Contrast-induced AKI:
Prevention & Management
การป้องกัน Contrast-induced AKI จาก CT ฉีดสารทึบรังสี
1. หลักสำคัญ
- CA-AKI:
AKI ที่เกิดหลังให้ contrast โดยยังไม่ระบุว่า
contrast เป็นสาเหตุ
- CI-AKI:
กลุ่มย่อยที่ประเมินแล้วว่า contrast น่าจะเป็นสาเหตุ
หลังพิจารณาสาเหตุอื่น
- ความเสี่ยง CI-AKI จาก IV
contrast ใน CT ต่ำกว่าที่เคยประเมินในอดีตมาก เพราะ AKI หลังตรวจจำนวนหนึ่งเกิดจาก hypovolemia,
cardiac dysfunction, hemodynamic instability หรือยาอื่น
- ปัจจัยหลักในการตัดสินใจให้ prophylaxis คือ มี AKI อยู่หรือไม่ และ baseline eGFR
- CT ฉุกเฉินเพื่อวินิจฉัยภาวะคุกคามชีวิตไม่ควรล่าช้าเพื่อรอให้
prophylactic hydration ครบ
2. แบ่งความเสี่ยงและข้อบ่งชี้ prophylaxis
หน่วย eGFR: mL/min/1.73 m²
|
สถานะไต |
ความเสี่ยง CI-AKI
จาก IV contrast |
แนวทาง |
|
Stable eGFR ≥45 |
ต่ำมากจนแทบไม่พบในข้อมูลที่ทบทวน |
ไม่ต้อง prophylaxis |
|
Stable eGFR 30–44 |
อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อย
แต่ยังไม่แน่นอน |
โดยทั่วไปไม่ต้อง;
พิจารณารายบุคคลหากมีหลายปัจจัยเสี่ยงร่วม |
|
Stable eGFR <30 และยังไม่ dialysis |
สูงขึ้น
แต่ค่าประมาณกว้างประมาณ 0–17% |
ให้ prophylaxis
หากไม่มีข้อห้าม |
|
Ongoing AKI |
จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง |
พิจารณาทางเลือกการตรวจ
และให้ prophylaxis หากทำได้อย่างปลอดภัย |
|
ผู้ป่วย dialysis |
โดยทั่วไปไม่ใช้ prophylactic
volume expansion |
ไม่ต้องฟอกไตเพิ่มหรือฟอกทันทีเพียงเพราะได้รับ
contrast |
ผู้มีประวัติโรคไตและยังไม่มีข้อมูลการทำงานของไต
ควรตรวจ creatinine และประเมิน eGFR ก่อนตรวจเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
ปัจจัยร่วมที่ควรพิจารณา ได้แก่ hypovolemia,
heart failure, hemodynamic instability และ nephrotoxic
medications ส่วน diabetes เป็นปัจจัยเสริมที่หลักฐานยังไม่สม่ำเสมอ
จึงไม่ควรใช้แทนการประเมินการทำงานของไต
3. แนวทางในผู้ป่วยเสี่ยงสูง
1.
ยืนยันว่าจำเป็นต้องใช้ contrast
พิจารณา noncontrast CT, ultrasound หรือ MRI
หากตอบคำถามทางคลินิกได้แม่นยำเทียบเท่า
และหารือรังสีแพทย์เมื่อไม่แน่ใจ
2.
ประเมิน volume status ก่อนให้สารน้ำ
ให้ prophylactic hydration ในผู้ป่วย euvolemia/hypovolemia
เมื่อเวลาและสภาพผู้ป่วยเอื้ออำนวย ส่วน hypervolemia และผู้ป่วย dialysis โดยทั่วไปไม่ให้ volume
expansion
3.
ใช้ low- หรือ iso-osmolality contrast ซึ่งเป็นมาตรฐานของการตรวจปัจจุบัน
4.
