วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

Oppositional Defiant Disorder (ODD)

Oppositional Defiant Disorder (ODD)

นิยาม/แก่นของโรค

  • ODD คือ รูปแบบพฤติกรรม/อารมณ์ที่ต่อเนื่อง 6 เดือน:

1.       angry/irritable mood

2.       argumentative/defiant behavior

3.       vindictiveness

  • ก่อให้เกิด conflict กับผู้ใหญ่/เพื่อน และมี functional impairment (บ้าน/โรงเรียน/ชุมชน/งาน)
  • มักเริ่มช่วง preschool แต่อาจถูกวินิจฉัยช้ากว่า (childhood/adolescence/แม้ adulthood)
  • ODD “มัก” แต่ไม่เสมอ ไปก่อน conduct disorder (CD)

ระบาดวิทยา

  • ความชุกโดยรวมรายงานราว 1–10% (ขึ้นกับตัวอย่าง/เครื่องมือ)
  • ก่อนวัยรุ่นพบในเพศชายมากกว่า แต่หลังวัยรุ่นความต่างลดลง/ไม่สม่ำเสมอ

Comorbidity (พบบ่อยมาก)

พบร่วมได้ทั้งกลุ่ม externalizing และ internalizing

  • Impulse-control disorders รวมสูง (เช่น ADHD, CD, intermittent explosive disorder)
  • Substance use disorders
  • Depressive disorders, anxiety disorders
  • Disruptive mood dysregulation disorder (DMDD)
  • PTSD, bipolar disorder ฯลฯ

เชิงคลินิก: ต้อง “ตั้งใจคัดกรองร่วม” เพราะมีผลต่อแผนรักษาและพยากรณ์โรค


พยาธิกำเนิด/ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

1) มิติอาการ (Symptom dimensions) ที่มีความหมายทางคลินิก

  • Irritability dimension มักเชื่อมกับ depression/anxiety (internalizing) ระยะยาว
  • Defiant/argumentative dimension มักเชื่อมกับ ADHD/inattention-hyperactivity, CD, และ substance use (externalizing)

ช่วยคาด “ทิศทางโรค” และโฟกัสการคัดกรองร่วม

2) Genetics

  • มีอิทธิพลทางพันธุกรรมระดับปานกลาง (heritability โดยประมาณ ~30–50% ในองค์ประกอบ irritability/defiance)
  • มีหลักฐานว่าทางพันธุกรรมของ irritability กับ defiance “เชื่อมคนละกลุ่มโรค” ตามด้านบน

3) Neuroimaging (ภาพรวม)

  • งาน meta-analysis พบโครงสร้างสมองบางส่วน “เล็กลง” ในบริเวณเกี่ยวข้องกับ emotion processing, self-control, error monitoring (เช่น amygdala, insula, striatum, frontal regions) ใน ODD/CD ± ADHD

4) ปัจจัยสังคม/ครอบครัวที่สัมพันธ์

  • SES ต่ำสัมพันธ์กับ antisocial behaviors (เด่นสุดในวัย preschool)
  • ปัจจัยร่วมที่พบในกลุ่ม ODD+ADHD มากกว่า ADHD อย่างเดียว: parental ADHD, adverse life events, deviant peers, SES ต่ำ
  • ความเกี่ยวข้องอื่น: poor parental monitoring, inconsistent discipline, corporal punishment, parental substance use/antisocial traits, maternal anxious depression ฯลฯ

อาการทางคลินิก (Clinical presentation)

  • อาการเด่น: หงุดหงิดง่าย/โมโห, โต้เถียง-ขัดขืน, ตั้งใจแกล้ง/กวน, โทษคนอื่น, พยาบาท/จองเวร
  • ต้องเกิดกับคนที่ไม่ใช่พี่น้อง (ไม่ใช่ sibling-only conflict) จึงเข้าได้กับ ODD
  • ต้องมี distress ต่อผู้ป่วย/คนรอบข้าง หรือ impairment ในหน้าที่การงาน/การเรียน/ความสัมพันธ์

