วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Eosinophilic Esophagitis (EoE): Allergy Testing

Eosinophilic Esophagitis (EoE): Allergy Testing

หลักสำคัญ: EoE เป็นโรคที่ขับเคลื่อนด้วย antigen/type 2 immunity แต่ไม่ใช่ IgE-mediated food allergy แบบคลาสสิก ดังนั้น ผล allergy test ไม่สามารถระบุอาหารที่กระตุ้น EoE ได้อย่างน่าเชื่อถือ

บทบาทที่เหมาะสมของ allergy testing ใน EoE คือ:

1.       ค้นหาและรักษา atopic comorbidity

2.       วินิจฉัย immediate IgE-mediated food allergy ที่เกิดร่วมกัน

3.       ประเมินความเสี่ยง urticaria/anaphylaxis ก่อนนำอาหารที่งดไว้นานกลับมารับประทาน

ไม่ควรใช้ skin test, serum specific IgE, food IgG4 หรือ atopy patch test เพียงอย่างเดียวเพื่อเลือก EoE elimination diet


1. EoE เกี่ยวข้องกับ allergy อย่างไร

หลักฐานสนับสนุนว่า EoE เป็น antigen-driven disease ได้แก่:

  • เยื่อบุหลอดอาหารมี type 2 cytokines เพิ่มขึ้น เช่น IL-4, IL-5 และ IL-13
  • Eotaxin-3 ดึง eosinophil เข้าสู่หลอดอาหาร
  • การกำจัดอาหารบางชนิดทำให้อาการและ histology ดีขึ้น
  • เมื่อนำอาหารกลับมา eosinophilic inflammation อาจกลับเป็นซ้ำ
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่มี asthma, allergic rhinitis, atopic dermatitis หรือ food allergy ร่วม
  • ผู้ป่วยบางรายมีอาการหรือ histology แปรตามฤดูกาลของ aeroallergen

อย่างไรก็ตาม กลไกของ EoE แตกต่างจาก immediate food allergy:

ลักษณะ

EoE

IgE-mediated food allergy

เวลาเกิดอาการ

เรื้อรังหรือค่อยเป็น

นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง

อาการเด่น

Dysphagia, food impaction, feeding dysfunction

Urticaria, angioedema, wheeze, vomiting, anaphylaxis

กลไกหลัก

Delayed/type 2 mucosal inflammation

Mast-cell activation ผ่าน food-specific IgE

การยืนยันอาหารก่อโรค

Elimination/reintroduction + endoscopy/biopsy

ประวัติ + SPT/specific IgE ± oral food challenge

ผล allergy test

ทำนาย EoE trigger ได้ไม่ดี

มีประโยชน์เมื่อแปลผลร่วมกับประวัติ

ผู้ป่วยรายเดียวสามารถมีทั้งสองโรคร่วมกันได้ และอาหารชนิดเดียวกันอาจกระตุ้น EoE และ immediate allergy ผ่านคนละกลไก


2. Atopic comorbidity

ผู้ป่วย EoE มี atopy สูงทั้งเด็กและผู้ใหญ่

เด็ก

  • Asthma ประมาณ 30–50%
  • Allergic rhinitis ประมาณ 50–75%
  • Atopic dermatitis สูงถึงประมาณ 20%
  • มีรายงาน urticaria/anaphylaxis ต่ออาหารในสัดส่วนสูงในบาง cohort

ผู้ใหญ่

  • Asthma ประมาณ 30–50%
  • Allergic rhinitis ประมาณ 50–75%
  • Pollen-food allergy syndrome ประมาณ 51%
  • Atopic dermatitis ประมาณ 5–10%

ดังนั้นควรซักอย่างเป็นระบบถึง:

  • Immediate reaction หลังรับประทานอาหาร
  • Urticaria, angioedema, wheezing, syncope หรือ anaphylaxis
  • Asthma control
  • Seasonal/perennial rhinitis
  • Atopic dermatitis
  • Pollen-food allergy syndrome
  • Epinephrine autoinjector และ emergency action plan
  • ประวัติ oral หรือ sublingual immunotherapy