ทบทวน metformin และยาที่เป็นพิษต่อไตตามระดับความเสี่ยง
4. Hydration: เลือก 0.9% NaCl
ยังไม่มีสูตรขนาด อัตรา
และระยะเวลาที่พิสูจน์ว่าเหมาะสมที่สุด สูตรที่ใช้บ่อยในผู้ใหญ่ ได้แก่:
|
สูตร |
ก่อนตรวจ |
ระหว่างและหลังตรวจ |
|
ระยะสั้น |
NS 3 mL/kg ใน 1
ชั่วโมง |
1.5 mL/kg/hr ระหว่างตรวจและต่ออีก 4–6 ชั่วโมง หลังตรวจ |
|
ระยะยาว |
NS 1 mL/kg/hr นาน
6–12 ชั่วโมง |
อัตราเดิมระหว่างตรวจและต่ออีก
6–12 ชั่วโมง หลังตรวจ |
ปรับตามภาวะหัวใจและ volume status; ไม่ควรให้ตามสูตรโดยไม่ประเมินความเสี่ยงน้ำเกิน
- เลือก
NS มากกว่า sodium bicarbonate:
bicarbonate ไม่แสดงประโยชน์เหนือ NS อย่างชัดเจน
อีกทั้งต้องเตรียมสารละลายและเสี่ยงผสมผิด
- ผู้ป่วยนอกเสี่ยงสูง: เลือก IV NS หากทำได้
บางแห่งใช้ oral hydration แต่ยังไม่มีสูตรมาตรฐานหรือหลักฐานเพียงพอให้ถือว่าทดแทน
IV hydration ได้ในกลุ่มเสี่ยงสูง
- เด็ก: หลักฐานจำกัด ส่วนใหญ่ประยุกต์จากผู้ใหญ่;
สูตรสารน้ำที่เหมาะสมยังไม่ชัดเจน
ข้อจำกัดของหลักฐาน: การแนะนำ hydration ในกลุ่ม AKI/eGFR <30
อาศัยหลักฐานทางอ้อมจาก angiography เป็นส่วนหนึ่ง
ขณะที่ trials ในผู้ป่วย CT ซึ่งส่วนใหญ่
eGFR ≥30 ไม่พบประโยชน์ชัดเจน
และพบภาวะแทรกซ้อนจากสารน้ำได้ จึง ไม่ควรให้ prophylactic IV
fluid แก่ผู้ป่วยทุกราย
5. Metformin และยาอื่น
|
ประเด็น |
แนวทางตามเอกสาร |
|
ไม่มี AKI
และไม่จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง |
ไม่ต้องหยุด metformin
เพราะการฉีด IV contrast และไม่ต้องตรวจไตซ้ำเพียงเพราะใช้
metformin |
|
กลุ่มเสี่ยงสูงที่ใช้
metformin |
หยุด ณ
เวลาตรวจหรือก่อนตรวจ และงดต่ออย่างน้อย 48 ชั่วโมง |
|
เริ่ม metformin
ใหม่ |
ประเมินการทำงานของไตก่อน
และเริ่มเมื่อเหมาะสม; หากเกิด AKI รอจนไตดีขึ้น |
|
eGFR <30 |
โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยง
metformin อยู่แล้ว |
|
Nonessential nephrotoxic drugs
ในกลุ่มเสี่ยงสูง |
พิจารณางด 48
ชั่วโมงหลัง contrast ตามดุลยพินิจ;
หากเกิด AKI รอจนไตดีขึ้น |
|
ACE inhibitor/ARB |
ไม่มีหลักฐานสนับสนุนให้หยุดเป็นกิจวัตรเพื่อป้องกัน
CI-AKI จาก CT; การหยุดด้วยเหตุ hypotension/AKI
เป็นอีกข้อพิจารณา |
Metformin ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยง CI-AKI
โดยตรง เหตุผลที่หยุดในกลุ่มเสี่ยงสูงคือ
หากเกิด AKI อาจมียาสะสมและเกิด lactic acidosis
6. ชนิดและปริมาณ contrast
- Low-osmolality
กับ iso-osmolality contrast: โดยรวมไม่พบความแตกต่างด้านความเสี่ยง CA-AKI ที่สำคัญทางคลินิกเมื่อให้
