Patellar Tendinopathy
ความหมาย
Patellar tendinopathy หรือ jumper’s
knee เป็นภาวะเสื่อมและรับภาระเกินของเอ็น patellar
tendon พบมากในกีฬาที่มีการกระโดด วิ่ง เร่ง–ชะลอ
หรือเปลี่ยนทิศทางบ่อย โดยเฉพาะบาสเกตบอลและวอลเลย์บอล
คำว่า tendinopathy เหมาะกว่า tendinitis เนื่องจากพยาธิสภาพเรื้อรังมักเป็น
collagen disorganization และ tendon degeneration มากกว่าการอักเสบเฉียบพลันเพียงอย่างเดียว
ตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดคือ proximal
tendon บริเวณจุดเกาะกับ inferior pole of patella
ปัจจัยเสี่ยง
- Jumping/plyometric
training ปริมาณมาก
- เพิ่ม training load อย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะหลังช่วงหยุดหรือฝึกน้อย
- ฝึกมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- ชายและนักกีฬาอายุประมาณ 20–30 ปี
- เคยบาดเจ็บเข่า
- Quadriceps
หรือ hamstring ตึง
- Gluteal,
quadriceps หรือ calf weakness
- Ankle
dorsiflexion ลดลง
- Landing
แบบเข่าและสะโพกงอน้อย หรือ “ลงแข็ง”
- Quadriceps-dominant
landing และ dynamic knee valgus
- น้ำหนักตัวมาก
- Foot
biomechanics ผิดปกติ เช่น pes planus, pes cavus หรือ hyperpronation
- Fluoroquinolones
อาจเพิ่มความเสี่ยง tendinopathy/rupture แม้ absolute risk ในวัยรุ่นต่ำ
Clinical presentation
ลักษณะสำคัญสองประการคือ
1.
ปวดเฉพาะจุดที่ inferior
pole of patella
2.
ปวดสัมพันธ์กับ tendon
load โดยเฉพาะกิจกรรมที่เก็บและปล่อยพลังงาน เช่น กระโดด hopping
ลงจากที่สูง หรือชะลอความเร็ว
อาการมักค่อยเป็นค่อยไปหลัง training
load เพิ่มขึ้น หรือเปลี่ยนพื้น/รองเท้า
ลักษณะอื่น:
- ปวดทันทีเมื่อเอ็นรับแรงและลดลงเมื่อหยุดกิจกรรม
- Landing
มักปวดมากกว่า takeoff
- ยิ่งแรงหรือจำนวนครั้งมาก อาการยิ่งมาก
- สมรรถนะลดลง เช่น กระโดดต่ำลงหรือเปลี่ยนทิศทางได้ช้าลง
- อาจปวดหลังนั่งนาน แต่ resting pain ไม่ใช่ลักษณะเด่น
- อาจมี warm-up phenomenon คือปวดลดลงระหว่างฝึก
แต่กลับปวดหรือตึงมากขึ้นหลังฝึกหรือวันรุ่งขึ้น
ในผู้ที่มีอาการจากการเดินหรือวิ่งมากกว่ากระโดด
ตำแหน่งปวดอาจอยู่กลาง tendon หรือลงไปใกล้ tibial
tubercle
การตรวจร่างกาย
โดยทั่วไปไม่พบข้อเข่าบวมชัดเจน
- กดเจ็บเฉพาะจุดที่ inferior patellar pole หรือส่วนต้นของ
patellar tendon
- ปวดเมื่อให้ tendon รับแรง เช่น hopping,
jumping, deceleration
- Single-leg
decline squat มักกระตุ้น focal tendon pain ได้ดี โดยเฉพาะช่วงเริ่มงอเข่า
- ประเมิน extensor mechanism และความสามารถทำ straight-leg
raise เพื่อคัดกรอง tendon rupture
- ตรวจทั้ง kinetic chain:
- Gluteal,
quadriceps และ calf strength
- Quadriceps/hamstring
flexibility
- Single-leg
squat, step-down และ landing mechanics
- Pelvic
drop และ dynamic knee valgus
- Ankle
dorsiflexion
- Foot
pronation/supination และ arch
ความแตกต่างของ knee-to-wall distance มากกว่า 3 ซม. หรือ ankle dorsiflexion ต่างกันมากกว่า 10° ระหว่างสองข้าง
อาจมีความสำคัญทางคลินิก
Red flags และภาวะที่ต้องประเมินเร่งด่วน
คิดถึง partial/complete tendon rupture หากมี
- อาการเฉียบพลันหลังแรงกระชาก พร้อมเสียง pop
- ปวดและบวมมากทันที
- Palpable
tendon defect
- Patella
alta
- เหยียดเข่าเองไม่ได้หรือทำ straight-leg raise ไม่ได้
- เดินลงน้ำหนักไม่ได้จาก extensor mechanism failure
ควรตรวจ imaging และส่ง Orthopedics
เร่งด่วน
Differential diagnosis
|
ภาวะ |
ลักษณะช่วยแยก |
|
Patellofemoral pain |
ปวดกระจายรอบ/หลัง patella
มากกว่าปวดเฉพาะ tendon; ปวดจากนั่งนาน
เดินหรือปั่นจักรยานได้แม้ load ต่ำ |
|
