วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Restless Legs Syndrome (RLS) and Periodic Limb Movement Disorder (PLMD): Clinical, Diagnosis

Restless Legs Syndrome (RLS) and Periodic Limb Movement Disorder (PLMD): Clinical, Diagnosis

RLS เป็น clinical diagnosis:
urge to move เริ่ม/แย่ลงขณะพัก ดีขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว เด่นช่วงเย็นหรือกลางคืน ไม่มีโรคอื่นอธิบายได้ดีกว่า

ผู้ป่วย RLS ทุกรายควรตรวจ iron studies แม้ไม่มี anemia ส่วน polysomnography ไม่จำเป็นสำหรับการวินิจฉัย RLS แต่จำเป็นในการวินิจฉัย PLMD


1. คำจำกัดความ

Restless legs syndrome

ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับการนอน มีลักษณะสำคัญคือ:

  • รู้สึกอยากขยับขาอย่างห้ามได้ยาก
  • มักมีความรู้สึกไม่สบายลึก ๆ ภายในขาร่วมด้วย
  • เกิดหรือรุนแรงขึ้นเมื่ออยู่นิ่ง เช่น นั่งหรือนอน
  • ดีขึ้นชั่วคราวเมื่อเดิน ยืด หรือขยับขา
  • เด่นช่วงเย็นหรือกลางคืน

Periodic limb movements of sleep

PLMS คือการเคลื่อนไหวของแขนขาซ้ำเป็นจังหวะขณะหลับ พบในผู้ป่วย RLS ที่ทำ polysomnography มากกว่า 80% แต่ไม่จำเพาะต่อ RLS และพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่ไม่มีอาการ

Periodic limb movement disorder

PLMD คือ clinical sleep disorder ที่มี:

1.       Sleep disturbance หรือ daytime impairment

2.       PSG พบ PLMS มากผิดปกติ

3.       อาการอธิบายไม่ได้ด้วยโรคอื่น

RLS และ PLMD เป็นการวินิจฉัยที่แยกจากกัน ผู้ป่วยที่มี RLS ไม่ควรได้รับการวินิจฉัย PLMD ซ้อนกัน


2. ระบาดวิทยาและปัจจัยเสี่ยง

  • RLS ทุกระดับความรุนแรงพบประมาณ 5–15% ในประชากรยุโรปและอเมริกาเหนือ
  • Clinically significant RLS พบประมาณ 2–3%
  • พบน้อยกว่าในเอเชียตะวันออก
  • พบบ่อยขึ้นตามอายุ
  • พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะวัยเจริญพันธุ์
  • ระหว่างตั้งครรภ์อาจพบได้ถึง 25% โดยมากที่สุดในไตรมาสสามและมักดีขึ้นหลังคลอด
  • มีประวัติครอบครัวประมาณ 40–60%

ปัจจัยสัมพันธ์สำคัญ:

  • Low iron stores
  • Pregnancy
  • End-stage kidney disease
  • Diabetes mellitus
  • Peripheral neuropathy
  • Multiple sclerosis หรือ spinal cord disease
  • Parkinson disease และ movement disorders อื่น
  • Migraine

RLS สัมพันธ์กับ iron depletion มากกว่า anemia ผู้ป่วยจำนวนมากมี iron deficiency โดย Hb ยังปกติ


3. พยาธิสรีรวิทยา

กลไกยังไม่สมบูรณ์ แต่สัมพันธ์กับ:

  • ปริมาณ iron ใน CNS ลดลง แม้ peripheral iron studies อาจปกติ
  • ความผิดปกติที่ซับซ้อนของ dopaminergic signaling
  • Circadian variation ของระบบ dopamine/iron
  • ความผิดปกติของ thalamic และ brainstem networks
  • อาจเกี่ยวข้องกับ glutamate, adenosine, GABA, histamine และ endogenous opioid

ไม่มีหลักฐานว่า RLS เป็นโรค neurodegenerative และการตอบสนองต่อ dopamine ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยมีภาวะ dopamine deficiency โดยตรง


4. ลักษณะทางคลินิก

ผู้ป่วยมักบรรยายความรู้สึกว่า:

