วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Liver transplantation: Long-term management

Liver transplantation: Long-term management

1. ยากดภูมิและข้อควรระวัง

  • ระยะแรกมักใช้ tacrolimus หรือ cyclosporine + glucocorticoid + mycophenolate
  • เมื่อ graft function ดีและไม่มี rejection อาจลดจำนวนยาในผู้ป่วยที่เหมาะสม; บางรายใช้ CNI เพียงชนิดเดียว ส่วนผู้มีไตเสื่อมอาจใช้ mycophenolate หรือ mTOR inhibitor เพื่อลด CNI โดยศูนย์ปลูกถ่ายเป็นผู้ปรับสูตร
  • ทบทวนยาใหม่ สมุนไพร อาหารเสริม และยาซื้อเองทุกครั้ง เพราะอาจทำให้ระดับยากดภูมิสูงจนเกิดพิษ หรือต่ำจนเกิด rejection

กลุ่มยา

ผลข้างเคียงสำคัญ

Calcineurin inhibitors: tacrolimus, cyclosporine

ไตเสื่อม, hypertension, hyperkalemia, neurotoxicity; tacrolimus ทำให้เบาหวานเด่นกว่า

Glucocorticoids

เบาหวาน, น้ำหนักเพิ่ม, dyslipidemia, osteoporosis

Mycophenolate

ท้องเสีย, cytopenia; มีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์

mTOR inhibitors: everolimus, sirolimus

Dyslipidemia, proteinuria; ต้องเลือกใช้ตามบริบท

Paxlovid มี interaction รุนแรงกับ tacrolimus/cyclosporine: ต้องประสานผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับยาและติดตามระดับยาระหว่างและหลังรักษา หลีกเลี่ยงหากตรวจระดับยาอย่างใกล้ชิดไม่ได้ ไม่ควรใช้กฎ “หยุดแล้วกลับมาเริ่มใน 48 ชั่วโมง” แบบตายตัวกับผู้ป่วยทุกราย fda.gov

2. เมื่อผู้ป่วยมีไข้: ประเมินเร่งด่วน

การติดเชื้อเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญ โดยเฉพาะ 3 เดือนแรก และหลังเพิ่มยากดภูมิเพื่อรักษา rejection; การติดเชื้อทั่วไปอาจลุกลามเป็น sepsis ได้รวดเร็ว

การประเมินเบื้องต้น

  • ซักระยะเวลาหลังปลูกถ่าย ประวัติ rejection/เพิ่มยากดภูมิ ยาป้องกันการติดเชื้อ และผลเพาะเชื้อเดิม
  • ตรวจ CBC, renal function/electrolytes, liver tests, UA/urine culture, blood cultures และ CXR
  • หากพบแหล่งติดเชื้อ ให้เริ่มการรักษาทันที โดยพิจารณาเชื้อและความไวต่อยาที่เคยตรวจพบ
  • หากมี sepsis ให้ประสานศูนย์ปลูกถ่ายและพิจารณาส่งต่อเมื่อเหมาะสม

อาการหรือบริบท

การตรวจเพิ่มเติม

ไข้ร่วมกับ leukopenia/arthralgia, ภายใน 90 วัน หรือเพิ่งรักษา rejection

CMV quantitative PCR

Cholestatic liver tests หรือมีโรคทางเดินน้ำดี

US abdomen with Doppler เพื่อประเมิน biliary obstruction และ hepatic artery thrombosis; ต่อด้วย MRCP/ERCP ตามข้อบ่งชี้

อาการทางปอดต่อเนื่อง หรือ CXR ผิดปกติ

CT chest ± bronchoscopy; ตรวจเชื้อตามบริบท

ไข้และปวดศีรษะโดยไม่พบแหล่งติดเชื้อ

ประเมิน CNS infection; CT brain และ LP ตามความเหมาะสม เพราะอาจไม่มี meningeal signs

ปวดท้อง/ท้องเสีย

Abdominal imaging หรือ stool studies ตามอาการ

หากไม่พบการติดเชื้อ ให้พิจารณา rejection และ malignancy; ศูนย์ปลูกถ่ายอาจพิจารณา liver biopsy เมื่อการตรวจเบื้องต้นไม่พบสาเหตุ

3. ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่ควรจัดการ

ปัญหา

แนวทางสำคัญ

Hypertension — พบประมาณ 65–70%

ลดเกลือ ตรวจระดับ CNI; เอกสารเลือก amlodipine เป็นยาลำดับแรก หากใช้ ACEI/ARB ต้องติดตาม K และ creatinine

