mania/hypomania, Psychosis, Substance/alcohol

  • เพราะเป็นทั้ง โรคร่วม และ ตัวปลอมเป็นซึมเศร้า ได้
  • โดยเฉพาะ ต้องคัด bipolar ทุกครั้งก่อนเริ่ม antidepressant

5) สรุปผลหลัง initial evaluation: เข้ากลุ่มไหน?

กลุ่ม 1: มี depressive disorder น่าจะจริง

  • อาการครอบคลุมหลายโดเมน: อารมณ์ (dysphoria/anhedonia) + กาย (sleep/appetite/fatigue) + ความคิด (concentration/decision)
  • persistent/pervasive + functional impairment และไม่อธิบายได้ด้วยโรคกายอย่างเดียว
    ไปต่อ: วินิจฉัย MDD vs depressive disorder อื่น (เช่น persistent depressive disorder, PMDD, substance/med-induced, due to medical condition, adjustment disorder)

กลุ่ม 2: ไม่น่าจะเป็น depressive disorder

  • อาการน้อย, แกว่งรายวัน, หรือมีหลักฐานโรคกาย/ยา/สารอธิบายได้มาก
    คิดถึง sadness ปกติ, grief/prolonged grief, burnout, personality pattern (เช่น BPD mood lability), ADHD, delirium ฯลฯ

6) “หลุมพราง” ที่เจอบ่อยในคลินิก

  • ซึมเศร้าไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยคำว่า “เศร้า” มักมาเป็น fatigue/pain/insomnia
  • คัดกรองบวก MDD ต้องยืนยันด้วย DSM criteria + impairment
  • ลืมถาม bipolar/mania เสี่ยงรักษาผิดทิศทาง
  • medical comorbidity: คนไข้จำนวนมาก “เป็นทั้งโรคกาย + depressive disorder” พร้อมกัน ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ
  • ผู้สูงอายุ: ดูเรื่อง self-care/functional decline และ cognitive symptom ให้มาก

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น