Mycosis Fungoides
อาการ การวินิจฉัย การจัดระยะ และการรักษา
Mycosis fungoides (MF) เป็น cutaneous
T-cell lymphoma (CTCL) ที่พบบ่อยที่สุด มีต้นกำเนิดจาก mature
skin-homing T lymphocytes ซึ่งส่วนใหญ่มี CD4-positive
phenotype โรคมักเริ่มจากผื่นเรื้อรังที่ผิวหนัง
และอาจลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง เลือด หรืออวัยวะภายใน
ผู้ป่วยระยะแรกจำนวนมากมีโรคดำเนินช้าและควบคุมได้เป็นเวลานาน
การรักษาจึงต้องพิจารณาระยะโรค ตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง อาการ
และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต โดยหลีกเลี่ยง toxicity ที่เกินความจำเป็น
Sézary syndrome (SS) เป็น CTCL
อีกโรคหนึ่งที่มี erythroderma และ clonal
malignant T cells ในเลือด แม้ใช้ระบบ staging และการรักษาหลายอย่างร่วมกับ MF แต่ไม่ควรถือว่าเป็นเพียงระยะสุดท้ายของ
MF หรือเรียกผู้ป่วย MF ที่มี blood
involvement ทุกรายว่า SS
พยาธิกำเนิด
MF เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของ T-cell
receptor signaling, JAK–STAT, MAPK, NF-κB,
PI3K และ epigenetic regulation ร่วมกับความผิดปกติของ
tumor microenvironment และ immune surveillance
ยังไม่มีหลักฐานว่า HTLV-1 เป็นสาเหตุของ MF ต่างจาก adult T-cell
leukemia/lymphoma (ATL) ซึ่งสัมพันธ์กับ HTLV-1 โดยตรง
อาการและลักษณะทางคลินิก
MF มักเริ่มจากผื่นเรื้อรัง ค่อย ๆ
เพิ่มจำนวนหรือขยายขนาด และอาจถูกวินิจฉัยเป็น eczema, psoriasis หรือ dermatitis เป็นเวลาหลายปีก่อนยืนยันโรค
ตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือบริเวณที่ไม่สัมผัสแสงแดด
เช่น ก้น สีข้าง หน้าท้องส่วนล่าง และเต้านม หรือที่เรียกว่า bathing-trunk
distribution
ลักษณะรอยโรคประกอบด้วย:
|
รอยโรค |
ลักษณะ |
|
Patch |
ผื่นราบ สีแดง
น้ำตาล หรือสีผิวจางลง อาจมีขุยและคัน |
|
Plaque |
ผื่นนูนหนาหรือมี infiltration
มากขึ้น |
|
Tumor |
ก้อนนูนที่มีความหนา/ลึกชัดเจน
ขนาดอย่างน้อย 1 cm อาจแตกเป็นแผล |
|
Erythroderma |
ผิวหนังแดงต่อเนื่องครอบคลุมอย่างน้อย
80% ของพื้นที่ผิวกาย |
ผู้ป่วยอาจมี patch, plaque และ tumor พร้อมกันได้ และ ไม่ใช่ทุกรายจะดำเนินจาก
patch ไป plaque และ tumor
อาการคันเป็นปัญหาสำคัญและอาจรุนแรงจนรบกวนการนอน
แม้ขอบเขตผื่นไม่มาก ส่วน variants ที่พบได้ ได้แก่ hypopigmented
MF, poikilodermatous MF และ folliculotropic MF
Folliculotropic MF มีเซลล์ผิดปกติแทรกในรูขุมขน อาจพบ follicular
papules, alopecia และรอยโรคบริเวณศีรษะหรือคอ
การพยากรณ์ขึ้นกับความลึกและขอบเขตโรค ไม่ใช่ทุกกรณีมีพยากรณ์ไม่ดี
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยต้องประเมินร่วมกันทั้ง ลักษณะทางคลินิก
พยาธิวิทยา immunophenotype และ molecular findings โดยเฉพาะ early MF ซึ่งผล biopsy อาจยังไม่ชัดเจน
ควรสงสัยเมื่อผื่นมีลักษณะเรื้อรังหรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
รูปร่างและขนาดหลากหลาย อยู่ในตำแหน่งที่ไม่สัมผัสแดด มี poikiloderma หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา dermatitis ตามที่คาด
Skin biopsy
อาจต้อง biopsy มากกว่าหนึ่งตำแหน่งหรือทำซ้ำในเวลาต่อมา
โดยควร:
- เลือกรอยโรคที่เป็นตัวแทนและมี infiltration ชัด
