Lipid profiles: Measurement
หลักการ
การตรวจ lipid profile เป็นการตรวจพื้นฐานสำหรับการประเมินและติดตาม dyslipidemia โดยประกอบด้วย
- Total
cholesterol (TC)
- LDL
cholesterol (LDL-C)
- HDL
cholesterol (HDL-C)
- Triglycerides
(TG)
การเลือกตรวจ fasting/nonfasting และวิธีการคำนวณ LDL-C มีผลต่อความแม่นยำของผลตรวจ
โดยเฉพาะในผู้ที่มี hypertriglyceridemia
ข้อบ่งชี้ของการตรวจ Lipid profile
- คัดกรอง familial dyslipidemia
- ประเมินความเสี่ยง ASCVD
- ตรวจครั้งแรกในผู้สงสัย dyslipidemia
- ติดตามผลการรักษา lipid-lowering therapy
- ประเมิน hypertriglyceridemia และ pancreatitis
การเลือกตรวจแต่ละค่า
Total cholesterol + HDL-C
หากเคยมี full lipid profile แล้ว และ TG ไม่สูง
สามารถติดตามเพียง
- Total
cholesterol
- HDL-C
และคำนวณ
Non-HDL cholesterol = Total cholesterol −
HDL-C
ได้ในการติดตามบางราย
LDL cholesterol
ยังคงเป็น
Primary treatment target
สำหรับการรักษา dyslipidemia และใช้ติดตามการตอบสนองต่อการรักษา
Triglycerides
ควรตรวจเมื่อ
- สงสัย hypertriglyceridemia
- Acute
pancreatitis
- ติดตามการรักษา TG สูง
- คัดกรอง familial hypertriglyceridemia
TG ยังเป็น risk-enhancing factor
ของ ASCVD และจำเป็นต่อการคำนวณ LDL-C แบบ indirect
Non-HDL cholesterol
คำนวณ
Total cholesterol − HDL-C
ครอบคลุม cholesterol ใน lipoproteins
ที่ก่อ atherosclerosis ได้แก่
- LDL
- IDL
- VLDL
- Lipoprotein(a)
แม้มีข้อมูลว่าทำนายความเสี่ยง ASCVD ได้ดี (ดูเรื่อง Dyslipidemia: Screening) ไม่แนะนำให้ตรวจหรือใช้เป็น routine เพิ่มเติม
ApoB
ApoB ≥130 mg/dL
ถือเป็น
ASCVD risk-enhancing factor
เหมาะสำหรับ
- Established
ASCVD
- Type 2
diabetes
- Cardiovascular-kidney-metabolic
syndrome
อาจช่วยเพิ่มความแม่นยำของการประเมินความเสี่ยง
โดยเฉพาะในผู้ใหญ่อายุน้อย
Lipoprotein(a)
มีบทบาทในผู้ป่วยบางราย (ดูเรื่อง
Lipoprotein(a))
Fasting vs Nonfasting
Nonfasting
ใช้ได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่
ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร
ควรตรวจแบบ Fasting เมื่อ
- ตรวจ lipid profile ครั้งแรก
- ติดตาม hypertriglyceridemia
- TG สูงจาก nonfasting >400 mg/dL
- ต้องการวินิจฉัยโรค triglyceride disorder
งดอาหาร
8–12 ชั่วโมง
ผู้ที่ควรพิจารณา Fasting
เนื่องจากเสี่ยง TG สูง
- Type
2 diabetes
- Obesity
มาก
- Alcohol
intake สูง
- ยาที่ทำให้ TG สูง
เช่น
- Corticosteroids
- ยาอื่นที่เพิ่ม TG
เหตุผลที่ TG สูงทำให้ LDL
คลาดเคลื่อน
หลังรับประทานอาหาร
↓
เกิด chylomicron
↓
สูตรคำนวณ LDL-C เข้าใจผิดว่า
TG ทั้งหมดอยู่ใน VLDL
↓
LDL-C ที่คำนวณได้ต่ำกว่าความเป็นจริง (falsely
low LDL-C)
ผลกระทบมีน้อยเมื่อ TG เพิ่มเพียงเล็กน้อย
แต่จะชัดเจนเมื่อ TG สูงมาก
การวัด LDL cholesterol
มี 2 วิธี
1. Indirect (Calculated LDL)
ใช้บ่อยที่สุด
- ใช้ได้ถึง TG 800 mg/dL
- มีความแม่นยำสูง โดยเฉพาะในผู้ที่ TG สูง
- แม่นยำกว่าสูตร Friedewald ทั้งใน fasting
และ nonfasting