IV จึงไม่มีเหตุผลให้เลือก iso-osmolar ทุกรายเพื่อป้องกันไต
- High-osmolality
contrast มีผลข้างเคียงมากกว่า และไม่ได้ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับ intravascular
administration ในปัจจุบัน
- ใช้ขนาดที่เพียงพอให้ได้ภาพวินิจฉัย: ไม่ลดขนาดเองเพียงเพราะกลัว AKI จนเสี่ยงได้ nondiagnostic scan
- หากต้องให้ซ้ำ ไม่มี cumulative dose threshold ตายตัวที่บังคับให้งดหรือเลื่อนตรวจ
ควรพิจารณาความเร่งด่วนและช่วงเวลารายบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง
7. มาตรการที่ไม่แนะนำเป็นกิจวัตรเพื่อป้องกัน AKI
จาก CT
- N-acetylcysteine
- Prophylactic
hemodialysis/hemofiltration
- RenalGuard
หรือ invasive hemodynamic-guided hydration
- เริ่ม statin, diuretic, vitamin C, fenoldopam หรือยาอื่นเพียงเพื่อป้องกัน CI-AKI
- หยุด ACE inhibitor/ARB เป็นกิจวัตรด้วยเหตุผลนี้อย่างเดียว
ผู้ป่วยที่ฟอกไตประจำ ไม่ต้องฟอกทันทีหลัง
contrast เพื่อกำจัดสาร รักษา residual
kidney function หรือป้องกัน allergic-like reaction โดยทั่วไปฟอกตามนัดเดิมได้ เว้นแต่มีข้อบ่งชี้ทางคลินิกอื่น
จุดใช้จริงใน ED: ไม่มี AKI +
stable eGFR ≥30 →
ส่วนใหญ่ตรวจ contrast CT ได้โดยไม่ต้อง prophylaxis;
ส่วน AKI หรือ eGFR <30 → ประเมินความจำเป็นและ
volume status พิจารณา NS หากเหมาะสม
แต่ไม่ชะลอการตรวจภาวะคุกคามชีวิตเพื่อรอ hydration
การป้องกัน Contrast-associated AKI หลัง angiography
1. ภาพรวมและความเสี่ยง
- CA-AKI คือ AKI ที่เกิดหลังได้รับ contrast โดยไม่ได้ยืนยันว่า contrast เป็นสาเหตุโดยตรง
- พบหลัง intra-arterial procedures มากกว่า IV
contrast CT อาจสัมพันธ์กับโรคร่วม
ความไม่คงที่ของระบบไหลเวียน และ cholesterol embolization จากหัตถการ
- ผู้ไม่มีปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะไม่มี CKD: ความเสี่ยงประมาณ
≤1%
- กลุ่มเสี่ยง
โดยเฉพาะ diabetes ร่วมกับ CKD: รายงานความเสี่ยงหลัง coronary angiography/PCI ประมาณ 10–30%
- ความเสี่ยงสูงใน interventional
coronary angiography โดยเฉพาะ acute MI มากกว่า diagnostic angiography
2. ใครควรได้รับมาตรการป้องกัน
eGFR หน่วย mL/min/1.73 m²
|
กลุ่ม |
เกณฑ์ |
|
เสี่ยง |
eGFR **<60** ร่วมกับ
significant proteinuria: albuminuria >300 mg/day หรือ
proteinuria >500 mg/day |
|
เสี่ยง |
eGFR <60 ร่วมกับ
diabetes, heart failure, liver failure หรือ multiple
myeloma |
|
เสี่ยงแม้ไม่มีโรคร่วม |
eGFR <45 |
|
เสี่ยงสูงที่สุด |
eGFR <30 หรือ
eGFR <45 ร่วมกับ proteinuria และ