Hoffa fat-pad syndrome |
กดเจ็บลึกด้านข้างของ
patellar tendon โดยมักปวดเมื่อเหยียดเข่า |
|
Patellar tendon tear |
Acute trauma, swelling, weakness หรือ extensor mechanism ผิดปกติ |
|
Sinding-Larsen–Johansson |
วัยรุ่นที่ยังโต มี traction
apophysitis ที่ inferior patellar pole |
|
Osgood-Schlatter disease |
ปวดและกดเจ็บที่ tibial
tubercle |
|
Infrapatellar bursitis |
บวมและกดเจ็บตื้นหน้าหรือหลัง
tendon |
|
Plica syndrome |
ปวด anteromedial
ร่วมกับ popping/pseudo-locking |
|
Meniscal/osteochondral lesion |
Joint-line pain, effusion หรือ true locking |
|
Patellar stress
fracture/bipartite patella |
Focal bony pain และพบจาก
imaging |
|
Quadriceps tendinopathy |
ปวดเหนือ patella |
Imaging
หลักทั่วไป
วินิจฉัยได้จากประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก
ไม่จำเป็นต้องทำ imaging ใน uncomplicated cases
ภาพผิดปกติของ tendon พบได้ในนักกีฬาที่ไม่มีอาการ
จึงไม่ควรใช้ ultrasound หรือ MRI แทน clinical
correlation และไม่ควรติดตามการหายด้วยภาพเพียงอย่างเดียว
Ultrasound
เหมาะสำหรับ bedside assessment และประเมิน tendon tear
ลักษณะที่พบได้:
- Tendon
thickening
- Hypoechoic
region
- Neovascularization
จาก color/power Doppler
- Calcification
- Intrasubstance
หรือ partial tear
Ultrasound ผิดปกติเพิ่มความเสี่ยงเกิดอาการในอนาคต
แต่ positive predictive value ต่ำ จึงไม่ควรรักษา
“ภาพผิดปกติ” ในผู้ไม่มีอาการ
Plain radiograph
ไม่ช่วยวินิจฉัย tendinopathy โดยตรง พิจารณาเมื่อสงสัย
- Tendon
avulsion
- Calcific
tendinopathy
- Bipartite
patella
- Fracture
หรือพยาธิสภาพกระดูกอื่น
MRI
พิจารณาเมื่อการวินิจฉัยไม่ชัดเจน สงสัย partial
tear/osteochondral lesion หรืออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษา
ลักษณะสำคัญคือ focal T2 hyperintensity และ tendon thickening โดยมักอยู่ central
proximal tendon ระวัง magic-angle artifact ซึ่งอาจทำให้ tendon ดูมี increased signal โดยไม่ใช่พยาธิสภาพ
หลักการรักษา
หัวใจของการรักษาคือ
1.
Patient education
2.
Load management
3.
Progressive tendon-loading exercise
การพักทั้งหมดเป็นเวลานานอาจทำให้กำลังและ load
tolerance ลดลง จึงควรลดเฉพาะกิจกรรมที่เกินความสามารถของ tendon
แล้วค่อยเพิ่ม load อย่างมีระบบ
Pain-monitoring model
ระหว่าง rehabilitation สามารถยอมรับอาการปวดได้หาก
- ปวดไม่เกินประมาณ 3/10
- อาการไม่เพิ่มต่อเนื่องระหว่างทำ
- กลับสู่ระดับเดิมภายใน 24 ชั่วโมง
- วันรุ่งขึ้นไม่มี stiffness หรือ pain เพิ่มขึ้นชัดเจน
หากปวดนานเกิน 24 ชั่วโมง
แสดงว่า tendon ยัง irritable หรือ load
มากเกินไป ควรลดความหนัก จำนวนครั้ง ความเร็ว หรือความถี่
Progressive rehabilitation
Stage 1: Isometric loading
เหมาะในระยะที่ tendon ยัง
irritable และใช้ช่วยควบคุมอาการปวด
- Wall
sit
- Isometric
leg extension
- Spanish
squat
- Core
exercise ตามความเหมาะสม
Stage 2: Isotonic/heavy slow resistance
เพิ่มกำลังและความสามารถรับแรงแบบช้าและควบคุมได้
- Squat
- Leg
press
- Knee
extension
- Split
squat/lunge
- Step-up
หรือ step-down
เพิ่มน้ำหนักตามอาการ โดยคง pain ≤3/10
และอาการสงบภายใน 24 ชั่วโมง
Stage 3: Energy-storage loading
เริ่มเมื่อมีกำลังพื้นฐานเพียงพอและทำ functional
exercises 10–15 ครั้งด้วย mechanics ที่ดี
- Hopping
- Skipping
- Jump
squat
- Drop
jump
- Acceleration/deceleration
- Agility
และ change-of-direction drills
Stage 4: Sport-specific loading
จำลองแรง ความเร็ว จำนวนครั้ง ทิศทาง
