Prevention of recurrent Iodinated contrast media reaction
ประเด็นสำคัญ: ต้องแยก
allergic-like reaction ออกจาก
physiologic reaction เพราะแนวทางป้องกันต่างกัน
การเปลี่ยนสารทึบรังสีเป็นอีกชนิดมีบทบาทสำคัญ ส่วน steroid ไม่สามารถป้องกันปฏิกิริยาได้ทั้งหมด
และไม่ควรทำให้การตรวจฉุกเฉินที่จำเป็นล่าช้า
1. ประเมินประวัติปฏิกิริยาเดิมให้ชัดเจน
สอบถามและบันทึก ชื่อสารที่ใช้ อาการ
เวลาหลังได้รับยา ความรุนแรง และการรักษาที่ได้รับ หลีกเลี่ยงการลงประวัติกว้าง
ๆ ว่า “แพ้ไอโอดีน”
- Immediate
reaction: เกิดภายใน 1 ชั่วโมง
ส่วนใหญ่เกิดในไม่กี่นาที และปฏิกิริยาคุกคามชีวิตมักเกิดภายใน 20–30 นาทีแรก
- Delayed
reaction: เกิดหลัง 1 ชั่วโมง
มักเกิน 6 ชั่วโมงจนถึงหลายวัน ส่วนใหญ่เป็น maculopapular
rash หรือ delayed urticaria; premedication ไม่ได้ป้องกันการเกิดซ้ำอย่างแน่นอน
|
ประเภท |
อาการที่สนับสนุน |
บทบาทของ steroid
prophylaxis |
|
Allergic-like |
ลมพิษ คัน angioedema
คอตีบ เสียงแหบ stridor bronchospasm หรือ anaphylaxis |
พิจารณาตามความรุนแรง |
|
Physiologic |
ร้อนวูบวาบ metallic
taste คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ anxiety, vasovagal
reaction, arrhythmia หรือ seizure |
ไม่มีประโยชน์ในการป้องกัน |
Hypotension + bradycardia ร่วมกับเหงื่อออก/คลื่นไส้ สนับสนุน vasovagal reaction ส่วน hypotension ร่วมกับ tachycardia ลมพิษ angioedema หรือ bronchospasm สนับสนุน anaphylaxis แต่ไม่ควรใช้ชีพจรเพียงอย่างเดียวตัด
anaphylaxis ออก
หากมีอาการผสมหรือแยกประเภทไม่ได้
ให้ประเมินความเสี่ยงเสมือนเป็น allergic-like reaction
2. แบ่งความรุนแรงของ allergic-like reaction
|
ระดับ |
ตัวอย่างอาการ |
|
Mild |
ลมพิษหรือคันเฉพาะที่
อาการจำกัดและหายได้เอง |
|
Moderate |
ลมพิษกระจายมาก facial
angioedema โดยไม่มี dyspnea, throat tightness หรือ bronchospasm โดยไม่มี hypoxia |
|
Severe |
Angioedema ร่วมกับหายใจลำบาก,
laryngeal edema/stridor, bronchospasm ร่วมกับ hypoxia หรือ anaphylactic shock |
ปฏิกิริยาซ้ำมักมีความรุนแรงใกล้เคียงครั้งเดิม
ผู้ที่เคยมี severe reaction จึงยังเสี่ยงต่อ severe
recurrence แม้ครั้งหลังเคยได้รับ contrast แล้วไม่เกิดอาการก็ตาม
3. แนวทางเมื่อจำเป็นต้องให้ contrast ซ้ำ
|
ประวัติเดิม |
แนวทาง |
|
Mild allergic-like |
เปลี่ยนเป็น ICM
อีกชนิดเมื่อทำได้; ไม่แนะนำ routine
premedication |
|
Moderate allergic-like |
เปลี่ยนชนิด ICM
และพิจารณา premedication ตามความเสี่ยงและแนวทางของสถาบัน |
|
Severe allergic-like |
ประเมินการตรวจอื่นก่อน
เช่น US, MRI หรือ noncontrast CT; หากจำเป็นต้องใช้
ICM ให้เปลี่ยนชนิด + premedication และตรวจในโรงพยาบาลที่พร้อมกู้ชีพ |
|
Mild–moderate physiologic |
ใช้ได้เมื่อมีข้อบ่งชี้
แจ้งว่าอาการอาจเกิดซ้ำ; ไม่ใช้ steroid
prophylaxis |
|
Severe physiologic |
หลีกเลี่ยงถ้าทำได้;
หากจำเป็นให้ตรวจในสถานที่พร้อมกู้ชีพ โดย steroid ไม่ช่วยป้องกัน |
การไม่ให้ routine premedication ในผู้ที่เคยมี mild immediate reaction และการเปลี่ยนสารทึบรังสีเมื่อทำได้
สอดคล้องกับ ACR–AAAAI consensus ปี 2025
การเปลี่ยนสารทึบรังสี หมายถึงเปลี่ยนตัวยา
เช่น LOCM ชนิดหนึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่ง
ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนยี่ห้อของสารเดียวกัน ทั้งนี้ยังอาจมี cross-reactivity จึงไม่รับประกันว่าจะไม่เกิดอาการ
