วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Factitious disorder imposed on self (FDIS)

Factitious disorder imposed on self (FDIS)

1) แก่นของโรค (Core concept)

  • ผู้ป่วย ปลอม/สร้างอาการทางกายหรือจิตเวช (falsified symptoms) ด้วย การหลอกลวง (deception)
  • ทำแม้ ไม่มีผลประโยชน์ภายนอกที่ชัดเจน (ต่างจาก malingering)
  • เสี่ยง self-harm + iatrogenic harm จากการตรวจ/รักษาเกินจำเป็น
  • “Munchausen syndrome” มักหมายถึงกลุ่ม รุนแรง เรื้อรัง ดราม่า + pseudologia fantastica + peregrination/ใช้นามแฝง

2) ระบาดวิทยา (Epidemiology)

  • ประเมินความชุกยาก เพราะลับ ๆ ปฏิเสธ และย้ายที่รักษาเมื่อถูกสงสัย
  • community lifetime prevalence เคยรายงาน ~0.1%
  • ใน clinical setting มีรายงาน incidence ~1% แต่แปรปรวนมาก (บาง setting ต่ำมาก, บางกลุ่มเฉพาะเช่น FUO สูง)

ลักษณะเริ่มโรค

  • มักเริ่มช่วง วัย 30–40 ปี (แต่พบในเด็กได้)
  • มักเริ่มหลังเคย hospitalization แล้วค่อย ๆ พัฒนา

risk factors ที่พบบ่อย

  • เพศหญิง, โสด, บุคลากรสาธารณสุข (ปัจจุบัน/อดีต)
  • มี psychiatric history
  • family conflict/trauma, อายุ 40, family psychiatric history

3) พยาธิกำเนิด (Pathogenesis) — เข้าใจเป็น “สมมติฐาน”

  • Psychosocial: early loss/attachment disruption/abuse/trauma, sick role ที่เคย “ได้บางอย่าง” (ความสนใจ/การยอมรับ/ความเป็นสมาชิก), อาจเกี่ยวกับ identity/สัมพันธ์/อารมณ์ไม่มั่นคง
  • Neurocognitive: รายงาน case series เล็ก ๆ พบ executive dysfunction บางด้าน (จัดการข้อมูลซับซ้อน/วิจารณญาณ)
  • Neuroimaging: มีรายงานความผิดปกติหลากหลาย แต่ยังไม่ชัดว่าเป็นเหตุหรือผล

4) อาการและรูปแบบการนำเสนอ (Clinical features)

สาระสำคัญ = deception + falsification

  • ปลอมอาการ/ประวัติ, ทำให้เกิดโรค/สัญญาณ (เช่น insulin, anticoagulant, laxative, thyroid hormone; ปนเปื้อนแผล/ทำแผลไม่หาย; ใส่เลือดใน specimen)
  • ทำให้โรคจริงแย่ลงโดย nonadherence
  • tamper กับเครื่องมือ/ผลตรวจ/ตัวอย่าง, ปลอมเอกสาร, ชักจูงคนอื่นให้ให้ข้อมูลเท็จ
  • มัก deny เมื่อถูกตั้งข้อสงสัย และอาจ leave AMA, disruptive หรือ threaten

อาการที่พบบ่อย (ตัวอย่าง)

  • abdominal pain, diarrhea/vomiting, hematuria, infections, hypoglycemia, seizures, coagulopathy, skin wounds not healing ฯลฯ
  • ด้านจิตเวชที่ปลอมได้: depression, psychosis, bereavement, suicidal ideation/behavior

พฤติกรรม/สัญญาณเชิงระบบที่พบในวอร์ด

  • high utilization + หลายสถานพยาบาล, evasive, ไม่ยอมให้ติดต่อ/ขอเวชระเบียน, ประวัติ/ผลตรวจไม่สอดคล้อง
  • ยอมรับ” invasive/risky procedures อย่างเต็มใจ
  • อาการดีขึ้นเร็วหลัง admit หรือมีอาการใหม่เมื่อใกล้ discharge
  • splitting ทีมรักษา

Comorbidity

  • personality disorder (พบบ่อยมาก—โดยเฉพาะ borderline/histrionic), PTSD, SUD, somatic symptom–related disorders
  • พบร่วมกับ FD imposed on another ได้บ่อย (กลุ่มนั้นจำนวนมากก็เคยทำกับตัวเอง)
  • สามารถมี “โรคกายจริง” ร่วมได้ รวมถึงโรคเดียวกับที่ปลอม

5) การประเมิน (Assessment) — “ทำให้เป็นคดีข้อมูล”

A) หลักการ

  • ทำทั้ง medical + psychiatric evaluation แต่ หัวใจคือ medical record analysis แบบลำดับเวลา
  • ใช้ collateral (ครอบครัว/เพื่อน/สถานพยาบาลอื่น) ถ้าเป็นไปได้
  • ไม่มี lab test เดียวที่ยืนยันได้เสมอ แต่ lab/toxicology มักเป็นหลักฐานสำคัญ

B) หลักฐานที่สนับสนุน factitious behavior (ตัวอย่าง)

