Chronic hepatitis C
อาการและธรรมชาติของโรค
ประเด็นสำคัญ: Chronic HCV อาจไม่มีอาการและมี ALT ปกติได้
แม้มีพังผืดหรือตับแข็งแล้ว ความรุนแรงของโรคควรประเมินจากระดับ fibrosis และการทำงานของตับ ไม่ใช่ ALT หรือ viral
load เพียงอย่างเดียว
อาการและผลตรวจ
- ส่วนใหญ่ไม่มีอาการจำเพาะ อาจมีอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ คลื่นไส้
ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ/ข้อ ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล
โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคร่วมและไม่สัมพันธ์กับระดับ fibrosis
- ALT ปกติได้ถึงประมาณหนึ่งในสาม ส่วนที่สูงมักสูงเล็กน้อย; ALT >10 เท่าของค่าปกติพบไม่บ่อย
- HCV RNA ไม่สัมพันธ์โดยตรงกับความรุนแรงของตับอักเสบหรือพังผืด ค่า RNA สูงจึงไม่ได้แปลว่าตับเสียมาก
- ถ้า ALT เพิ่มมากหรือมีดีซ่านใหม่
ควรหาสาเหตุอื่นร่วม เช่น HAV/HBV, ยาหรือสมุนไพร,
ischemic hepatitis และทางเดินน้ำดีอุดตัน ก่อนสรุปว่าเป็น HCV
flare
Extrahepatic manifestations ที่ควรนึกถึง
|
ระบบ |
ภาวะที่สัมพันธ์กับ
HCV |
|
หลอดเลือด/ภูมิคุ้มกัน |
Mixed cryoglobulinemia /
cryoglobulinemic vasculitis |
|
ไต |
Membranoproliferative
glomerulonephritis; อาจพบ proteinuria และ
microscopic hematuria |
|
โลหิตวิทยา |
Lymphoma, immune-mediated
thrombocytopenia |
|
ผิวหนัง |
Porphyria cutanea tarda, lichen
planus |
|
อื่น ๆ |
Thyroiditis/autoantibodies, เบาหวานและ insulin resistance |
เกล็ดเลือดต่ำใน HCV อาจเกิดจาก
portal hypertension หรือ immune-mediated
thrombocytopenia จึงต้องประเมินร่วมกับข้อมูลอื่น
ธรรมชาติของโรคเมื่อยังไม่ได้กำจัดเชื้อ
|
การดำเนินโรค |
ความเสี่ยงโดยประมาณตามเอกสาร |
|
หลังได้รับเชื้อ → chronic
infection |
50–85% |
|
Chronic infection → cirrhosis |
5–30% ภายใน 20–30
ปี |
|
Advanced/bridging fibrosis (F3) → cirrhosis |
ประมาณ 10%/ปี ในบาง cohort |
|
Compensated cirrhosis → decompensation |
ประมาณ 4%/ปี |
|
Cirrhosis → HCC |
ประมาณ 0–3%/ปี ในการศึกษาที่เอกสารอ้าง |
ตัวเลขเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจาก cohort ในอดีต และแปรผันตามประชากร ระดับ fibrosis และโรคร่วม
ไม่ควรนำมาใช้พยากรณ์ผู้ป่วยที่รักษาหายด้วย DAA โดยตรง
ปัจจัยที่ทำให้โรคดำเนินเร็ว
- ระดับ fibrosis และ inflammation ตั้งต้น เป็นตัวทำนายที่สำคัญที่สุด
- ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะปริมาณมาก
- อายุสูงขณะได้รับเชื้อ โดยเฉพาะ >40–55 ปี
และเพศชาย
- HIV หรือ HBV coinfection
- เบาหวาน, insulin resistance, obesity และ hepatic