- ใช้ punch biopsy ขนาดอย่างน้อย 4 mm และให้ลึกเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อสงสัย folliculotropic disease
- หากสภาพผู้ป่วยเอื้อ หยุด topical corticosteroid และการรักษาที่ลดรอยโรคประมาณ 2–4 สัปดาห์ก่อน biopsy
- แจ้งประวัติ ลักษณะผื่น และการรักษาที่ผ่านมาให้พยาธิแพทย์ทราบ
หากก้อนโตเร็ว เกิด ulceration หรือโรคเปลี่ยนพฤติกรรม ควร repeat biopsy เพื่อประเมิน large-cell transformation
พยาธิวิทยาและ immunophenotype
ลักษณะที่สนับสนุน MF ได้แก่
epidermotropism ของ atypical lymphocytes,
cerebriform nuclei และ epidermotropism ที่ไม่สัมพันธ์กับระดับ
spongiosis
Pautrier microabscesses เป็นกลุ่ม
atypical lymphocytes ใน epidermis ที่ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยอย่างมาก
แต่พบไม่บ่อย และการไม่พบไม่ได้ตัดโรค
Typical phenotype คือ CD3+, CD4+, CD5+ ร่วมกับการสูญเสีย CD7 แต่มี
phenotype อื่นได้ เช่น CD8-positive MF ส่วน CD30 อาจเพิ่มขึ้นเมื่อเกิด large-cell
transformation
TCR gene rearrangement ช่วยสนับสนุน
clonality แต่ไม่สามารถใช้ยืนยัน MF เพียงอย่างเดียว
เพราะ clonal T-cell populations พบใน inflammatory
disorders บางชนิดได้ การพบ clone เดียวกันในรอยโรคต่างตำแหน่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ
ISCL diagnostic algorithm สำหรับ early
MF ใช้ข้อมูล clinical, histologic, molecular และ immunopathologic รวมกัน โดยคะแนนรวมอย่างน้อย 4
สนับสนุนการวินิจฉัย แต่ต้องใช้ตามรายละเอียดของ algorithm
Differential diagnosis
ต้องแยกจาก eczema, psoriasis, drug
eruption, parapsoriasis, photodermatitis และ cutaneous
lymphomas อื่น รวมถึง ATL
พิจารณา HTLV-1 testing เมื่อประวัติทางระบาดวิทยาหรือ clinicopathologic findings ทำให้สงสัย ATL โดยเฉพาะเมื่อมี hypercalcemia,
lymphocytosis หรือ systemic disease เด่น
การประเมินและจัดระยะ
ใช้ระบบ TNMB ได้แก่:
- T:
ขอบเขตและลักษณะผิวหนัง
- N:
ต่อมน้ำเหลือง
- M:
อวัยวะภายใน
- B:
ปริมาณเซลล์ผิดปกติในเลือด
การประเมินประกอบด้วย full skin
examination และ BSA, ลักษณะ patch/plaque/tumor,
ต่อมน้ำเหลือง ตับ ม้าม อาการคัน และคุณภาพชีวิต ร่วมกับ CBC/differential,
chemistry และ LDH
พิจารณา peripheral blood flow cytometry
โดยเฉพาะในผู้มีผื่นกว้าง erythroderma, lymphocytosis, LDH สูง หรือสงสัย blood involvement ส่วน CT/PET-CT
และ lymph node biopsy ใช้ตามระยะและข้อสงสัย
ไม่จำเป็นต้องทำ extensive imaging ในผู้ป่วย limited
early disease ทุกราย
|
Stage |
ลักษณะโดยสรุป |
|
IA |
Patch/plaque <10% BSA ไม่มี significant nodal/visceral disease |
|
IB |
Patch/plaque ≥10%
BSA ไม่มี significant nodal/visceral disease |
|
IIA |
Patch/plaque ร่วมกับ
abnormal peripheral nodes แต่ยังไม่เข้า N3 |
|
IIB |
มี skin
tumor อย่างน้อยหนึ่งก้อน โดยไม่มี B2, N3 หรือ
visceral disease |
|
IIIA |
Erythroderma ≥80%
BSA ร่วมกับ B0 |
|
IIIB |
Erythroderma ≥80%
BSA ร่วมกับ B1 |
|
IVA1 |
B2 blood involvement โดยไม่มี N3 หรือ visceral disease |
|
IVA2 |
N3 nodal involvement โดยไม่มี visceral disease |
|
IVB |
Visceral involvement |
Stage IIA ไม่ได้หมายถึง “reactive node”
