วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569

Unspecified knee pain

Unspecified knee pain

หลักคิดสำคัญ

การประเมินอาการปวดเข่าควรตอบคำถามตามลำดับ:

1.       เฉียบพลันหรือเรื้อรังใช้ 6 สัปดาห์เป็นเกณฑ์โดยประมาณ

2.       สัมพันธ์กับอุบัติเหตุหรือไม่รวมทั้ง noncontact trauma เช่น บิดเข่า วิ่ง กระโดด หรือ squat

3.       มี joint effusion หรือไม่

4.       ตำแหน่งปวดอยู่ด้านหน้า ด้านใน ด้านนอก หรือด้านหลัง

5.       มี red flags ของ infection, malignancy หรือ vascular emergency หรือไม่


1. ประวัติสำคัญ

ควรถามประเด็นต่อไปนี้ในผู้ป่วยทุกราย

  • จุดเริ่มต้น: เกิดทันทีหลังเหตุการณ์หรือค่อยเป็น
    • ปวดทันทีหลังบาดเจ็บ นึกถึง structural injury
    • ปวดตามมาภายหลัง tendon strain, cartilage contusion หรือ minor soft-tissue injury
  • กลไกการบาดเจ็บ: direct blow, fall, twisting, pivoting, jumping หรือ hyperextension
  • การเปลี่ยนแปลงกิจกรรมในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
    • ปริมาณ/ความหนักของการออกกำลังกาย
    • รองเท้า พื้นผิววิ่ง การขึ้นลงบันได งานใหม่ หรือนั่งคุกเข่านาน
  • ให้ผู้ป่วยใช้ นิ้วเดียวชี้จุดที่ปวดที่สุด
    • ปวดเฉพาะจุด มักเป็น tendon, ligament, bursa หรือโครงสร้างที่คลำได้
    • ปวดกว้างหรือระบุตำแหน่งไม่ได้ intra-articular, systemic หรือ referred pain
  • มีบวม แดง ร้อน ไข้ หนาวสั่น ผื่น น้ำหนักลด หรือปวดกลางคืนหรือไม่
  • มี locking, catching, giving way หรือเหยียดเข่าไม่ได้หรือไม่
  • เคยบาดเจ็บหรือผ่าตัดเข่ามาก่อนหรือไม่
  • มีอาการข้ออื่นร่วมด้วยหรือประวัติโรค rheumatologic หรือไม่
  • ปัจจัยเสี่ยงกระดูกเปราะ: osteoporosis, malnutrition, eating disorder หรือ amenorrhea

2. Red flags

ควรเร่งประเมินเพิ่มเติมเมื่อพบ

  • เข่าบวม แดง ร้อน และปวดมาก โดยเฉพาะไม่มีอุบัติเหตุ
  • ไม่สามารถลงน้ำหนักหรือขยับข้อได้
  • rapid effusion หลังบาดเจ็บ
  • high-energy trauma, deformity หรือสงสัย knee dislocation
  • neurovascular deficit
  • systemic symptoms เช่น ไข้ หนาวสั่น น้ำหนักลด หรือ night sweats
  • ปวดกลางคืนหรือปวดต่อเนื่องไม่สัมพันธ์กับการใช้งาน
  • ก้อนบริเวณเข่าหรือ popliteal fossa
  • posterior knee pain ร่วมกับ pulsatile mass, claudication หรือ limb ischemia
  • ปวดเรื้อรังโดยการตรวจเข่าไม่พบความผิดปกติชัดเจน

Septic arthritis เป็นภาวะฉุกเฉิน และการไม่มีไข้ไม่สามารถตัดออกได้ เพราะพบไข้เพียงประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย


3. การตรวจร่างกาย

ตรวจเปรียบเทียบเข่าทั้งสองข้างอย่างเป็นระบบ:

1.       Inspection

2.       Palpation

3.       Range of motion

4.       Strength

5.       Neurovascular examination

6.       Selected special tests ตามสมมติฐานจากประวัติ

ควรพยายามทำให้เกิด อาการปวดแบบเดียวกับที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์ ไม่ใช่เพียงทำ maneuver แล้วรู้สึกเจ็บเล็กน้อย

การประเมิน effusion

  • moderate–large effusion ประมาณ 20 mL มักตรวจพบได้ด้วยมือ
  • small effusion 5–10 mL อาจตรวจไม่พบ โดยเฉพาะในผู้ป่วยอ้วนหรือมีกล้ามเนื้อมาก
  • MSK ultrasound มีความไวสูงมากในการตรวจ effusion และช่วยนำทาง arthrocentesis

การวินิจฉัยตามกลุ่มอาการ

A. Acute traumatic knee pain

Rapid effusion หลังบาดเจ็บทำให้นึกถึง hemarthrosis หรือ significant internal derangement ได้แก่

  • ACL tear
  • patellar dislocation
  • intra-articular fracture
  • osteochondral injury
  • meniscal tear
  • MCL/LCL injury
  • patellar หรือ quadriceps tendon rupture
  • PCL หรือ posterolateral corner injury
  • tibiofemoral dislocation