diabetes/โรคร่วมอื่น |
ปัจจัยเสริม ได้แก่ hypovolemia,
hemodynamic instability, reduced renal perfusion, ปริมาณ contrast
มาก และการตรวจซ้ำในช่วงใกล้กัน ส่วน
diabetes ที่การทำงานของไตปกติยังไม่แสดงความเสี่ยงเพิ่มอย่างชัดเจน
เกณฑ์นี้ใช้กับ arterial contrast จึงไม่ควรนำไปแทนเกณฑ์ prophylaxis สำหรับ IV
contrast CT โดยตรง
3. มาตรการหลักก่อนและระหว่างหัตถการ
- หลีกเลี่ยง volume
depletion
- งด NSAIDs 24–48 ชั่วโมงก่อนหัตถการ หากทำได้
- ใช้ contrast ขนาดต่ำที่สุดที่ยังให้ผลตรวจ/ทำหัตถการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- หลีกเลี่ยงการตรวจซ้ำภายใน 48–72 ชั่วโมง เมื่อสถานการณ์ทางคลินิกเอื้ออำนวย
- ให้ IV isotonic saline ในกลุ่มเสี่ยง หากไม่มีข้อห้ามต่อ volume expansion
- ไม่หยุด ACE inhibitor/ARB เป็นกิจวัตรเพียงเพื่อป้องกัน
CA-AKI เพราะประโยชน์ยังไม่ชัดเจน
4. Hydration: เลือก 0.9% NaCl
|
สถานการณ์ |
สูตรที่ผู้เขียนใช้ในผู้ใหญ่ |
|
Outpatient/สูตรระยะสั้น |
3 mL/kg ใน 1
ชั่วโมงก่อนตรวจ แล้ว 1–1.5
mL/kg/hr ระหว่างตรวจและต่อ 4–6 ชั่วโมงหลังตรวจ โดยปริมาณหลังตรวจอย่างน้อย 6 mL/kg |
|
Inpatient/มีเวลาเตรียม |
1 mL/kg/hr นาน 6–12
ชั่วโมงก่อนตรวจ ต่อระหว่างตรวจ และอีก 6–12
ชั่วโมงหลังตรวจ |
ต้องประเมิน volume status และความเสี่ยงน้ำเกิน โดยเฉพาะผู้มี heart failure ไม่ควรให้ตามสูตรโดยไม่ปรับตามสภาพผู้ป่วย
- NS เหมาะกว่า hypotonic
saline
- เลือก NS มากกว่า sodium bicarbonate เพราะ bicarbonate ไม่ให้ประโยชน์เพิ่มชัดเจน
ต้องผสม และมีต้นทุนสูงกว่า
- ไม่ใช้ oral hydration หรือ oral salt loading แทน IV hydration ในผู้ป่วยเสี่ยงตามแนวทางนี้
- เด็กยังไม่มีสูตรที่ยืนยันชัดเจน
บางผู้เชี่ยวชาญประยุกต์สูตรตามน้ำหนักจากผู้ใหญ่
ข้อจำกัดของหลักฐาน: Hydration เป็นแนวทางมาตรฐานในกลุ่มเสี่ยง แต่การศึกษามีข้อจำกัด
โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงที่สุด และการให้สารน้ำเองอาจทำให้ heart failure,
hyponatremia หรือ arrhythmia ได้
5. การเลือกชนิด contrast
เลือก:
- Iodixanol:
nonionic iso-osmolal
- หรือ iopamidol/ioversol: nonionic low-osmolal
- หลีกเลี่ยง high-osmolal agents และเลือกสารข้างต้นมากกว่า
iohexol ในกลุ่มเสี่ยง
Iodixanol ไม่ได้เหนือกว่า low-osmolal agents ทุกตัวอย่างชัดเจน
- ประโยชน์ดูเด่นเมื่อเทียบกับ iohexol
- เมื่อเทียบกับ iopamidol/ioversol ไม่พบความแตกต่างของ
AKI ชัดเจน
- ข้อมูลรวมไม่แสดงประโยชน์ชัดต่อ dialysis,
cardiovascular outcomes หรือ mortality