3. Food allergy testing มีบทบาทเมื่อใด

ข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม

พิจารณา SPT หรือ serum food-specific IgE เมื่อ:

  • มีประวัติ immediate reaction ต่ออาหาร
  • สงสัย IgE-mediated food allergy ร่วม
  • เคยมี urticaria, angioedema, respiratory symptoms หรือ anaphylaxis
  • จะนำอาหารที่เคยแพ้หรืออาหารที่งดเป็นเวลานานกลับมา
  • เด็กมี multiple food restrictions และต้องประเมิน oral tolerance
  • ต้องวางแผน supervised oral food challenge
  • ต้องพิจารณาการพก epinephrine

สิ่งที่ allergy testing ไม่ควรใช้ทำ

ไม่ควรใช้เพื่อ:

  • ยืนยันหรือปฏิเสธการวินิจฉัย EoE
  • เลือกอาหารที่จะตัดออกโดยลำพัง
  • ยืนยันว่า positive sensitization คือ EoE trigger
  • สรุปว่า negative test โดยเฉพาะต่อนมวัวหมายถึงอาหารนั้นปลอดภัยต่อ EoE
  • ติดตาม histologic remission
  • ใช้แทน endoscopy และ biopsy หลัง elimination/reintroduction

Sensitization clinical allergy และ sensitization EoE trigger


4. เหตุใด allergy test จึงทำนาย EoE trigger ได้ไม่ดี

สาเหตุสำคัญคือ:

  • EoE ไม่ได้เกิดจาก IgE pathway เพียงอย่างเดียว
  • SPT และ serum specific IgE วัด sensitization ไม่ได้วัด delayed esophageal inflammation
  • ผู้ป่วยอาจมี positive test ต่ออาหารที่รับประทานได้และไม่ทำให้ EoE กำเริบ
  • ผู้ป่วยอาจมี negative test ต่ออาหารที่เป็น EoE trigger จริง โดยเฉพาะนมวัว
  • Predictive value ขึ้นกับอายุ ความชุกของโรค วิธีทดสอบ และ population
  • งานวิจัยส่วนใหญ่มาจาก pediatric referral centers และผลไม่สม่ำเสมอ
  • ประโยชน์ของ testing-directed diet ลดลงในวัยรุ่นและผู้ใหญ่

อาหารก่อ EoE จึงต้องยืนยันด้วย:

อาหารที่สงสัยถูกตัดออก histology สงบ นำอาหารกลับ eosinophilia กลับมา

อาการเพียงอย่างเดียวไม่พอ เพราะ symptoms และ histologic activity อาจไม่สอดคล้องกัน


5. Skin prick testing (SPT)

SPT ตรวจ immediate IgE sensitization โดยอ่าน wheal-and-flare reaction หลังสัมผัส allergen

ผลการศึกษาในเด็ก

Negative predictive value ของ SPT:

  • มากกว่า 90% สำหรับอาหารที่เป็น EoE trigger ไม่บ่อย เช่น potato, chicken, peanut, beef, pork และ corn
  • ประมาณ 79–90% สำหรับ egg, wheat และ soy
  • ต่ำกว่า 30% สำหรับ cow’s milk

Positive predictive value โดยทั่วไปต่ำ:

  • ประมาณ 26–62%
  • มีข้อมูลจากศูนย์หนึ่งว่าค่า PPV ของ milk สูงถึง 86% แต่ไม่สามารถ generalize ได้ดี

ข้อจำกัดสำคัญ

ในผู้ใหญ่ที่ตอบสนองต่อ six-food elimination diet:

  • ผู้ป่วยจำนวนมากมี SPT เป็นลบต่ออาหารทั้งหมด
  • ในการศึกษาหนึ่ง SPT ทำนาย causal foods ได้เพียงประมาณ 13%
  • Wheat sensitization อาจพบโดยไม่มี clinical relevance
  • Testing-directed elimination diet ในผู้ใหญ่ให้ complete remission ต่ำ เช่นประมาณ 26% ในการศึกษาขนาดเล็กหนึ่งชุด