ต้องตรวจ extensor mechanism และ neurovascular status เสมอ โดยเฉพาะเมื่อสงสัย knee dislocation แม้ข้อจะกลับเข้าที่เองแล้วก็ตาม


B. ไม่มีอุบัติเหตุ แต่มี joint effusion

1. Effusion สัมพันธ์กับกิจกรรม

Osteoarthritis

  • ปวดจากการใช้งาน อาจปวดเฉพาะที่หรือทั่วข้อ
  • morning stiffness ไม่มีหรือ <30 นาที
  • crepitus, ROM ลดลง หรือ bony enlargement
  • effusion มักเกิดช้า 12–24 ชั่วโมงหลังใช้งานมากขึ้น
  • อายุ >40–50 ปี, obesity, เคยบาดเจ็บ/ผ่าตัดเข่า หรือ malalignment สนับสนุนการวินิจฉัย
  • ความรุนแรงของภาพรังสีสัมพันธ์กับอาการไม่ดี จึงไม่ควรวินิจฉัยจาก X-ray เพียงอย่างเดียว

Osteochondral defect/OCD

  • ปวดกว้างในข้อ แย่ลงระหว่างหรือหลังทำกิจกรรม
  • effusion เกิดจากกิจกรรม ไม่ใช่ spontaneous effusion
  • มักต้องใช้ MRI หรือ arthroscopy เพื่อยืนยัน

2. Effusion ไม่สัมพันธ์กับกิจกรรม

ควรนึกถึง:

  • septic arthritis
  • gout หรือ CPPD
  • disseminated gonococcal infection
  • systemic rheumatic disease

มักควรทำ plain radiograph และ arthrocentesis

ส่งน้ำข้อเพื่อตรวจ:

  • appearance/viscosity
  • WBC และ differential
  • Gram stain
  • bacterial culture
  • crystal analysis

Synovial WBC >100,000 cells/mm³ และ PMN >90% สนับสนุน bacterial arthritis มาก แต่ค่าไม่ถึงเกณฑ์นี้ยังตัด infection ไม่ได้ และ crystal arthritis อาจมี WBC สูงมากได้เช่นกัน

  • serum uric acid ปกติไม่ตัด acute gout เพราะพบค่าปกติได้ถึงประมาณหนึ่งในสาม
  • การพบ crystal ไม่ได้ตัด concomitant septic arthritis หาก clinical suspicion ยังสูง

Disseminated gonococcal infection

พิจารณาในผู้ป่วยอายุน้อย โดยอาจพบ:

  • asymmetric migratory polyarthralgia
  • tenosynovitis
  • painless dermatitis
    หรือ
  • purulent monoarthritis/polyarthritis โดยข้อเข่าเป็นตำแหน่งพบบ่อย

อาจไม่มีอาการทางระบบสืบพันธุ์ คอ หรือทวารหนัก


C. ไม่มีอุบัติเหตุและไม่มี effusion

ให้จำแนกตามตำแหน่งปวด

ตำแหน่ง

โรคที่ควรนึกถึง

ลักษณะสนับสนุน

ด้านหน้า

Patellofemoral pain

ปวดรอบหรือหลัง patella; แย่ลงเมื่อ squat, วิ่ง, ขึ้นลงบันได หรือนั่งนาน; ไม่มี effusion/locking

ด้านหน้า

Patellar tendinopathy

ปวดและกดเจ็บบริเวณ inferior pole; เจ็บเมื่อ resisted extension หรือ single-leg squat

เหนือ patella

Quadriceps tendinopathy

กดเจ็บบริเวณ superior pole และเจ็บเมื่อเหยียดเข่าต้านแรง

ใต้ patella

Hoffa fat-pad syndrome

ปวดลึกสองข้างของ patellar tendon; แย่ลงเมื่อ squat หรือ sprint; Hoffa test อาจกระตุ้นอาการ

หน้าข้อ

Pre-/infrapatellar bursitis

บวมแดงเฉพาะที่จากคุกเข่าหรือแรงกดซ้ำ; ROM และ stability ของข้อยังปกติ

Anteromedial

Plica syndrome

จุดกดเจ็บด้านในใต้ patella อาจมี snapping/catching

Tibial tubercle

Osgood-Schlatter

เด็กโต/วัยรุ่น active; ปวดบวมที่ tibial tubercle โดยเฉพาะวิ่งหรือกระโดด

ด้านใน

Degenerative medial meniscal tear

joint-line tenderness, catching/locking, ปวด squat; McMurray/Thessaly ทำให้อาการเดิมเกิดขึ้น

ด้านในค่อนไปล่าง

Pes anserine pain syndrome

กดเจ็บหน้าและต่ำกว่า medial joint line; แย่ลงเมื่อวิ่งหรือขึ้นบันได; ไม่มี true effusion

ด้านใน

Saphenous nerve entrapment

allodynia ปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท, Tinel positive; ไม่สัมพันธ์กับกิจกรรมชัดเจน

