Bioterrorism: Recognition & Initial Medical Management
Bioterrorism คือการจงใจใช้เชื้อโรคหรือสารพิษเพื่อก่อให้เกิดการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตในวงกว้าง
การรับมืออาศัย ระบบเฝ้าระวังทางสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และการที่แพทย์ด่านหน้าสามารถ
สังเกตความผิดปกติของรูปแบบการเกิดโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก
หลักการสำคัญ
Biologic attack แตกต่างจาก chemical
attack
- ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
- ผู้ป่วยมักทยอยเกิดอาการหลังระยะฟักตัว
- มักตรวจพบเมื่อมีผู้ป่วยหลายรายแล้ว
- อาจแพร่จากคนสู่คนได้ (ขึ้นกับเชื้อ)
Initial response
เมื่อสงสัยเหตุการณ์ Bioterrorism
ดำเนินการ
1.
Recognize unusual outbreak
2.
แจ้ง Infection control
3.
แจ้ง Public health
authorities ทันที
4.
แยกผู้ป่วยตาม transmission
5.
เก็บ specimen
6.
เริ่ม empiric treatment /
prophylaxis ตามความเสี่ยง
7.
สอบสวนผู้สัมผัสร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข
เมื่อใดควรสงสัย Bioterrorism
ควรคิดถึงเมื่อพบ
- ผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงเวลาใกล้กัน
- Cluster
ของโรคหายาก
- เชื้อที่ไม่พบในพื้นที่
- เชื้อที่ถูกดัดแปลงให้ดื้อยา
- ผู้ป่วยหลายรายมีอาการคล้ายกันหลังร่วมกิจกรรมเดียวกัน
- โรคเกิดนอกฤดูกาล
- การระบาดที่ไม่มีแหล่งติดเชื้อตามธรรมชาติอธิบายได้
CDC Classification
แบ่งเป็น
Category A (สำคัญที่สุด)
คุณสมบัติ
- Disseminate
ได้ง่าย
- Mortality
สูง
- ทำให้เกิด public panic
- ต้องเตรียมระบบสาธารณสุขเป็นพิเศษ
ประกอบด้วย
- Anthrax
- Smallpox
- Plague
- Botulinum
toxin
- Tularemia
- Viral
hemorrhagic fever (เช่น Ebola, Marburg, Lassa)
Category B
- Morbidity
ปานกลาง
- Dissemination
ปานกลาง
ตัวอย่าง
- Q
fever
- Brucellosis
- Melioidosis
- Psittacosis
- Ricin
toxin
Category C
เชื้อที่อาจถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพในอนาคต
เช่น
- Nipah
virus
- Hantavirus
- MDR
tuberculosis
Clinical syndromes ที่ควรจำ
|
Syndrome |
นึกถึง |
|
Vesicular rash |
Smallpox |
|
Black eschar |
Anthrax |
|
Painful lymphadenopathy |
Plague, Tularemia |
|
Descending paralysis |
Botulism |
|
Hemorrhagic fever |
Ebola, Marburg, Lassa |
|
Severe atypical pneumonia |
Anthrax, Plague, Tularemia |
|
Undifferentiated febrile illness |
หลายเชื้อใน Category
A/B |
Specimen collection
หากสงสัยการสัมผัส
Asymptomatic exposed
- เก็บ specimen ตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
- ไม่รอผลตรวจ
- เริ่ม post-exposure prophylaxis หากมีข้อบ่งชี้ทันที
Symptomatic patient
เก็บ
- Blood
culture
- Respiratory
specimen
- PCR
- Culture
- Serology
(ตามชนิดเชื้อ)
ก่อนเริ่ม antimicrobial หากทำได้โดยไม่ทำให้การรักษาล่าช้า
Decontamination
Personal
- ถอดเสื้อผ้า
- ใส่ถุงปิดสนิท
- อาบน้ำด้วยสบู่และน้ำ
Alcohol hand rub ไม่สามารถกำจัด anthrax
spores ได้ดี
จึงควรใช้
Soap + water
Environmental
ทำความสะอาดด้วย
0.5% sodium hypochlorite
หลังเสร็จสิ้นการสอบสวนพื้นที่
ไม่ใช้ sodium hypochlorite กับผิวหนังโดยตรง
Post-exposure prophylaxis
ขึ้นกับเชื้อที่สงสัย
อาจใช้
- Antibiotics
- Antitoxin
- Vaccine
เริ่มทันทีเมื่อมีข้อบ่งชี้ ไม่ต้องรอผลตรวจ
Infection control
เลือกตามเชื้อ
Airborne precautions
- Smallpox
- Viral
hemorrhagic fever (บางสถานการณ์)
- Tuberculosis
- SARS-CoV-2
Droplet precautions
- Pneumonic
plague
- Influenza
หากสงสัยการก่อการร้ายชีวภาพ ควรมี threshold
ต่ำในการใช้ Airborne precautions เพราะอาจมีการดัดแปลงเชื้อให้แพร่ได้มากขึ้น
Contact precautions
- Salmonella
- เชื้อที่แพร่โดยการสัมผัสโดยตรง
Ricin poisoning
อาการขึ้นกับทางรับสัมผัส
Inhalation
- Fever
- Cough
- Dyspnea
- Pulmonary
edema
Ingestion
- Severe
vomiting
- Bloody
diarrhea
- Dehydration
- Multi-organ
failure
การรักษา
- Supportive
care
- Activated
charcoal / gastric lavage ในบางกรณี
- ไม่มี antidote ที่ใช้ทั่วไปในปัจจุบัน
Trichothecene mycotoxins
อาการ
- Skin
irritation
- Blistering
- Vomiting
- Ataxia
- Hypotension
- Coagulopathy
ไม่มี
- Vaccine
- Chemoprophylaxis
Psychological impact
Bioterrorism มักทำให้เกิด
- "Worried
well"
- Acute
stress disorder
- PTSD
- Depression
- Grief
reactions
ควรเตรียมระบบคัดกรองและการดูแลสุขภาพจิตควบคู่ไปกับการตอบสนองด้านการแพทย์และสาธารณสุข
Pearls สำหรับแพทย์
- Bioterrorism
ควรสงสัยเมื่อพบ cluster ของโรคผิดปกติหรือเชื้อหายาก โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ป่วยหลายรายเกิดอาการในช่วงเวลาใกล้กัน
- Category
A agents ได้แก่ Anthrax, Smallpox, Plague,
Botulism, Tularemia และ Viral hemorrhagic fevers เป็นเชื้อที่มีความสำคัญสูงสุดด้านการเตรียมพร้อม
- เมื่อสงสัยเหตุการณ์ชีวการก่อการร้าย ต้อง แจ้งหน่วยงานสาธารณสุขและทีมควบคุมการติดเชื้อทันที
พร้อมเก็บตัวอย่างที่เหมาะสมและเริ่มการรักษาหรือ post-exposure
prophylaxis ตามข้อบ่งชี้โดยไม่รอผลตรวจ
- การกำจัดการปนเปื้อนส่วนบุคคลใช้ การถอดเสื้อผ้าและอาบน้ำด้วยสบู่และน้ำ
โดย alcohol-based hand rub ไม่เพียงพอสำหรับสปอร์ของ
Anthrax
- การตอบสนองต่อเหตุการณ์ต้องครอบคลุมทั้ง การดูแลผู้ป่วย
การป้องกันการแพร่เชื้อ การประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุข
และการดูแลผลกระทบด้านสุขภาพจิตของผู้ป่วย บุคลากร และประชาชน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น