การตีความ

  • Positive SPT หมายถึง sensitization ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็น EoE trigger
  • Negative SPT โดยเฉพาะต่อนมวัวไม่สามารถตัดอาหารนั้นเป็น EoE trigger
  • หากประวัติเข้ากับ immediate allergy ผลตรวจช่วยวางแผนความปลอดภัยได้มากกว่าการควบคุม EoE

6. Serum food-specific IgE

ใช้เมื่อ:

  • ไม่สามารถทำ SPT
  • ใช้ antihistamine ที่หยุดไม่ได้
  • มี severe eczema หรือ dermatographism
  • ต้องประเมินความเสี่ยง immediate allergy ร่วมกับประวัติ

ข้อจำกัดใน EoE:

  • Cow’s milk-specific IgE โดยทั่วไปทำนายการตอบสนองต่อ milk elimination ได้ไม่ดี
  • Specific IgE อาจไวต่อการตรวจ sensitization มากกว่า SPT/APT แต่ไม่ได้บอก clinical relevance
  • Component-resolved diagnostics ยังไม่พบประโยชน์ในการระบุอาหารก่อ EoE
  • ไม่ควรสั่ง broad food panel หากไม่มีประวัติ เพราะเพิ่ม false-positive sensitization และนำไปสู่การงดอาหารเกินจำเป็น

ข้อมูลขนาดเล็กบางการศึกษาพบความสัมพันธ์แบบไม่เป็นเส้นตรงระหว่าง low-level milk-specific IgE กับการตอบสนองต่อ milk elimination แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับใช้ตัดสินใจในเวชปฏิบัติ


7. Food-specific IgG/IgG4

ไม่แนะนำให้ใช้ food-specific IgG หรือ IgG4 เพื่อวินิจฉัย:

  • EoE trigger
  • Food intolerance
  • IgE-mediated food allergy

เหตุผล:

  • IgG4 มักสะท้อน exposure หรือ immunologic tolerance มากกว่าปฏิกิริยาก่อโรค
  • ตรวจพบ food-specific IgG4 ได้บ่อยในเด็กทั่วไป ไม่ว่าจะมี EoE หรือไม่
  • ระดับสูงต่อนมและ gluten พบมากขึ้นในผู้ป่วย EoE บางกลุ่ม แต่ไม่สามารถบอก causal food
  • ระดับอาจลดหลังงดอาหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าใช้เป็น response biomarker ได้
  • ไม่มี threshold ที่ได้รับการยืนยันสำหรับ clinical decision-making

การสั่ง commercial “food IgG panel” มีโอกาสทำให้เกิด unnecessary restriction, nutritional deficiency และค่าใช้จ่ายโดยไม่มีประโยชน์ที่พิสูจน์แล้ว

การพบ IgG4 สูงใน EoE ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยเป็น IgG4-related disease


8. Atopy patch testing (APT)

APT พยายามตรวจ delayed, non-IgE-mediated cutaneous response

วิธีการโดยทั่วไป:

  • วาง fresh หรือ rehydrated food ใน Finn chamber
  • ปิดบนหลังประมาณ 48 ชั่วโมง
  • อ่านผลเมื่อถอดและอีกประมาณ 24 ชั่วโมงต่อมา
  • ประเมิน erythema, induration และ papules

ข้อมูล predictive value

ใน pediatric cohort จากบางศูนย์:

  • NPV >90% สำหรับ egg, soy, peanut, beef, corn, chicken, potato และ pork
  • NPV ประมาณ 87% สำหรับ wheat
  • NPV ต่ำนมวัวเพียงประมาณ 31%
  • PPV โดยทั่วไปต่ำประมาณ 12–51%
  • มีรายงาน PPV สูงกว่าสำหรับ milk และ egg ใน cohort บางชุด