ด้านนอก

Iliotibial band syndrome

นักวิ่ง/นักปั่น; ปวดเหนือ lateral femoral condyle ไม่ใช่ joint line; Noble test positive

ด้านนอก

Degenerative lateral meniscal tear

lateral joint-line tenderness ร่วมกับ mechanical symptoms

ด้านหลัง

Baker cyst

nonpulsatile mass ชัดเมื่อเหยียดและลดลงเมื่อพับเข่า; ultrasound ยืนยันได้

ด้านหลัง

Popliteus tendinopathy

ปวดเมื่อเดินหรือวิ่งลงเนิน; เจ็บเมื่อ resisted tibial internal rotation

ด้านหลัง

Popliteal artery aneurysm

ผู้สูงอายุ/vascular risk; pulsatile mass, claudication หรือ ischemia

ด้านหลัง

Popliteal artery entrapment

นักกีฬาอายุน้อย มี exertional calf/popliteal pain แต่ตรวจขณะพักอาจปกติ

จุดแยก Patellofemoral pain

  • ปวดรอบหรือใต้ patella แบบระบุตำแหน่งไม่ชัด
  • แย่ลงเมื่อรับน้ำหนักขณะเข่างอ
  • ไม่มี true locking, catching หรือ joint effusion
  • เข่าทรุด” อาจเกิดจาก pain-mediated quadriceps inhibition ไม่ใช่ ligament instability
  • chondromalacia patella เป็นการวินิจฉัยทางโครงสร้างของกระดูกอ่อน ต้องใช้ MRI/arthroscopy แต่โดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะแนวทางรักษาคล้ายกัน

4. Referred pain และโรคที่ไม่ควรพลาด

ควรตรวจ hip, lumbar spine และ sacroiliac joint เมื่อ:

  • ผู้ป่วยระบุตำแหน่งปวดไม่ได้
  • ตรวจเข่าไม่พบ focal tenderness หรือ inflammatory change
  • ROM เข่าปกติและเท่ากับอีกข้าง
  • อาการไม่สอดคล้องกับพยาธิสภาพในเข่า

แหล่ง referred pain ที่พบบ่อย ได้แก่ hip joint, trochanteric region, femur, L5/S1 radiculopathy และ sacroiliac joint

Bone tumor

นึกถึง osteosarcoma, chondrosarcoma, Ewing sarcoma หรือ metastasis เมื่อมี:

  • focal persistent pain
  • night pain
  • ก้อนหรือบวม
  • น้ำหนักลด ไข้ หรือ night sweats

อาการ systemic อาจไม่มีได้ ควรเริ่มด้วย plain radiograph และตรวจต่อหากยังสงสัย

Osteonecrosis

พิจารณาในผู้ใช้ systemic glucocorticoids, ผู้ปลูกถ่ายไต หรือ SLE ที่มีอาการปวดเข่าค่อยเป็นค่อยไปและแย่ลงเมื่อรับน้ำหนัก


5. การเลือก imaging

  • Plain radiograph: เริ่มต้นใน acute trauma ที่เข้าเกณฑ์, สงสัย fracture, OA, bone lesion หรือ persistent unexplained pain
  • Ultrasound: ดีสำหรับ effusion, bursitis, tendon, collateral ligament, Baker cyst, vascular lesion และช่วยนำทาง aspiration/injection
  • MRI: เหมาะสำหรับ ligament, meniscus, osteochondral lesion, occult/stress fracture หรืออาการเรื้อรังที่วินิจฉัยไม่ได้ แต่ไม่จำเป็นในผู้ป่วยปวดเข่าส่วนใหญ่
  • Dual-energy CT: ช่วยตรวจ urate deposition ในรายที่สงสัย gout และวินิจฉัยไม่ชัด

Imaging abnormality อาจไม่ใช่สาเหตุของอาการ เช่น OA หรือ degenerative meniscal tear ที่พบโดยบังเอิญบน MRI ดังนั้นต้องเชื่อมโยงผลตรวจกับตำแหน่งและลักษณะอาการเสมอ


Take-home messages

  • จุดแบ่งที่มีประโยชน์ที่สุดคือ trauma effusion pain location
  • Atraumatic effusion ต้องคิดถึง septic arthritis และ crystal arthritis ก่อน
  • ไม่มีไข้ไม่สามารถตัด septic arthritis
  • ให้ผู้ป่วยใช้นิ้วเดียวชี้จุดปวดและใช้ focused examination กระตุ้นอาการเดิม
  • anterior atraumatic pain ที่ไม่มี effusion ส่วนใหญ่วินิจฉัยได้จากประวัติและตรวจร่างกาย โดยไม่ต้องรีบทำ MRI
  • หากตรวจเข่าไม่พบสาเหตุ ต้องตรวจ hip, lumbar spine, vascular structures และพิจารณา bone tumor
  • ต้องทบทวนการวินิจฉัยเมื่ออาการไม่ดีขึ้นตาม natural course หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เหมาะสม

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น