Subspecialty Palliative Care
Palliative care คือการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพที่มุ่งป้องกันและบรรเทาความทุกข์
(suffering) พร้อมเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว
โดยสามารถให้ร่วมกับการรักษาเพื่อหายขาด (curative treatment) หรือการรักษาเพื่อยืดอายุ (life-prolonging therapy) ได้ทุกระยะของโรคร้ายแรง ไม่ใช่เฉพาะช่วงใกล้เสียชีวิต
หลักการสำคัญของ Palliative Care
Palliative care มีเป้าหมายหลัก ได้แก่
- บรรเทาอาการและความทุกข์ทรมาน
- เพิ่มคุณภาพชีวิต
- ดูแลด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ
- วางแผนการรักษาให้สอดคล้องกับคุณค่า (values) และความต้องการของผู้ป่วย
- สนับสนุนครอบครัวและผู้ดูแล
- ประสานการดูแลระหว่างทีมและสถานพยาบาล
สามารถเริ่มได้ตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยโรคร้ายแรง และดำเนินควบคู่กับการรักษาโรค
Palliative Care ≠ Hospice
|
Palliative care |
Hospice |
|
ให้ได้ทุกระยะของโรค |
สำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย |
|
ให้ร่วมกับ curative
therapy ได้ |
เน้น comfort
care เป็นหลัก |
|
ไม่จำกัดอายุขัย |
โดยทั่วไปคาดว่าอายุขัย
≤6 เดือน (ตามระบบ Medicare ของสหรัฐฯ) |
|
เป้าหมายคือ quality
of life |
เป้าหมายคือ end-of-life
care |
ประโยชน์ของ Palliative Care
มีหลักฐานว่าช่วย
- ลด pain และ symptom burden
- เพิ่ม quality of life
- ลด caregiver burden
- เพิ่ม patient/family satisfaction
- ลด ED visits
- ลด hospital admission
- ลด ICU admission
- เพิ่มโอกาสกลับบ้าน
- เพิ่มการใช้ hospice อย่างเหมาะสม
- ลด prolonged grief และ PTSD ในญาติหลังผู้ป่วยเสียชีวิต
ผลต่อค่าใช้จ่าย
Palliative care ช่วย
- ลด unnecessary investigations
- ลด futile treatment
- ลด ICU utilization
- ลดระยะเวลานอนโรงพยาบาล
- ลดค่าใช้จ่ายของระบบสุขภาพ
โดยการทำให้การรักษาสอดคล้องกับเป้าหมายของผู้ป่วยมากขึ้น
ผลต่อ Survival
หลักฐานปัจจุบันพบว่า
- Early
palliative care ช่วยเพิ่ม quality of life และลด depressive symptoms อย่างชัดเจน
- ในบางการศึกษา (เช่น metastatic NSCLC) พบว่า median
survival ยาวขึ้น
- อย่างไรก็ตาม systematic review ยังไม่ยืนยันประโยชน์ด้าน
survival อย่างสม่ำเสมอ
- ไม่มีหลักฐานว่าการให้ palliative care ทำให้อายุสั้นลง
Core Services ของ Palliative Care
1. Symptom management
ดูแล
- Pain
- Dyspnea
- Nausea
- Fatigue
- Delirium
- Anxiety
- Depression
- Symptoms
อื่น ๆ
2. Goals of care
ช่วย
- Discuss
prognosis
- Clarify
patient values
- Shared
decision making
- Advance
care planning
- Prepare
for future decision-making
3. Psychosocial & Spiritual support
ดูแล
- Psychological
distress
- Spiritual
distress
- Caregiver
stress
- Bereavement
support
- Social
problems
ทีมอาจประกอบด้วย
- Social
worker
- Chaplain
- Psychologist
- Psychiatrist
- Bereavement
counselor
4. Care coordination
ช่วย
- Discharge
planning
- Home
care
- Nursing
home
- Hospice
referral
- Coordination
ระหว่างหลายทีม
Models of Palliative Care
Hospital-based
ประกอบด้วย
Consultation service
- ให้คำแนะนำแก่ทีมเจ้าของไข้
- ไม่รับผู้ป่วยเป็นเจ้าของไข้
Inpatient palliative care unit
เหมาะสำหรับ
- Difficult
symptom control
- Imminently
dying
- Family
distress
- ต้องการการดูแลเฉพาะทาง
Integrated / Comanagement model
ร่วมดูแลกับ
- ICU
- Surgery
- Trauma
- Emergency
department
- Oncology
Community-based palliative care
ให้บริการ
- Home-based
- Outpatient
clinic
- Nursing
home
- Long-term
care
ข้อดี
- ลด hospital utilization
- เพิ่มโอกาสเสียชีวิตที่บ้านตามความต้องการ
- เพิ่ม continuity of care
Home-based palliative care
ข้อดี
- เห็นสภาพแวดล้อมจริง
- ประเมิน caregiver
- ประเมิน medication adherence
- ลด hospitalization
- ลดค่าใช้จ่าย
- เพิ่ม hospice utilization
Hospice
เหมาะกับ
- ผู้ป่วยระยะสุดท้าย
- เป้าหมายการรักษาเน้น comfort
- ให้การดูแลแบบ interdisciplinary
- ให้บริการได้ทั้งบ้าน โรงพยาบาล Nursing home และ
Hospice facility
เมื่อใดควรส่งปรึกษา Palliative Care
พิจารณาเมื่อมี
- Functional
decline
- Poor
symptom control
- Frequent
admission
- Spiritual
distress
- Existential
crisis
- Family
conflict
- Request
hastened death
- Life
expectancy ประมาณ ≤6 เดือน
- Complex
goals of care
ทีมเจ้าของไข้ควรเริ่มดูแลแบบ primary
palliative care ก่อน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อปัญหาซับซ้อน
Barriers ต่อการส่งปรึกษา
อุปสรรคที่พบบ่อย
- เข้าใจผิดว่า palliative care = end-of-life care
- กลัวว่าผู้ป่วยจะหมดกำลังใจ
- คิดว่าจะต้องหยุดการรักษาโรค
- ขาดบุคลากรด้าน palliative care
- ผู้ป่วยและครอบครัวไม่เข้าใจบทบาทของทีม
การอธิบายว่าเป็น "extra layer
of support" และสามารถให้ร่วมกับการรักษาโรคได้
ช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับการดูแลมากขึ้น
Practical approach สำหรับแพทย์
1.
เสนอ palliative care ตั้งแต่ระยะแรกของโรคร้ายแรง โดยให้ควบคู่กับการรักษาโรค
ไม่ต้องรอระยะสุดท้าย
2.
ประเมินและดูแลทั้ง อาการทางกาย
จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ พร้อมกำหนดเป้าหมายการรักษาร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัว
3.
ใช้ทีมสหสาขาวิชาชีพในการดูแล
และประสานการรักษาระหว่างโรงพยาบาล คลินิก บ้าน และ hospice ตามความเหมาะสม
4.
ส่งปรึกษา subspecialty
palliative care เมื่อมีอาการควบคุมยาก การตัดสินใจซับซ้อน
หรือมีปัญหาครอบครัวและจิตสังคมที่เกินขอบเขตการดูแลของทีมหลัก
5.
สื่อสารกับผู้ป่วยว่า palliative
care เป็นการเพิ่มการดูแล (extra layer of support) เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ไม่ใช่การยุติการรักษา ซึ่งช่วยลดความเข้าใจผิดและเพิ่มการยอมรับการดูแลได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น