Secondhand Smoke (SHS) และ Thirdhand Smoke (THS)
Secondhand smoke (SHS) หรือ ควันบุหรี่มือสอง
เป็นสาเหตุของโรคที่ป้องกันได้ และมีหลักฐานชัดเจนว่า ไม่มีระดับการสัมผัสที่ปลอดภัย
(No safe level of exposure) การสัมผัสแม้เพียงเล็กน้อยสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
มะเร็งปอด และโรคทางเดินหายใจได้
Secondhand smoke คืออะไร
SHS ประกอบด้วย
- Sidestream
smoke (ควันที่ออกจากปลายบุหรี่ที่กำลังไหม้)
- Mainstream
smoke (ควันที่ผู้สูบหายใจออก)
Sidestream smoke มีสารพิษหลายชนิดในความเข้มข้นสูงกว่า
mainstream smoke แม้ว่าจะถูกเจือจางเมื่อกระจายในอากาศก็ตาม
Thirdhand smoke (THS)
หมายถึง
สารตกค้างจากควันบุหรี่บน
- เสื้อผ้า
- ผนัง
- พรม
- เฟอร์นิเจอร์
- ฝุ่นในบ้าน
สารเหล่านี้สามารถ
- ระเหยกลับสู่อากาศ
- ดูดซึมผ่านผิวหนัง
- เข้าสู่ร่างกายจากการสูดดมหรือการกลืน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
แม้หลักฐานทางคลินิกยังมีจำกัด
แต่มีความกังวลด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับผลระยะยาวของ THS
สารพิษที่พบใน SHS
ประกอบด้วยสารอันตรายหลายชนิด เช่น
- Nicotine
- Carbon
monoxide
- Benzene
- PM2.5
- Tobacco-specific
nitrosamines (เช่น NNAL)
- สารก่อมะเร็งอื่น ๆ อีกหลายชนิด
การตรวจวัดทำได้โดย
- Air
nicotine
- PM2.5
- Biomarkers
เช่น cotinine (เลือด ปัสสาวะ
น้ำลาย เส้นผม)
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการใช้ biomarker
เหล่านี้เป็นการตรวจทางคลินิกเป็นประจำ
ผลกระทบต่อสุขภาพ
1. Lung cancer
มีหลักฐานชัดเจนว่า
SHS ก่อให้เกิดมะเร็งปอดในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
Meta-analysis ปี 2024
- เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด 24% (RR 1.24)
ความเสี่ยงเพิ่มตาม
- ระยะเวลาที่สัมผัส
- ความเข้มของการสัมผัส
- ปริมาณสะสมของการสัมผัส
ความเสี่ยงตามสถานที่
Workplace
RR ≈ 1.38
Home
RR ≈ 1.20
ผู้ที่อาศัยร่วมกับผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
2. Respiratory disease
สัมพันธ์กับ
- Acute
respiratory illness
- Chronic
respiratory symptoms
- Asthma
- Chronic
bronchitis
- COPD (หลักฐานยังไม่สม่ำเสมอ)
Asthma
SHS ทำให้
- เกิด adult-onset asthma ได้
- Asthma
control แย่ลง
- Airway
hyperresponsiveness เพิ่มขึ้น
- ใช้ rescue inhaler มากขึ้น
- FEV₁
ลดลงหลังสัมผัสในบางการศึกษา
เมื่อมีการประกาศ smoke-free
workplace พบว่าอาการของผู้ป่วย asthma ดีขึ้น
COPD
หลักฐานยังไม่สม่ำเสมอ
แต่หลายการศึกษาพบว่า
SHS เพิ่มความเสี่ยง
- COPD
- Chronic
bronchitis
โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสหลายสถานที่ เช่น
- บ้าน
- ที่ทำงาน
3. Cardiovascular disease
SHS เพิ่มความเสี่ยง
- Coronary
artery disease (CAD)
- Acute
coronary syndrome
- Stroke
Meta-analysis
เพิ่มความเสี่ยง CAD
ประมาณ
25–30%
และมี dose-response relationship
กลไก
SHS ทำให้
- Endothelial
dysfunction
- Inflammation
- ↑ CRP
- ↑ Fibrinogen
- ↑ Oxidized LDL
- Platelet
activation
แม้ในคนอายุน้อยที่ไม่สูบบุหรี่
Stroke
เพิ่มความเสี่ยง
ประมาณ
20–30%
ตามรายงานของ US Surgeon General
4. Diabetes
Meta-analysis
พบว่า passive smoking
เพิ่มความเสี่ยง
Type 2 diabetes
ประมาณ
RR 1.22
Biomarkers ของ SHS
ตัวที่ใช้บ่อยที่สุด
Cotinine
- เป็น metabolite ของ nicotine
- ตรวจได้ใน
- Serum
- Urine
- Saliva
- Hair
เหมาะสำหรับงานวิจัยและการประเมินการสัมผัส
แต่ยังไม่ใช้เป็น routine ในการดูแลผู้ป่วย
การลดการสัมผัส SHS
มาตรการที่มีประสิทธิภาพที่สุด
คือ
Smoke-free environment
ได้แก่
- บ้าน
- ที่ทำงาน
- รถยนต์
- ร้านอาหาร
- สถานที่สาธารณะ
ไม่มีระบบระบายอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศใดที่สามารถกำจัดความเสี่ยงจาก
SHS ได้ทั้งหมด
Clinical counseling
ควรแนะนำผู้ป่วยว่า
- ไม่ควรสูบบุหรี่ในบ้าน
- ไม่ควรสูบบุหรี่ในรถ แม้เปิดหน้าต่าง
- หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการสูบบุหรี่
- สนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวเลิกสูบบุหรี่
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ COPD และ asthma ควรหลีกเลี่ยง SHS อย่างเคร่งครัด
Thirdhand smoke
แม้หยุดสูบบุหรี่แล้ว
สารพิษยังคงตกค้างบนพื้นผิว
เป็นเวลาหลายเดือนถึงหลายปี
การลด THS
อาจต้อง
- ทำความสะอาดอย่างทั่วถึง
- เปลี่ยนพรม
- ทาสีใหม่
- เปลี่ยนวัสดุที่สะสมสารพิษในกรณีมีการสูบบุหรี่ในบ้านเป็นเวลานาน
แต่ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ยังมีข้อมูลจำกัด
Pearls สำหรับแพทย์
- ไม่มีระดับการสัมผัสควันบุหรี่มือสองที่ปลอดภัย แม้การสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและมะเร็งปอด
- SHS เพิ่มความเสี่ยง มะเร็งปอด (~24%), โรคหลอดเลือดหัวใจ (~25–30%), โรคหลอดเลือดสมอง
(~20–30%), รวมถึงโรคทางเดินหายใจและโรคหืด
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ, COPD และ asthma ควรได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยง SHS อย่างเคร่งครัด
- Cotinine
เป็น biomarker ที่ใช้บ่อยที่สุดในการประเมินการสัมผัส
SHS แต่ยังไม่ใช่การตรวจมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วย
- Thirdhand
smoke คือสารพิษตกค้างบนพื้นผิวและในฝุ่น
ซึ่งอาจเป็นแหล่งสัมผัสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเด็ก
แม้ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางคลินิก
- การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการสร้าง สภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่
(100% smoke-free environment) ทั้งในบ้าน
ที่ทำงาน รถยนต์ และสถานที่สาธารณะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น