และช่วงพักที่ใช้จริงในกีฬา จากนั้นจึงกลับเข้าร่วมการฝึกเต็มรูปแบบ
โปรแกรม progressive loading แบบครบ 4 ระยะอาจให้ผลดีกว่าโปรแกรมที่เน้น eccentric
exercise เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม eccentric
strengthening ยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิผลหากเพิ่ม load อย่างเหมาะสม
ควรแก้ไขร่วมด้วย:
- Hip/gluteal
และ calf weakness
- Dynamic
valgus
- Quadriceps/hamstring
tightness
- Ankle
dorsiflexion จำกัด
- Landing
technique: เพิ่ม hip/knee flexion, ลด valgus
และลงพื้นอย่างนุ่มนวล
การลดอาการปวด
- ประคบเย็นอาจช่วยในระยะแรก
- NSAIDs
ชนิดรับประทานหรือทาอาจใช้ระยะสั้น แต่หลักฐานจำเพาะมีน้อย
- ไม่ควรใช้ NSAIDs ต่อเนื่องนาน เพราะอาจรบกวน exercise-induced
collagen synthesis
- Patellar
strap หรือ taping อาจลดปวดระยะสั้นในบางราย
แต่ไม่ทดแทน progressive loading
Adjunctive treatments
- Topical
nitroglycerin: RCT ใน patellar tendinopathy ไม่พบประโยชน์ชัดเจน
- ESWT:
หลักฐานยังไม่สม่ำเสมอ อาจพิจารณาใน refractory cases แต่ไม่ใช่การรักษาหลัก
- PRP,
hyaluronic acid, polidocanol, dry needling หรือ cell
therapy: ยังไม่มีหลักฐานคุณภาพสูงว่ามีประโยชน์ยั่งยืน
- Footwear/orthotic
อาจช่วยรายที่มี functional malalignment หรือ pronation ผิดปกติ แต่หลักฐานจำกัด
ข้อห้ามสำคัญ
ห้ามฉีด glucocorticoid เข้าใน patellar tendon เพราะเพิ่มความเสี่ยง tendon
rupture
การส่งต่อและการผ่าตัด
ส่ง sports medicine/orthopedics หาก
- สงสัย partial หรือ complete tendon
tear
- มี extensor mechanism failure
- การวินิจฉัยไม่ชัดเจน
- นักกีฬาสมรรถนะสูงที่สงสัย intrasubstance tear
- อาการรุนแรงหรือไม่สามารถทำ progressive rehabilitation
- ไม่ดีขึ้นแม้ได้รับ structured rehabilitation อย่างเหมาะสม
การผ่าตัดไม่ค่อยจำเป็น
พิจารณาเมื่ออาการยังคงอยู่ประมาณ 12 เดือน แม้ทำ physical therapy และ load management
อย่างครบถ้วนแล้ว
Return to sport/work
ควรกลับเล่นกีฬาเต็มรูปแบบเมื่อ
- ROM เต็มและไม่ปวด
- Hip
abductor, quadriceps, hamstring และ calf strength ใกล้เคียงข้างปกติ
- ทำ repeated sport-หรือ work-specific
loading ได้ด้วย mechanics ที่ดี
- ปวดระหว่างกิจกรรมไม่เกินประมาณ 2/10
- วันรุ่งขึ้นไม่มีอาการปวดหรือตึงเพิ่มขึ้น
การฟื้นฟูมักใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน และบ่อยครั้งนานกว่า 6 เดือน
ผู้ป่วยน้อยกว่าครึ่งอาจกลับไปแข่งขันระดับเดิมได้ภายใน 6 เดือน
การป้องกัน
- เพิ่ม jumping/training load อย่างค่อยเป็นค่อยไป
- หลีกเลี่ยงการเพิ่ม jumping load เกินประมาณ 10%
ต่อสัปดาห์
- หลังหยุดฝึกนาน ต้องสร้าง load tolerance ใหม่ก่อนกลับเต็มรูปแบบ
- ประเมินและแก้ ankle dorsiflexion, quadriceps/hamstring/calf
tightness
- ฝึก hip, knee และ calf strength อย่างต่อเนื่อง
- ฝึก landing ให้สะโพกและเข่างอเพียงพอ ลด dynamic
valgus และลงพื้นนุ่ม
- ในกีฬาความเสี่ยงสูงอาจติดตามจำนวน jump และ resistance-training
volume
Take-home messages
- วินิจฉัยจาก focal inferior-patellar pain + load-related
symptoms
- Warm-up
phenomenon ไม่ได้แปลว่า tendon พร้อมรับ
load ต่อ
- Imaging
abnormalities อาจพบในผู้ไม่มีอาการและไม่ควรเป็นตัวกำหนดการรักษาเพียงอย่างเดียว
- ใช้กฎ pain ≤3/10 และกลับ baseline
ภายใน 24 ชั่วโมง ในการปรับ load
- Progressive
tendon loading เป็นการรักษาหลัก ไม่ใช่การพักทั้งหมด
- ห้ามฉีด steroid เข้าใน tendon
- หากเหยียดเข่าหรือทำ straight-leg raise ไม่ได้
ให้คิดถึง tendon rupture และส่งต่อเร่งด่วน