Diabetes

ระยะแรกมักต้องใช้ insulin; ปรับอาหาร น้ำหนัก และยาตามการลด steroid การเปลี่ยนยากดภูมิต้องผ่านศูนย์ปลูกถ่าย

Obesity/MASLD

ป้องกันน้ำหนักเพิ่มตั้งแต่ต้นด้วยโภชนาการและการออกกำลัง; หากใช้ GLP-1 agonist ควรติดตามระดับ CNI เพราะอาจมีผลต่อการดูดซึม

Dyslipidemia

ใช้ statin ตามความเสี่ยง ASCVD และ interaction กับสูตรยากดภูมิ; pravastatin/fluvastatin มี interaction น้อยกว่า แต่ชนิดและขนาดต้องเลือกเป็นรายบุคคล

AKI/CKD

ประเมินหลายสาเหตุร่วมกัน ได้แก่ CNI toxicity, DM, HTN และไตเดิม; หลีกเลี่ยง NSAIDs และทบทวน nephrotoxic drugs การลด CNI อาจช่วยได้ก่อนเกิดความเสียหายถาวร

Osteoporosis

Bone loss/fracture เด่นใน 6 เดือนแรก โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง; ประเมิน BMD และรักษาตามความเสี่ยง

Neurologic complications

สับสน ชัก หรืออาการทางระบบประสาท ต้องพิจารณา CNI neurotoxicity/PRES, stroke, infection และ metabolic disturbance

Gout

ไม่รักษา asymptomatic hyperuricemia เป็นกิจวัตร; หลีกเลี่ยง NSAIDs และตรวจ interaction ก่อนใช้ colchicine; allopurinol + azathioprine เสี่ยงกดไขกระดูกรุนแรง

เป้าหมาย BP ประมาณ <130/80 mmHg หากทนได้ เหมาะกับผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีความเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือดสูง โดยปรับตามผู้ป่วยแต่ละราย

4. ตารางติดตามผู้ป่วยที่อาการคงที่

ช่วงต้นหลังปลูกถ่าย ผู้มีผลตรวจผิดปกติ หรือหลังปรับยา ต้องติดตามถี่กว่าตารางนี้

รายการ

ความถี่

BP

6 เดือนแรก: วัดเองอย่างน้อยรายสัปดาห์และที่สถานพยาบาลรายเดือน; หลังจากนั้นถ้าไม่มี HTN ทุก 6 เดือน

Fasting glucose หรือ HbA1c

ทุก 6 เดือน

Lipid profile

ทุกปี

Creatinine/eGFR

ปีแรกทุก 2–3 เดือน; หลังจากนั้นทุก 3–6 เดือน

Urine albumin assessment

ทุกปี

BMD

ทุก 2 ปีในผู้มี low bone mass หรือใช้ steroid เรื้อรัง

ตรวจสุขภาพและช่องปาก

ทุกปี; ทำความสะอาดฟันทุก 6 เดือน

Liver tests และระดับยากดภูมิ

ตามศูนย์ปลูกถ่ายและสถานะของ graft

5. ป้องกันมะเร็งและส่งเสริมสุขภาพ

  • ตรวจผิวหนังทั่วร่างกายทุกปี ใช้สารกันแดดและป้องกันแดด เพราะ skin cancer เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดหลังปลูกถ่าย
  • คัดกรอง colorectal, breast และ cervical cancer ตามอายุและความเสี่ยง; ผู้มี IBD ต้อง surveillance colonoscopy ถี่ขึ้น
  • ผู้ปลูกถ่ายจาก HCC ให้กำหนด imaging/AFP surveillance ตามความเสี่ยง เช่น RETREAT score; ผู้เกิด advanced fibrosis/cirrhosis ใน graft ต้องพิจารณา HCC surveillance
  • วัคซีนสำคัญ ได้แก่ influenza, pneumococcal, COVID-19, HAV/HBV ตามภูมิคุ้มกัน และ recombinant zoster vaccine; โดยทั่วไปหลีกเลี่ยง live vaccines หลังปลูกถ่าย
  • งดแอลกอฮอล์ เลิกบุหรี่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ภาวะเจริญพันธุ์อาจกลับมา: วางแผนคุมกำเนิดและตั้งครรภ์ร่วมกับศูนย์ปลูกถ่าย โดยเฉพาะผู้ใช้ mycophenolate

จุดจำสำหรับ ER: ไข้ต้องประเมินเร็ว; cholestasis ต้องนึกถึงทางเดินน้ำดีและหลอดเลือดตับ; AKI/สับสน/ชักต้องทบทวน CNI toxicity และยาใหม่; ก่อนสั่งยาให้ตรวจ interaction และประสานศูนย์ปลูกถ่ายเมื่อจำเป็น

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น