ผู้ที่เคยมี moderate–severe reaction ควรพิจารณาส่ง allergist เพื่อประเมินและช่วยเลือกสารทางเลือก
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องตรวจซ้ำบ่อย
4. Premedication regimen สำหรับผู้ใหญ่
ใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ตามการประเมินร่วมกับรังสีแพทย์
Elective examination: เลือกหนึ่งสูตร
|
สูตร |
Corticosteroid |
|
Prednisone |
50 mg PO ที่ 13,
7 และ 1 ชั่วโมง ก่อนให้
contrast |
|
Methylprednisolone |
32 mg PO ที่ 12
และ 2 ชั่วโมง ก่อนให้
contrast |
อาจให้ diphenhydramine 50 mg PO ก่อน 1 ชั่วโมง ร่วมด้วย
แต่เป็นส่วนเสริมที่ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนว่าจำเป็น หากต้องการลดอาการง่วง อาจใช้ cetirizine
10 mg PO ตามแนวทางของสถาบัน
Time-sensitive examination: สูตร IV ประมาณ 5 ชั่วโมง
|
สูตร |
Corticosteroid |
|
Hydrocortisone |
200 mg IV ที่ 5
และ 1 ชั่วโมง ก่อนให้
contrast |
|
Methylprednisolone |
40 mg IV ที่ 5
และ 1 ชั่วโมง ก่อนให้
contrast |
ร่วมกับ diphenhydramine 50 mg IV ก่อน 1 ชั่วโมง
ข้อจำกัดที่ต้องทราบ
- สูตร IV ที่สั้นกว่า 4–5 ชั่วโมง ยังไม่มีหลักฐานยืนยันประสิทธิผล
- การให้ steroid เพียงครั้งเดียวก่อนฉีด contrast
ไม่นาน ไม่ควรถูกถือว่าป้องกันได้เพียงพอ
- หลักฐานว่าป้องกัน moderate–severe reaction หรือการเสียชีวิตยังไม่ชัดเจน
- ยังเกิด breakthrough reaction ได้ จึงต้องเตรียมรักษา anaphylaxis แม้ให้ยาครบ
- ผลเสีย ได้แก่ hyperglycemia นอนไม่หลับ
อารมณ์เปลี่ยน ง่วงจาก antihistamine และการวินิจฉัยล่าช้า
5. การตัดสินใจในห้องฉุกเฉิน
หากมีข้อบ่งชี้ที่ต้องตรวจทันที เช่น สงสัย aortic dissection หรือ traumatic aortic injury และการรอ
premedication จะทำให้เสียโอกาสรักษา:
1.
ประเมินร่วมกับรังสีแพทย์ว่ามีการตรวจทางเลือกที่ให้คำตอบได้ทันเวลาหรือไม่
2.
หากจำเป็นต้องใช้ contrast ให้ดำเนินการตรวจโดย ไม่รอให้ครบสูตร premedication
3.
เปลี่ยนชนิด ICM เมื่อทำได้ พร้อมทีมและอุปกรณ์รักษา anaphylaxis/กู้ชีพ
4.
บันทึกเหตุผลและการชั่งประโยชน์กับความเสี่ยง
การงด contrast ทั้งที่จำเป็นอาจลดความแม่นยำของการตรวจและก่ออันตรายจากการวินิจฉัยล่าช้าได้
6. ความเข้าใจผิดและกลุ่มพิเศษ
- แพ้อาหารทะเล/หอย: ไม่ใช่การแพ้ไอโอดีน และไม่ใช่ข้อบ่งชี้ให้ premedication
- แพ้ povidone-iodine: ไม่ได้บ่งชี้ว่าแพ้ ICM
- แพ้ gadolinium หรือ ultrasound microbubble:
ไม่มี molecular cross-reactivity กับ ICM;
ไม่ต้องให้ prophylaxis เพียงเพราะประวัตินี้
- Asthma หรือแพ้ยา/อาหารอื่น: ไม่ใช่เหตุให้หลีกเลี่ยง ICM หรือให้ premedication
เป็นกิจวัตร
- เคยแพ้แต่ได้รับครั้งถัดมาแล้วไม่แพ้: ยังต้องประเมินจากความรุนแรงของปฏิกิริยาเดิม
- ตั้งครรภ์: ไม่ควรงด
premedication ที่มีข้อบ่งชี้เพียงเพราะตั้งครรภ์
- เด็ก: ใช้หลักการประเมินเดียวกัน
แต่ต้องใช้ขนาดยาสำหรับเด็ก
- Oral/intracavitary
ICM: มี systemic absorption และเกิดปฏิกิริยาได้
แม้พบได้น้อยกว่าทาง IV มาก
จุดจำสำหรับเวชปฏิบัติ: Mild allergy →
เปลี่ยนสาร โดยทั่วไปไม่ต้อง premedicate; severe allergy → หาทางเลือกก่อน
หากจำเป็นให้เปลี่ยนสารและเตรียมกู้ชีพ; physiologic reaction → steroid ไม่ช่วย;
การตรวจฉุกเฉินที่จำเป็น → ไม่ควรล่าช้าเพื่อรอ
steroid
มีประโยชน์มากค่ะ ขอแชร์นะคะ
ตอบลบ