วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Dyslipidemia: Screening (Adult)

Dyslipidemia: Screening (Adult)

หลักการ

การตรวจ lipid profile มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อ atherosclerotic cardiovascular disease (ASCVD) ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ไม่ใช่เพื่อวินิจฉัยจากค่าไขมันเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังใช้ในการค้นหา familial dyslipidemia, ประเมินสาเหตุของโรค (เช่น pancreatitis) และติดตามผลการรักษา


คำจำกัดความที่ควรรู้

คำศัพท์

ความหมาย

Lipid disorder

ความผิดปกติของการเผาผลาญไขมันโดยรวม

Lipoprotein disorder

ความผิดปกติของ lipoprotein ที่ขนส่ง cholesterol และ triglyceride

Dyslipidemia

ระดับไขมันที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคและอาจต้องรักษา

Hyperlipidemia

Total cholesterol, LDL-C หรือ triglyceride สูง


เหตุผลในการคัดกรอง

  • LDL-C และ total cholesterol มีความสัมพันธ์แบบ ต่อเนื่อง (log-linear) กับความเสี่ยง CAD
  • การรักษาผู้ที่มีความเสี่ยงสูงช่วยลด cardiovascular events
  • Hypercholesterolemia พบได้บ่อยและเป็นปัจจัยสำคัญของ CVD ทั่วโลก
  • การตรวจ lipid profile ทำได้ง่าย ราคาไม่แพง และเชื่อถือได้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานโดยตรงว่าการคัดกรองประชากรอายุน้อยทุกคนช่วยลด hard outcomes จึงควรใช้ผลตรวจร่วมกับการประเมินความเสี่ยง ASCVD โดยรวม


ใครควรได้รับการตรวจ

Baseline screening

ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยตรวจในวัยเด็ก

  • ควรตรวจ lipid profile เมื่อเริ่มดูแลในระบบผู้ใหญ่ เพื่อคัดกรอง familial dyslipidemia และประเมินความเสี่ยง ASCVD

หากผลปกติ ความถี่ในการตรวจครั้งต่อไปขึ้นกับระดับความเสี่ยงของผู้ป่วย


ความถี่ของการตรวจ

ผู้ป่วยความเสี่ยงสูง

ได้แก่

  • Hypertension
  • Diabetes
  • Smoking
  • Family history ของ premature CAD

แนะนำตรวจซ้ำ

  • ชาย อายุ 25–30 ปี
  • หญิง อายุ 30–35 ปี

ผู้ป่วยความเสี่ยงต่ำ

แนะนำตรวจซ้ำ

  • ชาย อายุ 35 ปี
  • หญิง อายุ 45 ปี

ทั้งนี้สามารถปรับให้เร็วหรือช้ากว่านี้ตามความเหมาะสมและโอกาสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือเริ่มยา


ปัจจัยเสี่ยง ASCVD ที่ต้องประเมินร่วม

  • อายุ
  • เพศชาย
  • Hypertension
  • Diabetes mellitus
  • Smoking
  • Obesity
  • Physical inactivity
  • Family history ของ premature CAD
    • ชาย <55 ปี
    • หญิง <65 ปี

ควรตรวจอะไร

การตรวจที่แนะนำ

Complete lipid profile

ประกอบด้วย

  • Total cholesterol
  • LDL-C
  • HDL-C
  • Non-HDL cholesterol
  • Triglyceride

แม้ว่าการคำนวณความเสี่ยง ASCVD บางระบบใช้เพียง total cholesterol และ HDL-C แต่ complete lipid profile ให้ข้อมูลมากกว่าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพียงเล็กน้อย


Fasting หรือ Non-fasting

Non-fasting

ใช้ได้สำหรับการคัดกรองทั่วไป


ควรตรวจแบบ Fasting หาก

  • สงสัย hypertriglyceridemia
  • Family history ของ genetic dyslipidemia
  • Diabetes
  • Obesity
  • ใช้ยาที่ทำให้ TG สูง (เช่น corticosteroids)
  • Total cholesterol >250 mg/dL
  • HDL-C <40 mg/dL

เพราะช่วยประเมิน triglyceride และคำนวณ LDL-C ได้แม่นยำขึ้น


ความสำคัญของ Triglyceride

มีประโยชน์ในการ

  • คำนวณ LDL-C (ในบางวิธี)
  • ค้นหา familial dyslipidemia
  • ช่วยวินิจฉัย metabolic disorders
  • ประเมินความเสี่ยง acute pancreatitis เมื่อ TG สูงมาก

อย่างไรก็ตาม TG มีความสามารถในการทำนาย CAD ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตัวชี้วัดที่รวม HDL-C


Non-HDL cholesterol

คำนวณ

Non-HDL = Total cholesterol HDL-C

มีหลักฐานว่า

  • ทำนายความเสี่ยง CAD ได้ดีกว่า LDL-C เพียงอย่างเดียว
  • ระดับ non-HDL ที่สูงสัมพันธ์กับความเสี่ยง CVD ระยะยาวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จึงเป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มี triglyceride สูง


ApoB และ Lipoprotein(a)

ไม่แนะนำตรวจเป็น routine

อาจพิจารณาในผู้ป่วยที่มี

  • ความเสี่ยง ASCVD สูง
  • Strong family history
  • Risk-enhancing factors

เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม


การใช้ผลตรวจ

ผล lipid profile ควรนำไปใช้ร่วมกับ ASCVD risk calculator เพื่อประเมินความเสี่ยง 10 ปี และใช้ประกอบการตัดสินใจเรื่องการปรับพฤติกรรมและการเริ่ม lipid-lowering therapy ไม่ควรใช้ค่า LDL-C เพียงตัวเดียวในการตัดสินใจ


การตรวจซ้ำ

หากยังไม่เข้าเกณฑ์รักษา

  • ประเมิน ASCVD risk และตรวจ lipid ทุก 5 ปี

หาก

  • ค่าไขมันใกล้เกณฑ์เริ่มรักษา
  • มีความเสี่ยง CVD สูงขึ้น

แนะนำตรวจทุก 3 ปี


ควรหยุดตรวจเมื่อใด

ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน

แนวทางจากเอกสารนี้เสนอว่า

  • ผู้ที่สุขภาพดีและไม่มี ASCVD สามารถตรวจต่อได้จนถึง อายุ 79 ปี
  • หากมี ผล lipid profile ปกติหลายครั้งติดต่อกัน อาจพิจารณาหยุดตรวจเมื่ออายุ 65 ปี
  • ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีและไม่เคยตรวจมาก่อน ยังควรได้รับการตรวจอย่างน้อย 1 ครั้ง

Clinical Pearls

  • Complete lipid profile เป็นการตรวจคัดกรองที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่
  • Non-fasting lipid profile ใช้ได้ในผู้ป่วยทั่วไป แต่ควรตรวจ fasting หากสงสัย hypertriglyceridemia หรือ familial dyslipidemia
  • Non-HDL cholesterol เป็นตัวทำนายความเสี่ยง ASCVD ที่ดีกว่า LDL-C เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อ triglyceride สูง
  • ApoB และ Lp(a) ไม่จำเป็นต้องตรวจเป็น routine แต่เป็น risk-enhancing factors ที่อาจพิจารณาในผู้ป่วยบางราย
  • ผลการตรวจควรใช้ร่วมกับ ASCVD risk calculator เพื่อวางแผนการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • หากผลปกติและความเสี่ยงต่ำ แนะนำตรวจซ้ำ ทุก 5 ปี ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือค่าใกล้เกณฑ์รักษาให้ตรวจซ้ำ ทุก 3 ปี

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น