ข้อจำกัด

  • ไม่มี standardized food reagents
  • วิธีเตรียม allergen และเกณฑ์อ่านผลต่างกัน
  • Operator-dependent
  • ต้องมาหลายครั้ง
  • ใช้เวลาอย่างน้อย 48–72 ชั่วโมง
  • ผลการศึกษาระหว่างศูนย์ไม่สอดคล้องกัน
  • ประโยชน์ลดลงในเด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่
  • ไม่มีมาตรฐานรับรองให้ใช้ routine เพื่อเลือก elimination diet

ดังนั้น APT ไม่ใช่ routine investigation สำหรับ EoE


9. เปรียบเทียบการตรวจอาหาร

การตรวจ

ตรวจอะไร

บทบาทที่เหมาะสม

ข้อจำกัดในการหา EoE trigger

Skin prick test

IgE sensitization

Immediate food allergy

PPV ต่ำ; milk NPV ต่ำมาก

Serum specific IgE

Circulating food-specific IgE

Immediate allergy เมื่อ SPT ไม่เหมาะ

Sensitization ไม่เท่ากับ causal food

Component testing

IgE ต่อ allergen component

Risk stratification ใน food allergy บางชนิด

ไม่พบประโยชน์ชัดต่อ EoE trigger

Atopy patch test

Delayed skin response

ยังไม่มี routine role

ไม่ standardized, PPV ต่ำ

Food-specific IgG/IgG4

Exposure/tolerance marker

ไม่มีข้อบ่งชี้ routine

ไม่ทำนาย EoE หรือ food allergy

Elimination–reintroduction + biopsy

Esophageal response ต่ออาหาร

มาตรฐานยืนยัน EoE trigger

ใช้เวลาและต้อง endoscopy ซ้ำ


10. Environmental allergy และ EoE

หลักฐานของ aeroallergen ต่อ EoE อ่อนกว่าหลักฐานของอาหาร แต่มี biological plausibility

กลไกที่เป็นไปได้:

  • สูด allergen แล้วกลืนลงหลอดอาหาร
  • Postnasal drainage จาก allergic rhinitis
  • Regional airway–esophageal immune response
  • Systemic type 2 inflammation และ eosinophil trafficking

ข้อมูลที่สนับสนุน:

  • การวินิจฉัย EoE เพิ่มในฤดู pollen และลดในฤดูหนาวในบางประเทศ
  • บางรายมี esophageal eosinophilia สูงขึ้นเฉพาะ pollen season
  • ประมาณ 14% ใน cohort หนึ่งมีอาการแย่ตามฤดูกาล
  • ประมาณ 20% มี histologic change ตามฤดูกาล
  • มีรายงาน aeroallergen-dependent EoE โดยไม่มี food sensitization แต่พบไม่บ่อย

ความสัมพันธ์ตามฤดูกาลอาจเห็นชัดกว่าในผู้ป่วยอายุมาก เนื่องจาก food sensitization มีแนวโน้มลดและ aeroallergen sensitizationเพิ่มตามอายุ


11. Environmental allergy testing

ควรทำ standard aeroallergen testing เมื่อมี:

  • Seasonal หรือ perennial allergic rhinitis
  • Allergic conjunctivitis
  • Asthma ที่สงสัย environmental trigger
  • EoE activity แปรตามฤดูกาลอย่างชัดเจน
  • ต้องวางแผน avoidance หรือ allergen immunotherapy

การตรวจอาจประกอบด้วย:

  • Aeroallergen SPT
  • Serum aeroallergen-specific IgE หาก SPT ไม่เหมาะ

วัตถุประสงค์หลักคือรักษา rhinitis/asthma ไม่ใช่ยืนยัน EoE

ควรบันทึกฤดูกาลและระดับ exposure ในเวลาที่ทำ endoscopy เพราะอาจมีผลต่อ histology ในผู้ป่วยบางราย หากผล biopsy แตกต่างกันระหว่างครั้งโดยไม่มีการเปลี่ยนอาหารหรือยา ควรทบทวน seasonal aeroallergen exposure