steatosis
- เคยเกิด hepatic decompensation แล้ว
ความสัมพันธ์กับกาแฟ statin วิตามินดี หรือกัญชาส่วนใหญ่เป็นข้อมูล observational จึงไม่ควรใช้เป็นเหตุเริ่มการรักษาเพื่อชะลอ HCV โดยเฉพาะ
การรู้จัก cirrhosis และ decompensation
ตับแข็งอาจเกิดอย่างเงียบ ๆ
และไม่จำเป็นต้องมีตับโต ผลตรวจที่สนับสนุน ได้แก่ platelet ต่ำ, albumin ต่ำ, bilirubin สูง แต่ไม่มีค่าใดยืนยันได้เพียงอย่างเดียว
ภาวะที่บ่งชี้ decompensation ได้แก่ ascites, variceal bleeding และ hepatic
encephalopathy; ดีซ่านใน chronic HCV ควรทำให้นึกถึง advanced liver disease และหาสาเหตุที่กระตุ้นให้ทรุดลง
AFP สูงเล็กน้อยไม่เท่ากับ HCC เพราะอาจสูงจากการอักเสบหรือ cirrhosis ต้องแปลผลร่วมกับ
imaging และแนวโน้มค่า AFP
ข้อสรุปในการดูแล
- ยืนยัน active infection ด้วย HCV
RNA และประเมิน fibrosis ด้วยวิธี noninvasive
เช่น FIB-4 และ transient
elastography พร้อมประเมิน synthetic function และภาวะแทรกซ้อน
- ควรให้ DAA ในผู้ติดเชื้อเกือบทุกราย
แม้ไม่มีอาการหรือ ALT ปกติ ยกเว้นผู้มีอายุคาดการณ์สั้นที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรักษา
HCV การปลูกถ่ายตับ หรือการรักษาอื่น.
- งดแอลกอฮอล์และควบคุม metabolic risk factors
- หากมี cirrhosis ต้องเฝ้าระวัง HCC ทุก 6 เดือนต่อเนื่องแม้ได้ SVR แล้ว และประเมิน portal
hypertension/varices ตามแนวทาง.
กรณีได้รับยากดภูมิ
Steroid อาจทำให้ HCV RNA เพิ่ม
แม้ ALT ลดลง; short course ไม่น่ามีผลมากต่อการดำเนินโรคระยะยาว
ส่วน chemotherapy โดยเฉพาะ rituximab อาจสัมพันธ์กับ
RNA/ALT flare จึงควรติดตาม แต่ต้องแยก drug-induced
liver injury และสาเหตุอื่นร่วมด้วย
การคัดกรองและวินิจฉัย
หลักสำคัญ: anti-HCV ใช้คัดกรองการเคยสัมผัสเชื้อ
ส่วน HCV RNA ใช้ยืนยันการติดเชื้อปัจจุบัน ผล antibody บวกเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยัน
chronic HCV และอาจยังบวกหลังรักษาหายแล้ว.
ใครควรตรวจ
- ผู้ใหญ่ ≥18 ปี อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และ หญิงตั้งครรภ์ทุกการตั้งครรภ์ ตามแนวทาง
CDC/AASLD-IDSA; CDC ยกเว้นพื้นที่ที่ความชุก HCV
RNA-positive <0.1%
- ตรวจเมื่อมี ALT/AST ผิดปกติ โรคตับ หรือตับแข็ง แม้เคยตรวจลบมาก่อน
- ผู้มีประวัติใช้ยาเสพติดชนิดฉีด, HIV, ฟอกเลือด,
สัมผัสเลือดจากเข็มตำ
หรือได้รับเลือด/อวัยวะในยุคก่อนมีการคัดกรองที่เชื่อถือได้
- ผู้มี extrahepatic manifestations เช่น mixed
cryoglobulinemia, MPGN, porphyria cutanea tarda, lichen planus หรือ thrombocytopenia ที่ไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ขอตรวจควรได้รับการตรวจ แม้ไม่เปิดเผยปัจจัยเสี่ยง.