Course / Prognosis

  • เริ่มได้ตั้งแต่ preschool และพฤติกรรมที่เข้ากับ ODD อาจเพิ่มตามวัย
  • เสี่ยงต่อ impairment ระยะยาวด้านความสัมพันธ์ การเรียน/งาน
  • ความสัมพันธ์กับ CD:
    • ODD และ CD มัก comorbid แต่ ไม่ใช่ทุกคน จะพัฒนาเป็น CD
    • ODD เพิ่มความเสี่ยง CD/antisocial personality disorder โดยเฉพาะเมื่อมีลักษณะ externalizing ร่วม และ/หรือมี CD ร่วมตั้งแต่ต้น
  • ใน longitudinal studies: ODD baseline ทำนาย CD ภายหลังได้ แต่ผลอาจแตกต่างตามเพศและเมื่อควบคุม CD baseline

การประเมิน (Assessment) – แนวทางใช้งานจริง

เป้าหมาย: ยืนยัน “รูปแบบต่อเนื่อง + หลายบริบท + impairment” และคัดกรองโรคร่วม/แยกโรค

1.       เก็บข้อมูลจากหลายแหล่ง: caregiver/teacher (เด็ก <10 ปี รายงานตนเองไม่น่าเชื่อถือ)

2.       ประเมินหลายบริบท: บ้าน โรงเรียน เพื่อน ชุมชน (รวม legal/วินัยโรงเรียน)

3.       ใช้แบบประเมินเสริม (รวดเร็ว): caregiver/teacher rating scales (เช่น Emory Combined rating scale; SWAN ฯลฯ) หรือ structured interviews ตามทรัพยากร

4.       คัดกรองร่วมแบบตั้งใจ: ADHD, CD, DMDD, depression/anxiety, PTSD/trauma, substance use, bipolar symptoms


เกณฑ์วินิจฉัย DSM-5-TR (สรุป)

  • ระยะเวลา 6 เดือน
  • มีอย่างน้อย 4 อาการ จาก 3 หมวด:

1.       Angry/irritable mood

2.       Argumentative/defiant behavior

3.       Vindictiveness

  • เกิดในการปฏิสัมพันธ์กับอย่างน้อย 1 คนที่ ไม่ใช่ sibling
  • มี distress/impairment
  • ไม่อธิบายได้ดีกว่าโดย psychotic episode, substance use, depressive/bipolar episode และ ไม่เข้าเกณฑ์ DMDD
  • Frequency threshold:
    • <5 ปี: เกิด “เกือบทุกวัน” หลายอาการ
    • 5 ปี: อย่างน้อย “สัปดาห์ละครั้ง” (โดยประมาณ)
  • ระบุความรุนแรงตาม setting:
    • Mild: 1 setting
    • Moderate: 2 settings
    • Severe: 3 settings

เชิงคลินิก: แม้ยังไม่ครบเกณฑ์ แต่ถ้ามี distress/impairment ก็ควร “จัดการรักษา/วางแผนช่วยเหลือ” ตามอาการ


Differential diagnosis (จุดแยกสำคัญ)

  • Conduct disorder (CD): รุนแรงกว่า/มี aggression ต่อคน-สัตว์, ทำลายทรัพย์สิน, ละเมิดกฎหมาย/กฎร้ายแรง (ไม่ใช่ core ของ ODD)
  • Adjustment disorder: ความสัมพันธ์ชัดกับ psychosocial stressor และอาการมักจำกัดเวลา (6 เดือนหลัง stressor จบ)
  • ADHD: oppositional behavior มักเด่นในสถานการณ์ที่ต้องใช้ effort/นั่งนิ่ง; ODD มัก “pervasive” และมีอารมณ์โกรธ/defiance เป็นแกน
  • PTSD/trauma-related: อารมณ์/พฤติกรรมเชื่อมกับ traumatic event และมีอาการเฉพาะ PTSD
  • Mood disorders (depression/bipolar): irritability อยู่ใน episode ของอารมณ์; ODD เกิดข้ามบริบทสม่ำเสมอ
  • DMDD: temper outbursts รุนแรง-ถี่ + mood irritability ต่อเนื่องระหว่าง outbursts; ถ้าครบทั้งสอง ให้ dx เป็น DMDD (ไม่ให้ ODD ซ้อน)
  • Intermittent explosive disorder: มี aggressive outbursts ต่อผู้อื่นเด่น ซึ่งไม่ใช่เกณฑ์หลักของ ODD