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องเลือก iso-osmolal ทุกราย หากมี nonionic low-osmolal agent ที่เหมาะสม
6. หลักฐานสำคัญ: PRESERVE trial
การศึกษาในผู้ป่วยเสี่ยงสูงที่ทำ scheduled
angiography ประมาณ 5,000 ราย พบว่า:
|
การเปรียบเทียบ |
ผล |
|
Sodium bicarbonate vs NS |
ไม่ลด AKI,
dialysis, persistent kidney impairment หรือการเสียชีวิต |
|
Oral N-acetylcysteine vs
placebo |
ไม่ลดผลลัพธ์ข้างต้น |
จึง ไม่แนะนำ N-acetylcysteine ก่อน angiography ทั้ง oral
และ IV; IV NAC ยังมีความเสี่ยงเกิดปฏิกิริยารุนแรงจากยา
7. การจัดการยาและมาตรการอื่น
|
มาตรการ |
ข้อสรุปตามเอกสาร |
|
ACE inhibitor/ARB |
ไม่งดเป็นกิจวัตรเพื่อป้องกัน
CA-AKI; หลักฐานยังไม่ยุติ |
|
Statin |
ไม่เริ่มเพียงเพื่อป้องกัน
CA-AKI แต่หากมีข้อบ่งชี้อยู่แล้ว เช่น acute MI สามารถเริ่มก่อน angiography ได้ |
|
Diuretic/mannitol |
ไม่ให้ prophylaxis;
ใช้ diuretic เมื่อมีข้อบ่งชี้รักษาน้ำเกิน |
|
Chronic SGLT2 inhibitor use |
มีข้อมูลว่าความเสี่ยง
CA-AKI อาจต่ำลง แต่ยังไม่เพียงพอให้เริ่มยาเพื่อ prophylaxis |
|
Remote ischemic
preconditioning |
มีสัญญาณประโยชน์
แต่ยังต้องยืนยันในกลุ่มเสี่ยงสูง |
|
Inorganic nitrate, sodium
citrate, vitamin C, trimetazidine และ vasodilators |
หลักฐานยังไม่เพียงพอสำหรับใช้เป็นกิจวัตร |
LVEDP-guided hydration: POSEIDON trial พบ CA-AKI
ต่ำกว่าสูตรมาตรฐาน (6.7% vs 16.3%) แต่ไม่ใช่เหตุผลให้ใช้
aggressive fluid ทุกราย
Forced diuresis พร้อม matched fluid
replacement: มีผลการศึกษาที่น่าสนใจ
แต่ยังมีข้อกังวลเรื่องน้ำเกินและ electrolyte disturbances เช่น
hypokalemia จึงไม่ใช่ routine prophylaxis
8. ไม่ฟอกไตเพื่อป้องกัน CA-AKI
- ไม่แนะนำ prophylactic hemodialysis/hemofiltration ในผู้มี CKD
- ผู้ฟอกไตประจำ ไม่จำเป็นต้องฟอกทันทีหลังได้รับ contrast เพื่อกำจัดสาร รักษา residual kidney function หรือป้องกันปฏิกิริยาจาก
contrast
- โดยทั่วไปฟอกตามตารางเดิมได้ ยกเว้นมีข้อบ่งชี้ทางคลินิก เช่น significant
volume overload
9. พยากรณ์โรค
- ส่วนใหญ่การทำงานของไตฟื้นภายใน 5–10 วัน
- ผู้มี CKD รุนแรงเดิมอาจไม่กลับ baseline
- CA-AKI
สัมพันธ์กับผลลัพธ์ระยะสั้นและยาวที่แย่ลง แต่ยังไม่มีหลักฐาน randomized
trial ยืนยันว่ามาตรการป้องกัน AKI เหล่านี้ลด
mortality หรือ major cardiovascular events ได้แน่นอน
ประเด็นใช้จริง: ก่อน angiography
ในกลุ่มเสี่ยง ให้เน้น แก้ volume depletion, งด NSAIDs, ใช้
