วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Anticoagulant Rodenticide Poisoning: Management

Anticoagulant Rodenticide Poisoning: Management

หลักการสำคัญ

  • ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่กินยาฆ่าหนูชนิด anticoagulant ต้องมารักษาที่โรงพยาบาล
  • การรักษาขึ้นกับ
    • ปริมาณที่ได้รับ
    • อาการ
    • PT/INR
    • มีเลือดออกหรือไม่
  • ปรึกษา Poison Center/Medical Toxicologist หากสงสัยได้รับสารในปริมาณมาก

การประเมินความรุนแรง

1. Home observation

เหมาะสำหรับ

  • เด็กกินเหยื่อความเข้มข้นต่ำ
  • <1 packet หรือปริมาณเล็กน้อย
  • ไม่มีอาการ
  • ไม่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ไม่จำเป็นต้องตรวจ PT/INR

ให้ผู้ปกครองเฝ้าสังเกต

  • ฟกช้ำ
  • เลือดกำเดา
  • เลือดออกตามไรฟัน
  • ปัสสาวะเป็นเลือด
  • ถ่ายดำ

2. Outpatient evaluation

เหมาะสำหรับ

  • Pregnant patient
  • ผู้ใช้ anticoagulant อยู่เดิม
  • Toxic ingestion แต่ไม่มีอาการ

ตรวจ

PT/INR

ที่

48–72 ชั่วโมง


3. Emergency Department

ควรมาทันที

  • Intentional ingestion
  • Unknown amount
  • High-dose ingestion
  • มีเลือดออก
  • มีฟกช้ำผิดปกติ

Gastrointestinal decontamination

Activated charcoal

ให้เมื่อครบทุกข้อ

  • รับสาร >1 mg
  • ภายใน 1 ชั่วโมง
  • รู้สึกตัวดี
  • ไม่มี aspiration risk

ขนาด

1 g/kg


Whole bowel irrigation

ไม่ใช้เป็น routine

พิจารณาเฉพาะ

  • Massive ingestion
  • กลืนเหยื่อเป็นก้อนจำนวนมาก

Gastric lavage

ไม่แนะนำ


ถ้า PT/INR ปกติ

หลังตรวจที่

48 ชั่วโมง

ไม่มีความเสี่ยงเกิด coagulopathy ภายหลัง

ไม่ต้องตรวจซ้ำ


Coagulopathy แต่ไม่มีเลือดออก

Superwarfarin

INR <4.5

  • ไม่ต้องให้ Vitamin K
  • เฝ้าระวัง
  • ตรวจ INR ซ้ำทุก 48–72 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงต่อการกระแทก

INR 4.5

ให้

Vitamin K1

Oral

เริ่ม

10 mg/day

เด็ก

1–2.5 mg/day

ตรวจ

INR

ทุก

48–72 ชั่วโมง

เพิ่มขนาดยาตาม INR


ระยะเวลาการให้ Vitamin K

อาจต้องให้

30–200 วัน

หรือมากกว่า

ขึ้นกับ

  • INR
  • ชนิดของ superwarfarin
  • ระดับยาในเลือด (ถ้าตรวจได้)

Warfarin rodenticide

INR 10

ส่วนใหญ่

ไม่ต้องรักษา

หรือ

Vitamin K1

1–2.5 mg

ในผู้เสี่ยงเลือดออก


INR >10

Vitamin K1

2.5–5 mg

รับประทาน

ตรวจ INR ซ้ำ

24 ชั่วโมง


Minor bleeding

เช่น

  • Epistaxis
  • Gum bleeding
  • Ecchymosis

ให้

Oral Vitamin K1

ต่อเนื่อง

และติดตาม INR


Major bleeding

เช่น

  • Intracranial hemorrhage
  • Massive GI bleeding
  • Massive hematuria
  • Hemodynamic instability

รักษาทันที


First-line

4-factor PCC

ดีที่สุด


หากไม่มี

ใช้

  • 3-factor PCC + Recombinant factor VIIa

หรือ

  • FFP

Vitamin K1

ให้ร่วมด้วย

IV Vitamin K1

แต่

ออกฤทธิ์ช้า

จึง

ไม่สามารถแทน PCC ได้


Pediatric dosing

PCC

25–50 IU/kg

(Max 2000 IU)


FFP

15–30 mL/kg


Vitamin K1

0.3 mg/kg IV

(Max 10 mg)


Hemodialysis

ไม่มีประโยชน์


Multiple-dose charcoal

ไม่แนะนำ


Cholestyramine

ไม่ใช้ routine


Follow-up

ติดตาม

PT/INR

ทุก

48–72 ชั่วโมง

จนกลับสู่ปกติ

หลังหยุด Vitamin K

ควรตรวจซ้ำ

หลายสัปดาห์

เพื่อดู

Rebound coagulopathy


ผู้ป่วยที่กินเพื่อฆ่าตัวตาย

หลังพ้นระยะอันตราย

ควร

Psychiatric consultation

ก่อนจำหน่าย


Key Pearls

เด็กที่กินเหยื่อ ปริมาณเล็กน้อย (<1 packet) โดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนใหญ่ ไม่ต้องตรวจเลือดและไม่ต้องให้ Vitamin K เพียงเฝ้าสังเกตอาการที่บ้าน

Activated charcoal มีประโยชน์เฉพาะเมื่อให้ ภายใน 1 ชั่วโมง ในผู้ที่รับสารปริมาณมากและไม่มีข้อห้าม

ผู้ป่วยที่มี INR <4.5 และไม่มีเลือดออก จาก superwarfarin ส่วนใหญ่รักษาด้วย การติดตาม INR โดยยังไม่ต้องให้ Vitamin K

หาก INR 4.5 และไม่มีเลือดออก ให้ Vitamin K1 ชนิดรับประทาน เป็นหลัก เนื่องจากปลอดภัยกว่า IV และมักต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

Major bleeding ต้องให้ 4-factor PCC ร่วมกับ IV Vitamin K1 โดย PCC เป็นยาที่ช่วยแก้ coagulopathy ได้ทันที ส่วน Vitamin K1 ออกฤทธิ์ช้าและใช้เพื่อคงการสร้าง clotting factors ในระยะต่อมา

หลังหยุด Vitamin K1 ต้อง ติดตาม PT/INR ต่ออีกหลายสัปดาห์ เพราะ superwarfarin มีครึ่งชีวิตยาวมาก และอาจเกิด rebound coagulopathy ได้

ผู้ป่วยที่รับสารโดยเจตนาฆ่าตัวตายควรได้รับ การประเมินทางจิตเวชก่อนจำหน่ายจากโรงพยาบาล

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น