Treatment of ODD/CD (เด็ก–วัยรุ่น รวมถึง subthreshold ที่มี impairment)

ภาพรวม/หลักคิด

  • ODD/CD = กลุ่มอาการพฤติกรรมที่ทำให้ขัดแย้งกับผู้ใหญ่/เพื่อน และเกิด impairment ที่บ้าน–โรงเรียน–ชุมชน (เริ่มส่วนใหญ่ในวัยเด็ก/วัยรุ่น; พบในผู้ใหญ่ได้)
  • ODD เด่นที่ chronic irritability + defiance/argumentative (เริ่มก่อนวัยเรียน/วัยเด็ก และอาจนำหน้า CD)
  • CD เด่นที่ ละเมิดสิทธิผู้อื่น/กฎรุนแรง + “insensitivity ต่อความรู้สึกผู้อื่น” (มักเริ่มวัยรุ่น; บางรายไปสู่ ASPD)

แนวทางรักษาใน practice:

  • รักษาแม้ยังไม่ครบเกณฑ์ ถ้ามี psychosocial/academic distress หรือ impairment ชัด
  • เป้าหมาย: สร้าง adaptive behavior, เพิ่ม frustration tolerance, ลด severity/frequency ของ outbursts/aggression
  • รักษา comorbidity ควบคู่ (ADHD, mood/anxiety, SUD ฯลฯ) เพราะเป็นตัวขัดขวาง outcome

การตั้งต้นการรักษา (Establishing treatment)

1) ตั้งเป้าหมายร่วม (Goal setting)

  • ทำงานร่วมกับ ผู้ป่วย + ครอบครัว + แหล่งส่งต่อ (โรงเรียน/ศาล/สังคมสงเคราะห์)
  • โฟกัสต่างกันตาม syndrome
    • ODD: ลด irritable mood/temper outbursts
    • CD: ลด maladaptive behavior และเพิ่ม empathy/prosocial behavior

2) สร้างและคง therapeutic alliance

  • ใช้ท่าที nonjudgmental, ให้ความรู้โรค/ทักษะจัดการอาการ, วางระบบช่วยเหลือยามวิกฤต, medication เมื่อจำเป็น, เชื่อม community support
  • บอกครอบครัวว่า “ผลลัพธ์อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์–เดือนเพื่อกัน dropout

3) ติดตามผลเป็นระบบ

  • ใช้แบบประเมินจากหลายแหล่ง (พ่อแม่/ครู/ผู้ป่วยเมื่อ insight ดี)
  • ตัวอย่างที่นิยมใช้ติดตาม: Vanderbilt Assessment Scale
  • ตั้งรอบติดตามสม่ำเสมอ (เช่น รายเดือน) และนิยาม response = ลดอาการอย่างมีนัยทางคลินิกจากรายงานผู้ดูแล/ครู/ผู้ป่วย

First-line: Psychosocial interventions (หลักฐานดีที่สุด)

หลักการเลือก: ใช้ evidence-based psychosocial intervention เป็น first-line เกือบทุกราย

  • โดยรวมให้ผล “อย่างน้อยระดับ modest” และผลมักคงอยู่ใน follow-up
  • ให้ได้หลาย setting: OPD, home-based, school-based, primary care
  • รูปแบบ: individual / family / group (แต่ระวังเรื่อง “deviancy training” ในกลุ่มวัยรุ่นที่ delinquent มาก—หลักฐาน iatrogenic ไม่ชัด แต่ควรจัดกลุ่มอย่างระมัดระวัง)

เลือกตามอายุ/ความรุนแรง (แนวทางใช้งานจริง)

A) Preschool (2–5 ปี)

แนะนำ: Behavioral Parent Management Training (BPMT) เป็นหลัก

  • เนื้อหา core: labeled praise, positive attention, reward system, effective commands, response cost, time-out, problem-solving, loss of privileges, consequences/contingency plan
  • ตัวอย่างรูปแบบ: Parent–Child Interaction Training (PCIT)

B) School-age (6–12 ปี)