- เหมาะเมื่อ LDL ต่ำหรือ TG สูง
Friedewald equation
LDL = TC − HDL − TG/5
ข้อจำกัด
- ใช้ได้เมื่อ TG <400 mg/dL
- ใช้กับ fasting sample เป็นหลัก
- มีแนวโน้ม ประเมิน LDL ต่ำเกินจริง โดยเฉพาะเมื่อ LDL ต่ำ (<70 mg/dL) หรือ TG สูง
Direct LDL measurement
ควรพิจารณาเมื่อ
- TG
>400 mg/dL
- คำนวณ LDL ไม่ได้หรือไม่น่าเชื่อถือ
ข้อควรระวัง
- หากเริ่มใช้ direct LDL ควรใช้วิธีเดิมติดตามต่อเนื่อง
- ไม่ควรสลับไปมาระหว่าง calculated และ direct
LDL ในการติดตามผู้ป่วยรายเดียวกัน
เพราะผลอาจเปรียบเทียบกันไม่ได้
Triglycerides
ควรตรวจใน fasting state เมื่อใช้เพื่อวินิจฉัยหรือประเมิน hypertriglyceridemia เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอาหารมากกว่าค่าไขมันชนิดอื่น
Remnant cholesterol
คำนวณจาก
Non-HDL cholesterol − Direct LDL-C
ค่า
> 39 mg/dL
สัมพันธ์กับ
- Myocardial
infarction
- Initial
ASCVD
- Recurrent
ASCVD
อาจเป็น marker ของ residual
cardiovascular risk
LDL particle number / ApoB
อาจพิจารณาในผู้ป่วย
- Diabetes
- Metabolic
syndrome
- Insulin
resistance
เพราะ LDL-C อาจไม่สะท้อนจำนวน
LDL particles ที่แท้จริง โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมี small
dense LDL ทำให้ LDL-C ปกติแต่จำนวนอนุภาค
LDL สูงกว่าที่คาด
สาเหตุที่ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน
- Monoclonal
protein → HDL-C และ LDL-C อาจต่ำกว่าความจริง
- TG
>400 mg/dL →
Calculated LDL ไม่แม่นยำ
- Biological
variation
- ความเครียด
- การเจ็บป่วยเล็กน้อย
- ท่าทางขณะเจาะเลือด
- ความแตกต่างระหว่างห้องปฏิบัติการ
- Seasonal
variation (cholesterol มักสูงขึ้นในฤดูหนาวเล็กน้อย)
การตรวจหลัง Acute Coronary Syndrome
(ACS)
สามารถตรวจ lipid profile ได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการนอนโรงพยาบาล
- STEMI:
ควรตรวจภายใน 24–48 ชั่วโมง
- NSTE-ACS:
ผลตรวจยังค่อนข้างคงที่ในช่วง 96 ชั่วโมงแรก
หลังจากนั้น acute phase response อาจทำให้
- LDL-C
↓
- HDL-C
↓
- TG ↑
จึงควรตีความผลด้วยความระมัดระวัง
Clinical Pearls
- LDL-C
ยังคงเป็น primary treatment target สำหรับการรักษา
dyslipidemia
- Nonfasting
lipid profile ใช้ได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ควรตรวจ fasting
หากสงสัย hypertriglyceridemia หรือ TG
>400 mg/dL
- Martin-Hopkins
และ Sampson-NIH equations ให้ความแม่นยำในการคำนวณ
LDL-C สูงกว่า Friedewald equation โดยเฉพาะเมื่อ LDL ต่ำหรือ TG สูง
- Direct
LDL-C ควรใช้เมื่อ TG >400 mg/dL หรือเมื่อ calculated LDL ไม่น่าเชื่อถือ
และควรใช้วิธีเดิมในการติดตามผล
- ApoB
และ LDL particle number มีประโยชน์ในผู้ป่วยที่มี
diabetes, metabolic syndrome หรือ insulin
resistance ซึ่ง LDL-C อาจประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง
- Lipid
profile ใน ACS ควรตรวจตั้งแต่ระยะแรกของการรักษา ก่อนที่ acute phase response จะเปลี่ยนแปลงค่าไขมันอย่างมีนัยสำคัญ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น