12. การรักษา allergic rhinitis ในผู้ป่วย EoE

รักษาตามมาตรฐาน ได้แก่:

  • Intranasal glucocorticoid
  • Second-generation antihistamine
  • Allergen avoidance ตามความเหมาะสม
  • รักษา asthma และ conjunctivitis ร่วม

ต้นฉบับระบุแนวปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญบางศูนย์ว่า ในผู้ป่วยที่มี environmental allergy จะให้ intranasal glucocorticoidประมาณ 1 เดือนก่อน endoscopy เพื่อลดผลจาก postnasal drainage

อย่างไรก็ตาม:

  • เป็นข้อมูล observational/expert practice
  • ไม่ใช่วิธีรักษา EoE โดยตรง
  • Intranasal steroid ไม่ควรถูกคาดหวังว่าจะทำให้ food-driven esophageal eosinophilia หาย
  • ไม่ควรใช้แทน swallowed topical steroid, PPI, dietary therapy หรือ biologic ที่มีข้อบ่งชี้

13. Allergen immunotherapy

Sublingual immunotherapy: SLIT

มีรายงาน EoE เกิดขึ้นหลังเริ่ม SLIT เนื่องจาก allergen ถูกกลืนและสัมผัสหลอดอาหารโดยตรง

ในผู้ป่วยที่ใช้ SLIT หากเกิด:

  • Dysphagia
  • Food sticking
  • Chest pain
  • Feeding difficulty
  • Food impaction

ควรหยุดทบทวนการรักษาและประเมิน EoE โดยไม่สรุปว่าเป็นเพียง local oral reaction

ในทางปฏิบัติ EoE ถือเป็นข้อกังวลสำคัญหรือข้อห้ามสำหรับ SLIT หลายผลิตภัณฑ์ จึงควรตรวจ product information และประสาน allergist

Subcutaneous immunotherapy: SCIT

ข้อมูลไม่สม่ำเสมอ:

  • บางราย EoE ดีขึ้น
  • บางรายกำเริบหรือกลับเป็นซ้ำ
  • ยังไม่มีหลักฐานพอให้ใช้ SCIT เป็นการรักษา EoE

การตัดสินใจควรมุ่งรักษา allergic rhinitis/asthma และติดตามอาการหลอดอาหาร


14. ความเสี่ยงเมื่อ reintroduce อาหาร

ผู้ป่วยที่งดอาหารเป็นเวลานานอาจ:

  • สูญเสีย oral tolerance
  • เกิด IgE sensitization ใหม่
  • เปลี่ยนจากเคยมีเพียง delayed EoE reaction เป็น immediate reaction
  • มี urticaria, angioedema หรือ anaphylaxis เมื่อรับประทานใหม่

ผู้ที่ควรประเมินโดย allergist ก่อน reintroduction ได้แก่:

  • เคยมี immediate reaction
  • มี food-specific IgE/SPT positive
  • งดอาหารมานาน
  • มี severe asthma
  • มีหลาย food allergies
  • เด็กเล็กหรือไม่สามารถบอกอาการเริ่มต้นได้
  • อาหารที่เคยทำให้ anaphylaxis
  • มีความไม่แน่นอนว่าควรทำ oral food challenge ภายใต้การดูแลหรือไม่

อาจต้อง:

  • Repeat SPT/specific IgE
  • Supervised oral food challenge
  • เตรียม epinephrine
  • จัดทำ emergency action plan

การ reintroduction เพื่อพิสูจน์ EoE trigger และ oral food challenge เพื่อพิสูจน์ immediate allergy เป็นคนละกระบวนการ:

จุดประสงค์

วิธีประเมิน

Immediate IgE allergy

รับประทานภายใต้การดูแลและเฝ้าระวังเป็นชั่วโมง

EoE trigger

รับประทานต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แล้วประเมิน endoscopy/biopsy