แนะนำ: BPMT + CBT skills training for youth

  • CBT skills ที่เน้น: social skills, anger coping, problem-solving, emotion regulation

C) Adolescents (13–17 ปี)

  • อาการเล็กน้อย (mild impairment): ยังใช้ BPMT + CBT skills ได้
  • อาการปานกลาง–รุนแรง / ซับซ้อนหลายระบบ: เน้น Systemic therapy
    • ตัวเลือกหลักที่ใช้บ่อย: Multisystemic Therapy (MST) (home-based, intensive, ครอบคลุม family–peer–school–community; ผสม CBT + parent training)
    • หลักฐาน MST “ผสม/ไม่สรุปชัด” ในบาง meta-analysis แต่ในโลกจริงมักใช้เพราะทางเลือกอื่นจำกัดและได้ผลในบางราย
    • ทางเลือกเมื่อ MST ไม่พร้อม: Functional Family Therapy (FFT) หรือ family-based treatment อื่น ๆ

D) Residential treatment

  • ไม่ใช่ first-line
  • พิจารณาเป็น last resort เมื่อบริการในครอบครัว/OPD ทำไม่ได้ หรือมี safety/containment needs สูง (ค่าใช้จ่ายสูงและกระทบการแยกจากครอบครัว)

E) Digital/online/computer-assisted

  • เป็น option เพิ่มการเข้าถึง (ผลมัก modest) เช่น computer-assisted social skills training

Adjunct Pharmacotherapy (ใช้เฉพาะ “เป้าหมายจำเพาะ”)

หลักการ

  • ยา ไม่ใช่การรักษาแกนพฤติกรรมโดยตรง แต่ช่วยลด aggression/irritability ให้เข้าร่วม psychosocial ได้ และรักษา comorbid disorders
  • เหมาะเมื่อ:

1.       aggression/irritability รุนแรงและถี่ กระทบการทำงานหรือเสี่ยง

2.       รบกวนการทำ therapy (เด็ก/ครอบครัวทำแผนไม่ได้)

3.       มี comorbidity ที่ควรรักษาด้วยยา (เช่น ADHD, mood/anxiety)


ยากลุ่มสำคัญตาม target

1) Severe irritability / aggression

แนวทางที่ใช้บ่อย: เริ่ม SGA ควบคู่กับ psychosocial

  • Risperidone: หลักฐานมากสุดใน youth สำหรับ aggression/irritability ใน disruptive behavior disorders
    • ตัวอย่างการเริ่ม (ตามที่ให้มาในข้อความ): เริ่ม 0.5 mg PO HS หรือแบ่งวัน; เพิ่ม 0.5 mg ทุก 3–5 วัน ไปช่วงรวม 3–6 mg/day (แบ่งวัน) ตามอาการ/ผลข้างเคียง
  • ตัวเลือกที่บางคนเลือกเพราะ profile:
    • Aripiprazole (มัก EPS/metabolic น้อยกว่า risperidone)
    • Quetiapine (EPS ต่ำ; ตัวอย่างเริ่ม 25 mg bid เพิ่ม 25 mg bid ทุก 3–5 วัน ช่วงรวม 50–600 mg/day)

ประเมินผล

  • เมื่อถึงช่วง dose therapeutic ให้ติดตามอย่างน้อย ~4 สัปดาห์ เพื่อดูประสิทธิผลก่อนขยับเพิ่ม/เปลี่ยน (และดู metabolic SE)

หากไม่ตอบสนอง/SE จำกัด

  • ลอง SGA ตัวที่สอง
  • โดยรวมหลีกเลี่ยง FGA (เช่น haloperidol) เพราะ EPS/TD risk ยกเว้นจำเป็นและชั่งประโยชน์-ความเสี่ยง

Monitoring

  • ติดตามน้ำหนัก/BMI/waist, BP, glucose/A1c, lipid ตามแนวทาง metabolic monitoring ของ antipsychotics ในเด็ก
  • นัดติดตามถี่ขึ้นช่วงเริ่มยา/ปรับยา

2) ODD/CD + ADHD

แนะนำ: รักษา ADHD ด้วย long-acting stimulant + psychosocial (มักช่วย oppositional/conduct problems และ aggression ได้พอควร)