  • เห็นการ self-induction โดยตรง/จากการเฝ้าดู หรือพบอุปกรณ์ต้องสงสัยในห้อง
  • chain of custody ไม่ชัด เสี่ยง specimen tampering
  • pattern ของ inconsistency: อาการไม่ match objective findings, ประวัติไม่ตรงเวชระเบียนเก่า, diagnosis ไม่สอดคล้อง primary data
  • เวชระเบียน/ชื่อ/เลขไม่ตรงกัน, เอกสารปลอม
  • (บางราย) ยอมรับพฤติกรรมหลัง feedback

C) เทคนิคที่ใช้จริง

  • ทำ “ตาราง chronology” ของทุก contact (ED/OPD/IPD): วันที่-สถานที่, subjective, objective, outcome, comment ช่วยเห็น pattern/gap/contradiction
  • ทบทวน primary data (ผลตรวจจริง) ไม่ยึดแค่การแปลผล
  • ใช้ระบบ EMR ค้นหาด้วย identifiers (DOB/เลขบัตร) ระวัง alias

6) เกณฑ์วินิจฉัย (Diagnosis: DSM-5-TR แนวคิด)

วินิจฉัยเมื่อมีครบ:

1.       Falsification/induction ของอาการ/โรค ร่วมกับ deception ที่ระบุได้

2.       ผู้ป่วย “นำเสนอตัวเอง” ว่าป่วย/บาดเจ็บ

3.       deception เกิดแม้ ไม่มี external reward ชัดเจน

4.       ไม่อธิบายด้วยโรคอื่น เช่น psychotic disorder

จุดเน้น: ต้องมี หลักฐานของการปลอม/การหลอก ไม่ใช่เดาจากแรงจูงใจ


7) แยกโรคสำคัญ (Differential diagnosis)

  • Malingering: มี external incentive ชัด (เงิน/ยา/หลบคดี/หยุดงาน) + มักหลีกเลี่ยง invasive tests
  • True medical/psychiatric disorders: ไม่มี deception
  • Borderline PD self-harm: self-harm ได้ แต่ไม่ “หลอก” เป็นแกน
  • Conversion/FND: อาการไม่สอดคล้อง neuroanatomy แต่ไม่มี deception
  • Delusional disorder somatic type: belief ผิดแบบ delusion ไม่ใช่การปลอม
  • Somatic symptom disorder: preoccupation มาก แต่ไม่ปลอม/ไม่หลอก

8) การจัดการ (Management) — ลดอันตรายเป็นอันดับแรก

A) กลยุทธ์เชิงระบบ/ความปลอดภัย

  • ตั้ง one clinician เป็นหัวหน้าดูแล (attending of record / PCP)
  • Inform ทีมสหสาขา ให้มีแผนเดียว ลด splitting
  • Psychiatry consult
  • Suicide risk assessment + ประเมิน self-harm history
  • เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง (บางรายต้อง constant observation)
  • ทำการตรวจ/หัตถการตาม objective findings เท่านั้น
  • กำหนดว่า procedure/การตัดสินใจบางอย่าง ต้องเข้าถึงเวชระเบียนเก่า ก่อน
  • ระวัง “พลาดโรคจริง” (ต้องยังรักษาโรคกายที่มีจริง)

B) การคุยเรื่องวินิจฉัย (Supportive confrontation)

เป้าหมายคือ “รักษาความสัมพันธ์ + เปิดทางให้หยุดพฤติกรรมโดยไม่เสียหน้า”

  • น้ำเสียง เมตตา ไม่กล่าวโทษ ไม่ลงโทษ
  • เน้นว่า “คุณต้องได้รับความช่วยเหลือ” และ “เรายังดูแลทางกายต่อ”
  • ไม่จำเป็นต้องบังคับให้สารภาพ
  • คุย differential ทั้งหมด ไม่ล็อกว่าเป็นอย่างเดียว
  • เสนอ intervention ที่ harm ต่ำ (เช่น relaxation) เป็นทางเลือกช่วยอาการ/ความเครียด
  • เตรียมรับมือ: denial, complaint, AMA, ย้ายที่รักษา, threats

C) Specific treatment

  • หลัก ๆ คือ psychotherapy (หลักฐานคุณภาพสูงยังน้อย; engagement ยาก—มากกว่า 60% refuse/dropout ในหลาย series)
  • เลือกแนวทางที่ใช้ได้: supportive psychotherapy / CBT; ดูแลคล้าย personality disorders
  • ยามักไม่ช่วยตัว factitious โดยตรง แต่ให้ตาม comorbidity (MDD/anxiety/psychosis/BPD, PTSD ฯลฯ)

D) ประเด็นกฎหมาย/เวชระเบียน

  • เสี่ยง litigation (ด้วยความโกรธ/อับอาย/หรือหวังผลประโยชน์—ถ้าเงินเป็นแกนต้องคิด malingering)
  • หากต้องขอเวชระเบียนข้ามระบบแม้ผู้ป่วยไม่ยินยอม ควรปรึกษา risk management/กฎหมาย รพ.

9) พยากรณ์โรค (Prognosis)

  • โดยรวม ค่อนข้างแย่ และ recovery พบไม่บ่อย โดยเฉพาะรายที่ถูกพบช้า
  • comorbid anxiety/depression/SUD บางครั้งพยากรณ์ดีกว่า (เพราะมีเป้ารักษาที่จับต้องได้)
  • comorbid personality disorders มัก refractory
  • ระลึกเสมอว่า morbidity/mortality อาจรุนแรงจาก self-harm และ iatrogenic procedures

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น