NS อย่างเหมาะสม และลด contrast ให้เหลือขนาดต่ำสุดที่ยังทำหัตถการได้ผล โดยไม่ใช้ NAC, bicarbonate หรือ prophylactic dialysis เป็นกิจวัตร
Contrast-associated และ contrast-induced
acute kidney injury
1. คำศัพท์สำคัญ: AKI หลังฉีด contrast ไม่ได้แปลว่าเกิดจาก contrast เสมอไป
|
คำศัพท์ |
ความหมายและการใช้ |
|
Contrast-associated AKI
(CA-AKI) หรือ postcontrast AKI |
AKI ที่เกิดหลังได้รับ
contrast โดยยังไม่พิสูจน์สาเหตุ
หรือยังตัดสาเหตุอื่นไม่ได้ |
|
Contrast-induced AKI (CI-AKI)
เดิมเรียก CIN |
กลุ่มย่อยของ CA-AKI
ที่แพทย์ประเมินแล้วว่า contrast น่าจะเป็นสาเหตุ
หลังค้นหาและตัดสาเหตุอื่นอย่างเหมาะสม |
งานวิจัยเก่าจำนวนมากไม่มีกลุ่มควบคุม
จึงอาจประเมินพิษต่อไตของ contrast สูงเกินจริง ขณะที่ AKI
หลังตรวจอาจเกิดจาก hypovolemia, infection, cardiac
dysfunction, hypotension หรือ nephrotoxic exposure อื่นร่วมด้วย
ในทางปฏิบัติ หากยังประเมินสาเหตุไม่ครบ
ควรบันทึกว่า CA-AKI ก่อน
แม้พบสาเหตุอื่นก็ยังเป็นไปได้ว่า contrast มีส่วนร่วม
2. พยาธิกำเนิดที่เสนอ
หลักฐานส่วนใหญ่มาจากสัตว์ทดลอง โดยมี 2 กลไกหลักที่อาจเกิดร่วมกัน:
- Renal
vasoconstriction → medullary
hypoxia เกี่ยวข้องกับความหนืดของ contrast
และการเปลี่ยนแปลง nitric oxide, endothelin และ adenosine
- Direct
tubular cytotoxicity ทำให้ tubular
cell dysfunction หรือ acute tubular injury/necrosis
การฟื้นตัวมักเร็วกว่า ischemic ATN จึงอาจสะท้อนการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง หรือเป็น functional tubular
dysfunction มากกว่า extensive necrosis
3. ลักษณะทางคลินิก
|
ประเด็น |
ลักษณะที่พบบ่อย |
|
เริ่มเกิด |
Serum creatinine เพิ่มภายใน
24–48 ชั่วโมง หลังได้รับ contrast |
|
ความรุนแรง |
ส่วนใหญ่เพิ่มไม่มาก |
|
Urine output |
มักเป็น nonoliguric
AKI |
|
การฟื้นตัว |
Creatinine มักเริ่มลดลงภายใน
3–7 วันหลังได้รับ contrast |
|
Urine sediment |
อาจพบ muddy
brown granular casts, renal tubular epithelial cells และ epithelial
cell casts |
|
ภาวะแทรกซ้อน |
อาจพบ hyperkalemia,
metabolic acidosis และ hyperphosphatemia |
Oliguria, AKI รุนแรง
หรือไตไม่ฟื้นตามช่วงเวลาที่คาด ควรกระตุ้นให้ค้นหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม แม้ CI-AKI รุนแรงจะเกิดได้ โดยเฉพาะผู้ที่มี CKD
ปานกลาง–รุนแรงเดิม
4. การประเมินและวินิจฉัย
CI-AKI เป็น clinical diagnosis อาศัย:
1.
Creatinine เพิ่มในช่วงเวลาสอดคล้องกับการได้รับ
contrast
2.