  • ตัวอย่างที่ให้มา: amphetamine เริ่ม 5 mg/day (อายุ >6 ปี) เพิ่ม 5–10 mg/สัปดาห์ สูงสุดรวม ~40 mg/day (ปรับตามอาการ/มาตรฐาน ADHD)

ทางเลือก/บทบาทจำกัด (หลักฐานรอง/ผลเล็กกว่า)

  • Atomoxetine: มีผลเล็กต่อ oppositional behaviors
  • Alpha-2 agonists (guanfacine/clonidine): อาจช่วยบางรายเรื่อง impulsivity/aggression (หลักฐานจำกัด/มักเป็น secondary outcomes)

3) Co-occurring mood/anxiety (หรือ irritability ที่โยงกับ mood)

  • รักษาตาม disorder นั้น ๆ ควบคู่ ODD/CD therapy
  • ตัวอย่างที่ใช้: SSRI (เช่น citalopram)
  • หลักฐานที่พอชี้ทาง: บางการศึกษาในกลุ่ม dysregulation/ADHD พบว่า stimulant + citalopram ดีกว่า stimulant เดี่ยวในมิติ irritability/aggression (แต่ต้องคัดกรอง bipolar/activation และติดตามใกล้ชิด)

การเดินแผนหลังเริ่มรักษา (Subsequent treatment)

Robust response

  • ติดตาม 1–2 เดือนแรก แล้วห่างเป็นทุก 3–6 เดือนเพื่อคงผล
  • ถ้ายาได้ผลดีและ SE รับได้: มักคงยา อย่างน้อย ~1 ปี ก่อนพิจารณา taper
    • มัก taper ช่วงที่ stress โรงเรียนน้อย (เช่น ปิดเทอม)
  • ระหว่างใช้ยา: นัด face-to-face ประมาณทุก 6–8 สัปดาห์ (โดยเฉพาะ antipsychotic ต้องติดตาม metabolic)

Poor/partial response (ลำดับคิดแบบ practical)

1.       เช็ก adherence

2.       ทบทวน diagnosis (ODD/CD vs PTSD/DMDD/bipolar/SUD ฯลฯ)

3.       ค้นหา/จัดการ comorbidity ที่ตกหล่น

4.       ประเมินสิ่งแวดล้อม/ความรุนแรงในบ้าน (conflict, abuse, peer, school factors)

5.       ถ้าใช้ SGA: ให้แน่ใจว่าได้ trial ที่เพียงพอ ~8 สัปดาห์ ที่ maximum tolerated dose ใน therapeutic range

ถ้าเริ่มจาก psychosocial แล้วไม่ดีพอ

  • เปลี่ยนไปใช้ evidence-based psychosocial อีกแบบ
    • เช่น school-age ที่ทำ BPMT+CBT แล้วไม่ตอบ พิจารณา MST หรือ FFT (ถ้า MST ไม่มี)

ถ้าใช้ยาแล้วยังไม่ดี (หลังลอง SGA 2 ตัว +/ antidepressant ตามข้อบ่งชี้)

  • พิจารณา mood stabilizers/agents อื่นแบบ sequential (หลักฐานจำกัด)
    • Lithium: มีข้อมูลใน CD ที่รุนแรง/ต้อง admit ว่าอาจลด aggression ได้
    • Divalproex: มีข้อมูลว่าช่วย aggression ในบางกลุ่ม ODD
    • Alpha-2 agonists / atomoxetine: บทบาทจำกัด (มักช่วยผ่าน ADHD/impulsivity)

“Pearls” สำหรับเวชปฏิบัติ

  • เริ่มที่ psychosocial ก่อน และ “เลือกตามวัย” จะได้ผลดีที่สุด (เด็กเล็กตอบดีกว่า)
  • ยาใช้เพื่อเปิดทางให้ therapy ทำงานได้ (ลด aggression/irritability) + รักษา comorbidity
  • ต้องประสาน โรงเรียน/ครอบครัว/ชุมชน และติดตามผลเป็นระบบจากหลาย informants
  • ระวัง substance use, trauma, mood disorders ที่ masquerade เป็น conduct problems
  • วางแผน post-response maintenance + taper strategy ตั้งแต่ต้น ลด relapse

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น