  • ต้องขยับขา
  • มีอะไรไต่หรือคลาน
  • ดึง รั้ง ตึง หรือกระสับกระส่าย
  • Tingling หรือ electric sensation
  • ปวดเมื่อย คัน หรือ cramping sensation

ลักษณะที่สนับสนุน RLS:

  • รู้สึกลึกภายในขา มักอยู่ระหว่างเข่ากับข้อเท้า
  • อาการเกิดเมื่ออยู่นิ่ง
  • เด่นตอนเย็นหรือก่อนนอน
  • การเดิน ยืด นวด กด หรือใช้น้ำร้อน/เย็นช่วยได้ชั่วคราว
  • อาการกลับมาเมื่อหยุดเคลื่อนไหว
  • ในรายรุนแรงอาจลามไปแขน แต่โดยมากเกิดหลังมีอาการที่ขามานาน

อาการที่ไม่ค่อยเข้ากับ RLS:

  • Burning หรือ pins-and-needles เด่น
  • ปวดเฉพาะที่ตาม dermatome
  • อาการไม่สัมพันธ์กับการพัก
  • ไม่ดีขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว
  • ปวดมากขึ้นเมื่อเดิน

RLS อาจทำให้:

  • Sleep-onset insomnia
  • กลับไปหลับยากหลังตื่นกลางคืน
  • Sleep fragmentation
  • Daytime sleepiness
  • คุณภาพชีวิตลดลง
  • Depression และ anxiety

5. Diagnostic criteria ของ RLS

ต้องมีครบทั้ง 5 ข้อ:

1.       Urge to move the legs
มักมี unpleasant sensation ร่วมด้วย แต่อาจมีเฉพาะ urge ได้

2.       Rest-induced
เริ่มหรือแย่ลงระหว่างนั่ง นอน หรืออยู่นิ่ง

3.       Movement-responsive
ดีขึ้นทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อเดิน ยืด หรือขยับ อย่างน้อยตราบที่ยังเคลื่อนไหวอยู่

4.       Evening/night predominance
รุนแรงกว่าช่วงกลางวัน หรือเกิดเฉพาะตอนเย็น/กลางคืน
ในรายรุนแรง circadian pattern อาจไม่ชัด แต่ควรเคยมีมาก่อน

5.       Not better explained by another condition
เช่น leg cramp, positional discomfort หรือ habitual foot tapping

ตาม ICSD-3 อาการต้องทำให้เกิด distress, sleep disturbance หรือ functional impairment ด้วย แต่ไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำเรื่องความถี่หรือระยะเวลา

คำถามคัดกรองที่ใช้ได้ดี

เวลาพยายามพักตอนเย็นหรือนอนกลางคืน เคยรู้สึกไม่สบายหรือกระสับกระส่ายที่ขา ซึ่งดีขึ้นเมื่อเดินหรือขยับหรือไม่?”

Questionnaire อย่างเดียวอาจ overdiagnose จึงควรยืนยันด้วยการสัมภาษณ์


6. การประเมินผู้ป่วย

ประวัติ

ถามให้ครบ:

  • มี urge to move หรือไม่
  • เกิดเมื่อพักหรืออยู่นิ่งหรือไม่
  • ดีขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวหรือไม่
  • มี evening/night predominance หรือไม่
  • ตำแหน่งและลักษณะของ sensation
  • ความถี่ ความรุนแรง และผลต่อการนอน
  • มีอาการที่แขนหรือไม่
  • การตั้งครรภ์หรือประวัติบริจาคเลือดบ่อย
  • ประวัติเลือดออกทาง GI หรือประจำเดือนมาก
  • CKD, diabetes, neuropathy หรือ spinal disease
  • ประวัติครอบครัว
  • อาการ OSA หรือ narcolepsy
  • Depression, anxiety และผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต

ตรวจร่างกาย

RLS ปฐมภูมิมักตรวจระบบประสาทปกติ ควรมองหา:

  • Peripheral neuropathy
  • Radiculopathy
  • Myelopathy
  • Vascular disease
  • Parkinsonism
  • Evidence of iron deficiency หรือ systemic disease