ประเมินและตัดสาเหตุอื่นของ AKI
อย่างสมเหตุสมผล
การประเมินเบื้องต้นประกอบด้วย:
- ทบทวน baseline creatinine และลำดับเวลาหลังหัตถการ
- ประเมิน volume status, hypotension, infection และ cardiac dysfunction
- ทบทวนยาและการปรับยา เช่น diuretics, ACE inhibitors/ARBs รวมถึงสารที่เป็นพิษต่อไต
- ตรวจ urinalysis พร้อม urine microscopy
และติดตาม electrolyte/acid–base status
การแปลผลปัสสาวะ
- Granular
casts และ tubular epithelial cells สนับสนุน
tubular injury แต่ ไม่จำเพาะต่อ CI-AKI
- ไม่พบ casts ก็ ไม่ตัดโรค
- FENa อาจ <1% ได้ จึงใช้แยก CI-AKI ออกจาก prerenal AKI อย่างเด็ดขาดไม่ได้
- WBC/WBC
casts ชวนคิดถึง interstitial nephritis หรือสาเหตุอื่น
- Dysmorphic
RBCs/RBC casts ชวนคิดถึง glomerular disease
- การไม่พบ active sediment ไม่สามารถตัด interstitial
nephritis หรือ glomerular disease ได้ทั้งหมด
ข้อควรระวังเรื่อง proteinuria
โดยทั่วไป proteinuria ไม่มีหรือมีเล็กน้อย
เว้นแต่มี proteinuric CKD เดิม แต่การพบ albuminuria
ใหม่ ไม่ได้ตัด CI-AKI เพราะ:
- Contrast
บางชนิดรบกวนการตรวจโปรตีน ทำให้ผลบวกเทียมได้ใน 24 ชั่วโมงแรก
- Urine
ACR อาจสูงใน acute AKI จาก urine
creatinine ต่ำและ tubular albumin reabsorption ลดลง
Ultrasound และ kidney biopsy
- ไม่จำเป็นต้องทำ ultrasound ทุกรายในทันที
หากลักษณะเข้าได้กับ CI-AKI ชัดเจน
- พิจารณา ultrasound เมื่อเสี่ยง obstruction,
มี oliguria/AKI รุนแรง หรือ course
ไม่เป็นแบบที่คาด
- Biopsy
ไม่ได้ช่วยยืนยัน CI-AKI โดยทั่วไป
เพราะรอยโรคไม่จำเพาะและโรคมักฟื้นเร็ว; สงวนไว้เมื่อสงสัยสาเหตุอื่น
5. Differential diagnosis โดยเฉพาะหลัง angiography
ควรนึกถึง ischemic ATN, prerenal AKI,
acute interstitial nephritis และ renal
atheroembolism
|
ลักษณะ |
CI-AKI |
Renal atheroembolism |
|
เริ่มไตเสื่อม |
มักภายใน 24–48
ชั่วโมง |
มักช้ากว่า เป็น วันถึงสัปดาห์
หลัง angiography |
|
อาการนอกไต |
ไม่มีลักษณะ embolic
จำเพาะ |
Digital/toe ischemia, livedo
reticularis |
|
ผลตรวจประกอบ |
ไม่มี marker
จำเพาะ |
อาจมี transient
eosinophilia และ complement ต่ำ
แต่ไม่จำเป็นต้องพบ |
|
การดำเนินโรค |
มักเริ่มฟื้นใน 3–7
วัน |
มักยืดเยื้อและฟื้นน้อยหรือไม่ฟื้น |
6. การรักษา
เป็น supportive care ตามหลักการดูแล
AKI
- แก้ไข hemodynamic disturbance และประเมิน volume
status เพื่อให้สารน้ำอย่างเหมาะสม
- หลีกเลี่ยง kidney insult เพิ่มเติมและทบทวนยาที่เกี่ยวข้อง
- ปรับขนาดยาตามการทำงานของไต
- ติดตาม creatinine, urine output, potassium, acid–base และภาวะน้ำเกิน
- เฝ้าระวัง uremic manifestations ในรายรุนแรง
- ให้ kidney replacement therapy ตาม ข้อบ่งชี้มาตรฐานของ
AKI เช่นเดียวกับสาเหตุอื่น
7. พยากรณ์โรค
- ส่วนใหญ่ไตเริ่มดีขึ้นภายใน 3–7 วัน และกลับใกล้ baseline แต่บางรายมี residual
kidney dysfunction
- การต้องฟอกไตพบไม่บ่อย; งานศึกษาหนึ่งในผู้ทำ percutaneous
intervention พบ AKI ที่ต้อง dialysis
<1% ซึ่งไม่ควรตีความเป็นอัตราของผู้ได้รับ contrast
ทุกกลุ่ม
- ผู้มี CKD เดิมเสี่ยง persistent kidney
injury และ CKD progression มากกว่า
- Creatinine
กลับ baseline ไม่ได้ยืนยันว่า GFR
ฟื้นสมบูรณ์เสมอไป
- CA-AKI
สัมพันธ์กับ mortality, cardiovascular events, heart
failure และ dialysis ที่เพิ่มขึ้น
แต่ความสัมพันธ์นี้อาจสะท้อนโรคร่วมและความรุนแรงของการเจ็บป่วย
จึงยังไม่พิสูจน์ว่า contrast เป็นสาเหตุของผลลัพธ์ทั้งหมด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น