วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Secondhand Smoke (SHS) and Thirdhand Smoke (THS)

Secondhand Smoke (SHS) และ Thirdhand Smoke (THS)

Secondhand smoke (SHS) หรือ ควันบุหรี่มือสอง เป็นสาเหตุของโรคที่ป้องกันได้ และมีหลักฐานชัดเจนว่า ไม่มีระดับการสัมผัสที่ปลอดภัย (No safe level of exposure) การสัมผัสแม้เพียงเล็กน้อยสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ มะเร็งปอด และโรคทางเดินหายใจได้


Secondhand smoke คืออะไร

SHS ประกอบด้วย

  • Sidestream smoke (ควันที่ออกจากปลายบุหรี่ที่กำลังไหม้)
  • Mainstream smoke (ควันที่ผู้สูบหายใจออก)

Sidestream smoke มีสารพิษหลายชนิดในความเข้มข้นสูงกว่า mainstream smoke แม้ว่าจะถูกเจือจางเมื่อกระจายในอากาศก็ตาม


Thirdhand smoke (THS)

หมายถึง

สารตกค้างจากควันบุหรี่บน

  • เสื้อผ้า
  • ผนัง
  • พรม
  • เฟอร์นิเจอร์
  • ฝุ่นในบ้าน

สารเหล่านี้สามารถ

  • ระเหยกลับสู่อากาศ
  • ดูดซึมผ่านผิวหนัง
  • เข้าสู่ร่างกายจากการสูดดมหรือการกลืน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

แม้หลักฐานทางคลินิกยังมีจำกัด แต่มีความกังวลด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับผลระยะยาวของ THS


สารพิษที่พบใน SHS

ประกอบด้วยสารอันตรายหลายชนิด เช่น

  • Nicotine
  • Carbon monoxide
  • Benzene
  • PM2.5
  • Tobacco-specific nitrosamines (เช่น NNAL)
  • สารก่อมะเร็งอื่น ๆ อีกหลายชนิด

การตรวจวัดทำได้โดย

  • Air nicotine
  • PM2.5
  • Biomarkers เช่น cotinine (เลือด ปัสสาวะ น้ำลาย เส้นผม)

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการใช้ biomarker เหล่านี้เป็นการตรวจทางคลินิกเป็นประจำ


ผลกระทบต่อสุขภาพ

1. Lung cancer

มีหลักฐานชัดเจนว่า

SHS ก่อให้เกิดมะเร็งปอดในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

Meta-analysis ปี 2024

  • เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด 24% (RR 1.24)

ความเสี่ยงเพิ่มตาม

  • ระยะเวลาที่สัมผัส
  • ความเข้มของการสัมผัส
  • ปริมาณสะสมของการสัมผัส

ความเสี่ยงตามสถานที่

Workplace

RR 1.38

Home

RR 1.20

ผู้ที่อาศัยร่วมกับผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


2. Respiratory disease

สัมพันธ์กับ

  • Acute respiratory illness
  • Chronic respiratory symptoms
  • Asthma
  • Chronic bronchitis
  • COPD (หลักฐานยังไม่สม่ำเสมอ)

Asthma

SHS ทำให้

  • เกิด adult-onset asthma ได้
  • Asthma control แย่ลง
  • Airway hyperresponsiveness เพิ่มขึ้น
  • ใช้ rescue inhaler มากขึ้น
  • FEV ลดลงหลังสัมผัสในบางการศึกษา

เมื่อมีการประกาศ smoke-free workplace พบว่าอาการของผู้ป่วย asthma ดีขึ้น


COPD

หลักฐานยังไม่สม่ำเสมอ

แต่หลายการศึกษาพบว่า

SHS เพิ่มความเสี่ยง

  • COPD
  • Chronic bronchitis

โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสหลายสถานที่ เช่น

  • บ้าน
  • ที่ทำงาน

3. Cardiovascular disease

SHS เพิ่มความเสี่ยง

  • Coronary artery disease (CAD)
  • Acute coronary syndrome
  • Stroke

Meta-analysis

เพิ่มความเสี่ยง CAD

ประมาณ

25–30%

และมี dose-response relationship


กลไก

SHS ทำให้

  • Endothelial dysfunction
  • Inflammation
  • CRP
  • Fibrinogen
  • Oxidized LDL
  • Platelet activation

แม้ในคนอายุน้อยที่ไม่สูบบุหรี่


Stroke

เพิ่มความเสี่ยง

ประมาณ

20–30%

ตามรายงานของ US Surgeon General


4. Diabetes

Meta-analysis

พบว่า passive smoking

เพิ่มความเสี่ยง

Type 2 diabetes

ประมาณ

RR 1.22


Biomarkers ของ SHS

ตัวที่ใช้บ่อยที่สุด

Cotinine

  • เป็น metabolite ของ nicotine
  • ตรวจได้ใน
    • Serum
    • Urine
    • Saliva
    • Hair

เหมาะสำหรับงานวิจัยและการประเมินการสัมผัส แต่ยังไม่ใช้เป็น routine ในการดูแลผู้ป่วย


การลดการสัมผัส SHS

มาตรการที่มีประสิทธิภาพที่สุด

คือ

Smoke-free environment

ได้แก่

  • บ้าน
  • ที่ทำงาน
  • รถยนต์
  • ร้านอาหาร
  • สถานที่สาธารณะ

ไม่มีระบบระบายอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศใดที่สามารถกำจัดความเสี่ยงจาก SHS ได้ทั้งหมด


Clinical counseling

ควรแนะนำผู้ป่วยว่า

  • ไม่ควรสูบบุหรี่ในบ้าน
  • ไม่ควรสูบบุหรี่ในรถ แม้เปิดหน้าต่าง
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการสูบบุหรี่
  • สนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวเลิกสูบบุหรี่
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ COPD และ asthma ควรหลีกเลี่ยง SHS อย่างเคร่งครัด

Thirdhand smoke

แม้หยุดสูบบุหรี่แล้ว

สารพิษยังคงตกค้างบนพื้นผิว

เป็นเวลาหลายเดือนถึงหลายปี

การลด THS

อาจต้อง

  • ทำความสะอาดอย่างทั่วถึง
  • เปลี่ยนพรม
  • ทาสีใหม่
  • เปลี่ยนวัสดุที่สะสมสารพิษในกรณีมีการสูบบุหรี่ในบ้านเป็นเวลานาน

แต่ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ยังมีข้อมูลจำกัด


Pearls สำหรับแพทย์

  • ไม่มีระดับการสัมผัสควันบุหรี่มือสองที่ปลอดภัย แม้การสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและมะเร็งปอด
  • SHS เพิ่มความเสี่ยง มะเร็งปอด (~24%), โรคหลอดเลือดหัวใจ (~25–30%), โรคหลอดเลือดสมอง (~20–30%), รวมถึงโรคทางเดินหายใจและโรคหืด
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ, COPD และ asthma ควรได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยง SHS อย่างเคร่งครัด
  • Cotinine เป็น biomarker ที่ใช้บ่อยที่สุดในการประเมินการสัมผัส SHS แต่ยังไม่ใช่การตรวจมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วย
  • Thirdhand smoke คือสารพิษตกค้างบนพื้นผิวและในฝุ่น ซึ่งอาจเป็นแหล่งสัมผัสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเด็ก แม้ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางคลินิก
  • การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการสร้าง สภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่ (100% smoke-free environment) ทั้งในบ้าน ที่ทำงาน รถยนต์ และสถานที่สาธารณะ

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น