7. ยาที่อาจกระตุ้นหรือทำให้ RLS รุนแรงขึ้น

ควรทบทวนยาทุกราย โดยเฉพาะ:

  • First-generation sedating antihistamines
    เช่น diphenhydramine, chlorpheniramine, hydroxyzine
  • Dopamine receptor blockers
    เช่น antipsychotics, metoclopramide, prochlorperazine
  • Antidepressants บางชนิด
    โดยเฉพาะ mirtazapine, doxepin, TCAs, SSRIs และ SNRIs

ความสัมพันธ์ของยากับอาการควรประเมินจากลำดับเวลา และไม่ควรหยุดยาจำเป็นทันทีโดยไม่ชั่งประโยชน์กับความเสี่ยง


8. Laboratory evaluation

ตรวจ iron stores ในผู้ป่วย RLS ทุกราย:

  • Serum ferritin
  • Serum iron
  • TIBC
  • คำนวณ transferrin saturation

การแปลผล:

  • Ferritin 75 ng/mL: สัมพันธ์กับ RLS และบ่งถึง iron stores ที่อาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้
  • TSAT <20%: สนับสนุน iron deficiency โดยเฉพาะเมื่อมี inflammation
  • Ferritin เป็น acute-phase reactant จึงอาจสูงลวงใน infection, inflammation, malignancy หรือ CKD
  • Ferritin “อยู่ใน reference range” ไม่ได้ตัด iron deficiency ที่สัมพันธ์กับ RLS

หากพบ ferritin <30 ng/mL ควรหาสาเหตุของ iron deficiency เช่น:

  • GI blood loss โดยเฉพาะผู้ใหญ่อายุเกิน 40–50 ปี
  • Menstrual blood loss
  • Frequent blood donation
  • Malabsorption
  • Dietary deficiency

ตรวจ BUN/creatinine เมื่อสงสัย uremia และตรวจเพิ่มเติมตาม clinical context เช่น glucose/HbA1c, B12, folate หรือ thyroid function หากมีข้อบ่งชี้


9. บทบาทของการตรวจเพิ่มเติม

Polysomnography

ไม่จำเป็นสำหรับการวินิจฉัย RLS

พิจารณาเมื่อ:

  • ประวัติไม่ชัดเจน
  • สงสัย PLMS รุนแรงและสัมพันธ์กับ arousal
  • ต้องการวินิจฉัย PLMD
  • สงสัย OSA, narcolepsy หรือ sleep disorder อื่น

EMG/NCS

พิจารณาเมื่อ:

  • แยก RLS จาก peripheral neuropathy ไม่ได้
  • มี diabetes หรือปัจจัยเสี่ยง neuropathy
  • ตรวจพบ sensory loss, weakness หรือ reflex abnormalities
  • อาการเป็น superficial burning/pins-and-needles มากกว่าความรู้สึกลึก

EMG/NCS ปกติไม่ตัด small-fiber neuropathy


10. Differential diagnosis

ภาวะ

จุดแยกจาก RLS

Akathisia

กระสับกระส่ายทั่วร่างกาย มักสัมพันธ์กับ dopamine blockers; ไม่มี unpleasant leg sensation ชัด; movement ช่วยน้อยและไม่มี circadian pattern เด่น

Nocturnal leg cramps

ปวดเฉียบพลัน ระยะสั้น มีกล้ามเนื้อหดเกร็งคลำได้

Peripheral neuropathy

Burning/pins-and-needles, superficial หรือ distal; ไม่จำเป็นต้องแย่ขณะพักหรือดีขึ้นเมื่อเดิน

Radiculopathy

ปวดตาม dermatome อาจมี weakness/reflex change

Vascular claudication

อาการเกิดหรือรุนแรงเมื่อเดิน ไม่ใช่เมื่อพัก

Positional discomfort

ดีขึ้นเพียงเปลี่ยนท่า ไม่มี urge/circadian pattern ครบ

Habitual foot tapping

เป็นพฤติกรรม กดหยุดได้ ไม่รบกวนผู้ป่วย และไม่มี unpleasant sensation

Hypnic jerks

กระตุกช่วงเริ่มหลับ ไม่เป็นการเคลื่อนไหวซ้ำเป็นจังหวะเหมือน PLMS

Painful legs and moving toes

Neuropathic pain ร่วมกับ toe movement ต่อเนื่องหรือกึ่งเป็นจังหวะ ไม่ใช่ urge ที่ดีขึ้นเมื่อเดิน