การตรวจซ้ำเมื่อยังมีความเสี่ยง
|
กลุ่ม |
แนวทาง |
|
ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดต่อเนื่อง,
MSM ที่มี HIV/ใช้ PrEP หรือมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อต่อเนื่อง |
ตรวจซ้ำประมาณ ทุก
6–12 เดือน ตามระดับความเสี่ยง |
|
Maintenance hemodialysis |
ทุก 6 เดือน ตาม KDIGO ที่เอกสารอ้าง |
|
เคยติดเชื้อและหายแล้ว
แต่ยังมีความเสี่ยง |
ใช้ HCV
RNA ตรวจ reinfection |
|
ตั้งครรภ์และยังใช้ยาเสพติดชนิดฉีด |
พิจารณาตรวจซ้ำใกล้คลอด
แม้ตรวจช่วงต้นครรภ์แล้ว |
วิธีตรวจที่เหมาะสม
สั่ง “anti-HCV with reflex HCV
RNA if reactive” เพื่อให้ห้องปฏิบัติการตรวจ RNA
ต่อจากตัวอย่างเดิม ลดการเจาะเลือดซ้ำและการขาดติดตาม หาก anti-HCV
เป็น equivocal/indeterminate ให้ตรวจ RNA
เช่นกัน
กรณี สงสัย acute HCV, สัมผัสเชื้อภายใน 6 เดือน
หรือภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง ให้ตรวจ
HCV RNA แม้ antibody ลบ โดย RNA มักตรวจพบประมาณ 1–2
สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ ขณะที่ antibody มักใช้เวลา
8–11 สัปดาห์และอาจช้ากว่านั้น.
การแปลผล
|
Anti-HCV |
HCV RNA |
ความหมายและการดำเนินการ |
|
Negative |
ไม่ได้ตรวจ |
Chronic HCV ไม่น่าเป็น;
ถ้ามี recent exposure/acute hepatitis/ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ให้ตรวจ RNA |
|
Positive |
Detected |
มีการติดเชื้อปัจจุบัน → ประเมินโรคตับและเชื่อมต่อรักษา; ผลครั้งเดียวแยก acute/chronic
ไม่ได้ |
|
Positive |
Not detected |
ไม่พบการติดเชื้อปัจจุบัน โดยทั่วไปเป็นการติดเชื้อเดิมที่หายแล้ว หรือ antibody false
positive |
|
Negative |
Detected |
สนับสนุน acute
infection ใน window period หรือการไม่สร้าง
antibody ในผู้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง |
กรณี Ab positive/RNA negative ส่วนใหญ่ไม่ต้องตรวจเพิ่มเติม แต่ควรตรวจ RNA ซ้ำเมื่อมี
recent exposure, อาการเข้าได้กับ hepatitis, ความเสี่ยงต่อเนื่อง หรือสงสัยปัญหาตัวอย่างตรวจ หากต้องการแยก past
infection จาก false-positive antibody อาจใช้
antibody assay คนละชนิด โดยผลไม่ได้แยกได้เด็ดขาดเสมอ
ข้อควรระวังในการอ่านผลแล็บ
- “RNA
detected, below lower limit of quantification” ยังหมายถึงตรวจพบเชื้อ ไม่เท่ากับ “not detected”
- ควรใช้ RNA assay ที่มี detection limit
≤25 IU/mL
- ไม่ต้องติดตาม viral load เป็นระยะเพื่อพยากรณ์โรค ในผู้ป่วย chronic HCV ที่ยังไม่ได้รักษา
เพราะไม่สะท้อนความรุนแรงของ fibrosis
- Rapid
anti-HCV test ยังเป็นเพียงการคัดกรอง ต้องยืนยัน active
infection ด้วย RNA
- HCV
core antigen เป็นทางเลือกเมื่อ RNA เข้าไม่ถึง
แต่ไวต่ำกว่า โดยเฉพาะ viral load ต่ำ; ถ้า antigen ลบแต่ยังสงสัย ให้ตรวจ RNA.
