Psychodynamic Psychotherapy
จะให้ความรู้สึก "ต่างจาก CBT มาก"
CBT ถามว่า
"ตอนนั้นคุณคิดอะไร?"
Psychodynamic จะถามว่า
"ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ถึงกระทบคุณมากกว่าคนอื่น?"
CBT พยายามแก้ ความคิดในปัจจุบัน
Psychodynamic พยายามเข้าใจ รูปแบบความสัมพันธ์และความขัดแย้งในจิตใจ
(unconscious conflict) ที่เกิดซ้ำมาตั้งแต่วัยเด็ก
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นผู้ป่วย Major
Depression คนเดิม
ตัวอย่าง Psychodynamic Psychotherapy
หญิง 32 ปี
มาด้วย
- ซึมเศร้า
- รู้สึกไร้ค่า
- กลัวถูกตำหนิ
ช่วงแรก
Patient
เมื่อวานหัวหน้าบอกให้แก้งาน
หนูร้องไห้ทั้งคืน
Therapist
คุณรู้สึกอะไรตอนที่หัวหน้าพูดแบบนั้น
Patient
รู้สึกเหมือนตัวเองล้มเหลว
CBT จะเริ่มตรวจสอบความคิด
แต่ Psychodynamic จะไม่รีบไปตรงนั้น
Therapist ถามลึกลงไป
คำว่า "ล้มเหลว"
มันคุ้น ๆ ไหม
เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า
Patient เงียบ
...
ตอนเด็ก ๆ พ่อชอบพูดค่ะ
"แค่นี้ยังทำไม่ได้"
Therapist ไม่รีบตีความ
เวลาพ่อพูดแบบนั้น
คุณรู้สึกยังไง
Patient
หนูพยายามเต็มที่แล้ว
แต่ก็ไม่เคยพอ
Therapist
ฟังดูเหมือนคุณต้องพยายามหนักมาก
เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า
Patient เริ่มร้องไห้
Therapist กำลังมองหา
ไม่ได้มองว่า
หัวหน้า
↓
ทำให้ซึมเศร้า
แต่กำลังมองว่า
Childhood
↓
Critical father
↓
"ฉันดีไม่พอ"
↓
โตขึ้น
↓
หัวหน้าติ
↓
ความรู้สึกเดิมถูกกระตุ้น
↓
ซึมเศร้า
Session ต่อมา
Patient
หนูรู้สึกว่า
ถ้าใครผิดหวังในตัวหนู
เขาจะเลิกรักหนู
Therapist
คุณคิดว่าความรู้สึกนี้
มาจากไหน
Patient
...
พ่อจะคุยกับหนูเฉพาะเวลาหนูสอบได้ที่หนึ่ง
Therapist
เหมือนความรักในตอนนั้น
ต้องแลกกับความสำเร็จ
Patient
ใช่ค่ะ
Therapist
แล้วทุกวันนี้
เวลาหัวหน้าติ
มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องงาน
แต่มันเหมือนกำลังบอกว่า
"คุณไม่มีค่า"
Patient เงียบไปนาน
ใช่เลย...
หนูไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน
ตรงนี้เรียกว่า
Insight
ซึ่งเป็นหัวใจของ Psychodynamic therapy
อีกตัวอย่าง
Patient
แฟนขอเลิก
หนูรู้สึกโลกพัง
Therapist
เคยมีใครหายไปจากชีวิตแบบนี้ไหม
Patient
แม่เสียตอนอายุแปดขวบ
Therapist
คุณคิดไหมว่า
ทุกครั้งที่มีคนจากไป
ความสูญเสียครั้งนั้นกลับมาอีก
Patient ร้องไห้
นี่คือการเชื่อม
Current relationship
กับ
Early attachment
Transference
หลายเดือนผ่านไป
Patient มาสาย
Patient
หมอคงโกรธหนูใช่ไหม
Therapist
คุณคิดว่าผมรู้สึกยังไง
Patient
ทุกคนโกรธเวลาหนูทำผิด
Therapist
ทุกคน...
หรือใครบางคน
Patient
...
พ่อค่ะ
Therapist
แล้วตอนนี้
คุณกำลังรู้สึกว่าผมจะเป็นเหมือนพ่อหรือเปล่า
Patient
...
ใช่
นี่คือ
Transference
ผู้ป่วยนำรูปแบบความสัมพันธ์ในอดีตมาถ่ายทอดมายังนักบำบัด
Psychodynamic จะใช้สิ่งนี้เป็น
"ข้อมูล" ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบแก้
Countertransference
เช่น
Therapist รู้สึกว่า
"คนไข้คนนี้ทำไมต้องคอยเอาใจตลอด"
แทนที่จะมองว่าเป็นอารมณ์ส่วนตัว
นักบำบัดจะตั้งคำถามว่า
"ผู้ป่วยทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้เพราะนี่เป็นรูปแบบที่เขาสร้างกับคนรอบตัวมาตลอดหรือไม่?"
อารมณ์ของผู้บำบัดจึงอาจเป็นข้อมูลสำคัญในการเข้าใจรูปแบบความสัมพันธ์ของผู้ป่วย
แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนและการกำกับดูแล (supervision) เพื่อไม่ให้ตอบสนองตามอารมณ์นั้น
Therapist ไม่ค่อยพูดว่า...
คุณควร...
คุณต้อง...
ลองคิดบวก...
ออกกำลังกาย...
เพราะเป้าหมายไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
แต่คือ
ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจรูปแบบที่ซ่อนอยู่ในจิตใจ
เปรียบเทียบ CBT กับ Psychodynamic
ผู้ป่วยพูดว่า
"หัวหน้าติ ฉันไม่มีค่า"
CBT
หลักฐานอะไรสนับสนุนความคิดนี้?
มีหลักฐานอะไรที่ขัดแย้ง?
ลองหาความคิดที่สมดุลกว่านี้
เป้าหมายคือ ปรับความคิดและพฤติกรรมในปัจจุบัน
Psychodynamic
ความรู้สึก "ไม่มีค่า" นี้คุ้นเคยไหม?
คุณเคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน?
คุณคิดว่าประสบการณ์ในอดีตส่งผลต่อการตีความเหตุการณ์วันนี้อย่างไร?
เป้าหมายคือ เข้าใจต้นกำเนิดของรูปแบบความสัมพันธ์
ความเชื่อ และความขัดแย้งภายใน เพื่อให้ผู้ป่วยเกิด insight และค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบการตอบสนองในระยะยาว
กล่าวโดยสรุป หาก CBT เปรียบเหมือนการซ่อม
"โปรแกรมที่กำลังรันอยู่" Psychodynamic จะพยายามค้นหาและทำความเข้าใจว่า
"โค้ดต้นฉบับ" ถูกเขียนขึ้นอย่างไร
และยังส่งอิทธิพลต่อชีวิตปัจจุบันในรูปแบบใด
แม้ว่าทั้งสองแนวทางจะมีเป้าหมายร่วมกันคือการลดความทุกข์ของผู้ป่วย
แต่ใช้เส้นทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น