ผู้ป่วยอาจผ่าน immediate oral challenge แต่ยังเกิด EoE หลังรับประทานต่อเนื่องได้


15. แนวทางส่งตรวจในเวชปฏิบัติ

ผู้ป่วย EoE ไม่มีประวัติ immediate allergy

  • ไม่สั่ง broad food panel
  • ไม่สั่ง food IgG/IgG4
  • ไม่ทำ APT เป็น routine
  • เลือก empiric elimination diet ร่วมกับ gastroenterologist/dietitian
  • ยืนยันผลด้วย endoscopy และ biopsy

มี immediate reaction ต่ออาหาร

  • ส่ง allergist
  • ทำ targeted SPT หรือ specific IgE ตามประวัติ
  • หลีกเลี่ยงอาหารจนประเมินเสร็จ
  • พิจารณา epinephrine autoinjector
  • ไม่ใช้ผลนี้แทน EoE reassessment

มี seasonal rhinitis/asthma

  • ทำ aeroallergen testing ตามข้อบ่งชี้
  • รักษา allergic disease ตามมาตรฐาน
  • บันทึก seasonal relation ของ EoE
  • พิจารณาฤดูกาลเมื่อตีความ endoscopy/biopsy ที่ไม่สอดคล้องกัน

จะนำอาหารที่งดไว้นานกลับมา

  • ประเมิน immediate-allergy risk
  • หากเสี่ยงให้ allergist วางแผน reintroduction
  • หลังรับประทานต่อเนื่องต้องประเมิน EoE ด้วยอาการร่วมกับ endoscopy/biopsy ตามแผน

16. Pitfalls ที่พบบ่อย

1.       สั่ง food allergy panel แล้วตัดอาหารทุกชนิดที่ positive
ทำให้เกิด unnecessary restriction และ malnutrition โดยไม่ได้เพิ่มโอกาสควบคุม EoE อย่างแน่นอน

2.       ใช้ negative milk test เพื่อตัด milk-triggered EoE
นมวัวมี NPV ต่ำที่สุดทั้งใน SPT และ APT และยังเป็น trigger สำคัญของ EoE

3.       ตีความ sensitization ว่าเป็น allergy
ต้องมีประวัติหรือ challenge สนับสนุนสำหรับ immediate allergy

4.       ใช้ IgG/IgG4 panel
เป็น marker ของ exposure มากกว่าปฏิกิริยาก่อโรค

5.       พิจารณาเฉพาะอาหาร แต่ไม่รักษา asthma/rhinitis
Atopic comorbidity มีผลต่อคุณภาพชีวิตและอาจรบกวนการตีความอาการตามฤดูกาล

6.       นำอาหารกลับเองหลังงดเป็นเวลานาน
อาจเกิด immediate reaction แม้อาหารนั้นเดิมทำให้เพียง EoE

7.       ใช้ symptom response ยืนยันอาหารก่อโรค
ต้องพิจารณา histologic response เพราะผู้ป่วยปรับพฤติกรรมกินจนรู้สึกดีขึ้นได้แม้ inflammation ยังอยู่


Bottom line

EoE มีความเกี่ยวข้องกับ food และ environmental allergy อย่างชัดเจน แต่ การตรวจภูมิแพ้ไม่ได้ทำหน้าที่ค้นหา EoE trigger ได้แม่นยำ โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ การระบุ causal food ต้องอาศัย elimination–reintroduction และ esophageal biopsy

บทบาทที่สำคัญที่สุดของ allergist คือ:

  • ค้นหาและรักษา asthma, allergic rhinitis และ atopic dermatitis
  • แยก immediate IgE-mediated food allergy ออกจาก EoE
  • ป้องกัน anaphylaxis เมื่อ reintroduce อาหารที่งดไว้นาน
  • ประเมิน seasonal aeroallergen contribution
  • ช่วยดูแลโภชนาการและความปลอดภัยร่วมกับ gastroenterologist และ dietitian.

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น