- Occult
HCV ที่พบ RNA ในเซลล์/เนื้อตับแต่ไม่พบใน
serum มีความสำคัญทางคลินิกไม่ชัดเจน
ไม่ใช่การตรวจที่ทำเป็นกิจวัตร
เมื่อตรวจพบ HCV RNA
ประเมินระดับ fibrosis/cirrhosis และการทำงานของตับ พร้อมจัดระบบเข้าสู่การรักษา DAA ได้แก่
CBC/platelet, hepatic panel, renal function, INR ตามบริบท
และ noninvasive fibrosis assessment ตรวจ HBV/HIV และพิจารณาวัคซีน HAV/HBV หากยังไม่มีภูมิ
ทารกที่เกิดจากมารดามี HCV: CDC แนะนำ HCV RNA NAT อายุ 2–6 เดือน; ไม่ใช้ antibody
ในวัยทารกเพื่อยืนยัน เพราะอาจเป็น antibody จากมารดา.
การดูแล Chronic hepatitis C
DAA (Direct-acting antiviral) เป็นการรักษาหลัก
ควรประเมินเพื่อรักษาผู้ที่ตรวจพบ HCV RNA ทุกราย เป้าหมายคือ SVR12 (sustained
virological response at 12 wk): HCV RNA ไม่พบ ≥12 สัปดาห์หลังจบยา ซึ่งถือว่ารักษาหาย ช่วยลดการเสียชีวิต ภาวะแทรกซ้อนของตับ และ HCC
แต่ไม่ป้องกันการติดเชื้อซ้ำ.
ก่อนเริ่มรักษา
- ประเมิน fibrosis/cirrhosis และประวัติ decompensation ได้แก่ ascites, variceal bleeding และ hepatic
encephalopathy
- ตรวจ CBC/platelet, hepatic panel, renal function และ INR ตามบริบท พร้อมประเมิน fibrosis
ด้วย FIB-4/transient elastography
- ทบทวนการรักษา HCV เดิม ยาประจำ ยาซื้อเอง
และสมุนไพร เพื่อเลือกสูตรและตรวจ drug interactions
- ตรวจ HIV และ HBV: HBsAg, anti-HBc, anti-HBs เพราะอาจเกิด HBV reactivation ระหว่างหรือหลัง
DAA
- ประเมิน extrahepatic manifestations เช่น cryoglobulinemia
และ HCV-associated kidney disease
ผู้ที่ยังใช้ยาเสพติดชนิดฉีดสามารถรับ DAA ได้ ควรจัดการรักษาที่เข้าถึงง่าย ร่วมกับ harm
reduction และการรักษา substance use disorder
การดูแลทั่วไปและการใช้ยา
|
ประเด็น |
แนวทาง |
|
แอลกอฮอล์ |
แนะนำ งดทั้งหมด |
|
Metabolic risks |
ลดน้ำหนักเมื่ออ้วน
ควบคุมเบาหวาน/insulin resistance และเลิกบุหรี่ |
|
Paracetamol |
Chronic HCV ที่ตับทำงานปกติไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง;
แนะนำ ไม่เกิน 2 g/วัน รวมทุกผลิตภัณฑ์ |
|
NSAIDs |
หลีกเลี่ยงใน advanced
liver disease/cirrhosis โดยเฉพาะมี ascites หรือเสี่ยงไตเสีย/เลือดออก |
|
Statins |
ใช้ได้เมื่อมีข้อบ่งชี้ใน
stable/compensated liver disease แต่ต้องตรวจ interaction
กับ DAA |
|
วัคซีน |
HAV/HBV หากไม่มีภูมิ
และ pneumococcal ตามข้อบ่งชี้ของ chronic liver
disease |
|
อ่อนเพลีย |
ประเมินโรคร่วม เช่น
depression และ sleep disorder; อาจดีขึ้นหลังรักษาหาย |
กาแฟ 2–3 ถ้วย/วันสัมพันธ์กับผลลัพธ์ของตับที่ดีขึ้นในงาน
observational แต่ไม่ทดแทนการรักษา HCV
ข้อควรระวังในการเลือก DAA
ห้ามใช้สูตรที่มี NS3 protease
inhibitor เช่น glecaprevir, grazoprevir หรือ
voxilaprevir ในผู้มี current/prior decompensated
liver disease หรือ Child-Pugh ≥7
ให้ผู้เชี่ยวชาญเลือกสูตรรักษา.