11. PLMS และ PLMD

PLMS

ลักษณะการเคลื่อนไหว:

  • เป็น stereotyped repetitive movements ขณะหลับ
  • อาจเกิดสองขาพร้อมกัน สลับขา หรือข้างเดียว
  • ตั้งแต่กระดกนิ้วหัวแม่เท้าเล็กน้อยจนถึง triple flexion ของขา
  • การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งมักนานประมาณ 1.5–2.5 วินาที
  • อาจสัมพันธ์กับ cortical arousal และความดันโลหิตที่แกว่งชั่วคราว

PLMS ไม่เท่ากับ PLMD:

  • พบ PLMS ได้ในผู้สูงอายุที่ไม่มีอาการ
  • พบได้ใน RLS, OSA, narcolepsy และ Parkinson disease
  • การพบ PLMS จาก PSG เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับวินิจฉัย PLMD

เกณฑ์ PLMD ในผู้ใหญ่

ต้องมีทั้งหมด:

  • PSG พบ PLMS index >15 ครั้ง/ชั่วโมงของเวลาหลับ
  • มี clinically significant sleep disturbance หรือ daytime functional impairment
  • อาการสัมพันธ์กับ PLMS อย่างสมเหตุสมผล
  • ไม่มีโรคอื่นอธิบายได้ดีกว่า
  • ไม่ควรวินิจฉัยเมื่อมี RLS, untreated OSA, narcolepsy หรือภาวะอื่นที่สัมพันธ์กับ PLMS

PLMD เป็น diagnosis of exclusion และพบจริงไม่บ่อย แม้ PLMS บน sleep study จะพบได้บ่อย


12. RLS versus PLMD

ลักษณะ

RLS

PLMD

อาการหลัก

Urge และ unpleasant sensation ขณะตื่น

Sleep disturbance/daytime impairment

ช่วงเกิด

ขณะพัก โดยเฉพาะเย็นหรือกลางคืน

ระหว่างหลับ

ดีขึ้นเมื่อขยับ

ใช่

ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัว

วิธีวินิจฉัย

Clinical history

Clinical impairment + PSG

ต้องทำ PSG

ไม่จำเป็น

จำเป็น

PLMS

พบร่วมบ่อย แต่ไม่จำเป็น

ต้องมี PLMS index >15/h

Diagnosis of exclusion

ต้องตัด mimics

ต้องตัด sleep disorder และสาเหตุอื่นอย่างเคร่งครัด


Clinical pearls

  • ขาอยู่ไม่สุข” ไม่เท่ากับ RLS หากไม่มี rest-induced, movement-responsive และ evening predominance
  • RLS วินิจฉัยจากประวัติ ไม่ใช่จาก PSG
  • ตรวจ iron studies ทุกราย แม้ CBC ปกติ
  • Ferritin ปกติในผู้ป่วย inflammation ไม่ได้ตัด iron deficiency; ให้ดู TSAT ร่วมด้วย
  • PLMS เป็น PSG finding ส่วน PLMD เป็น clinical disorder
  • อย่าวินิจฉัย PLMD จาก PLMS index สูงเพียงอย่างเดียว
  • ผู้ป่วยที่มี RLS และ PLMS ให้วินิจฉัย RLS ไม่ใช่ PLMD
  • ก่อนเริ่มยารักษา ควรหาภาวะขาดธาตุเหล็ก ทบทวนยากระตุ้น และคัดกรอง OSA/neuropathy ตามบริบท
  • อาการรุนแรงสัมพันธ์กับ insomnia, daytime impairment, depression และ anxiety จึงควรประเมินผลกระทบด้านอารมณ์ร่วมด้วย

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น