ระหว่างรักษา
- เน้น adherence อาการไม่พึงประสงค์
และยาที่เริ่มใหม่; ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ simplified
treatment สามารถใช้ minimal monitoring ได้
- ไม่ต้องตรวจ HCV RNA ระหว่างรักษาหรือวันจบยาเป็นกิจวัตร การยังตรวจพบ RNA ระดับต่ำช่วงดังกล่าวไม่ยืนยัน
treatment failure
- ผู้ใช้ยาลดน้ำตาล: เฝ้าระวัง hypoglycemia และปรับยาเมื่อจำเป็น
- ผู้ใช้ warfarin: ติดตาม INR เพราะขนาดยาที่ต้องการอาจเปลี่ยน
- ผู้มี cirrhosis: เฝ้าระวังดีซ่าน ascites
encephalopathy และการทำงานของตับแย่ลง
การป้องกัน HBV reactivation
|
สถานะ HBV |
แนวทาง |
|
HBsAg positive |
ตรวจ baseline
HBV DNA; หากเข้าเกณฑ์รักษา HBV ให้เริ่มยาก่อนหรือพร้อม
DAA |
|
HBsAg positive แต่ DNA
ต่ำ/ไม่พบและยังไม่เข้าเกณฑ์รักษา |
เลือก HBV
prophylaxis จนถึง 12 สัปดาห์หลังจบ DAA
หรือ ติดตาม HBV DNA ทุกประมาณ 4
สัปดาห์ |
|
เลือกติดตามแล้ว DNA
เพิ่ม |
เริ่มยา HBV หาก เพิ่ม >10 เท่าจาก baseline
หรือ >1,000 IU/mL เมื่อเดิมตรวจไม่พบ/วัดปริมาณไม่ได้ |
|
HBsAg negative / anti-HBc
positive |
ไม่จำเป็นต้องตรวจ DNA
เป็นกิจวัตรทุกราย แต่ถ้า ALT เพิ่มโดยไม่ทราบสาเหตุระหว่าง/หลัง
DAA ให้พิจารณา HBV reactivation |
หากจำเป็นต้องใช้ ribavirin
เฝ้าระวัง hemolytic anemia และปรับขนาดตาม Hb/โรคหัวใจ; ยามีความเสี่ยงต่อทารก
ต้องจัดการคุมกำเนิดและตรวจการตั้งครรภ์ตามฉลากยาและแนวทาง ให้คุมกำเนิดระหว่างรักษาและ
6 เดือนหลังหยุดยา ทั้งผู้หญิงที่ใช้ยาและคู่ของผู้ชายที่ใช้ยา
หลังจบการรักษา
|
ผลและสถานะตับ |
การติดตาม |
|
SVR และไม่มี cirrhosis/โรคตับอื่น |
โดยทั่วไปไม่ต้องติดตามเฉพาะ
HCV |
|
ยังมีความเสี่ยงติดเชื้อซ้ำ |
ตรวจ HCV
RNA อย่างน้อยปีละครั้ง และเมื่อมี liver
tests ผิดปกติ; ไม่ใช้ anti-HCV |
|
มี cirrhosis
แม้ได้ SVR |
เฝ้าระวัง HCC
ทุก 6 เดือน และติดตาม
portal hypertension/varices ต่อเนื่อง |
|
ไม่ได้ SVR |
ประเมิน relapse/reinfection
และส่งต่อเพื่อ retreatment |
|
ALT ยังผิดปกติหลัง
SVR |
หาสาเหตุอื่นของโรคตับ |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น