เพียงอย่างเดียว ต้องจำแนก nodal histology ตามเกณฑ์
ส่วน B2 เป็นการบอก high blood tumor burden ไม่ใช่ชื่อวินิจฉัย Sézary syndrome โดยอัตโนมัติ
การประเมิน blood burden ด้วย
flow cytometry เน้น absolute count ของ
aberrant T-cell population โดยทั่วไปใช้ B0 <250,
B1 250–<1,000 และ B2 ≥1,000 cells/µL ร่วมกับข้อมูล
clonality และเกณฑ์ประกอบ การวินิจฉัย SS ต้องอาศัย clinical และ hematologic findings
ที่สอดคล้องกัน
หลักการรักษา
เป้าหมายคือควบคุมรอยโรค ลดอาการ ชะลอ progression
และรักษาคุณภาพชีวิต การเลือกวิธีรักษาต้องพิจารณาทั้ง skin, blood, nodes และ viscera เพราะการตอบสนองในแต่ละ compartment อาจไม่เท่ากัน
- Early-stage MF:
IA–IIA ใช้ skin-directed therapy เป็นหลัก
- Advanced-stage
MF: IIB–IV มักต้องใช้ systemic therapy ร่วมกับ skin-directed therapy หรือ radiation
- ไม่ใช้ combination chemotherapy เป็นแนวทางเริ่มต้นตามปกติในผู้ป่วยที่โรคดำเนินช้า
การดูแลทั่วไป
ผู้ป่วยทุกรายควรได้รับ emollients สม่ำเสมอ การลดสิ่งระคายเคือง การดูแลแผล และการรักษาอาการคัน
หากคันมากอาจพิจารณา gabapentin,
mirtazapine หรือยาอื่นตามบริบท โดยติดตาม sedation และผลข้างเคียง การควบคุม lymphoma มักเป็นส่วนสำคัญของการลดอาการคัน
เมื่อสงสัย skin infection ควรเก็บ culture และให้ antimicrobial ตามข้อบ่งชี้ ส่วนการ decolonization เช่น mupirocin
หรือ dilute bleach bath ใช้เฉพาะผู้ป่วยที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำ
การรักษา early-stage MF: IA–IIA
Skin-directed therapy เป็น first-line
และไม่จำเป็นต้องเริ่ม systemic therapy เป็น routine
|
วิธีรักษา |
ผู้ป่วยที่เหมาะสม |
ข้อควรระวัง |
|
High-potency topical
corticosteroid |
Limited patches/plaques |
Skin atrophy, striae และ systemic absorption เมื่อใช้พื้นที่กว้าง |
|
Topical mechlorethamine |
Patch/plaque disease |
Irritant/allergic contact
dermatitis |
|
Narrowband UVB |
Patch และ thin-plaque
disease |
Erythema, dryness และ
cumulative UV exposure |
|
PUVA |
Plaques หรือรอยโรคที่ต้องการ
penetration ลึกกว่า UVB |
Phototoxicity, nausea, eye
protection และ long-term skin cancer risk |
|
Topical bexarotene/imiquimod |
Localized lesions บางราย |
Local irritation; retinoid ต้องระวัง pregnancy |
|
Local radiation |
Solitary หรือ resistant
lesions |
Local skin effects, alopecia |
|
TSEBT |
Extensive หรือ refractory
cutaneous disease |
Erythema, desquamation, alopecia และ nail changes |
หากวิธีแรกไม่ได้ผล อาจเปลี่ยนหรือใช้ skin-directed
modalities ร่วมกันก่อนเพิ่ม systemic therapy
Total skin electron beam therapy (TSEBT) เหมาะเมื่อโรคกว้าง
มี plaques หนา หรือต้องการลด skin burden โดย low-dose ประมาณ 10–12 Gy เป็นทางเลือกที่ใช้บ่อย
เพราะ toxicity ต่ำกว่าและอาจทำซ้ำได้
แต่ความเหมาะสมและระยะเวลาควบคุมโรคแตกต่างจาก conventional-dose treatment
พิจารณา systemic therapy เมื่อโรคดื้อต่อ
skin-directed therapy, มีอาการมาก โรคกว้าง/หนา หรือมี blood
involvement ที่มีความหมายทางคลินิก ทั้งนี้ B1 เพียงอย่างเดียวไม่ได้บังคับให้เริ่ม
systemic therapy ทุกราย
ตัวเลือกที่ใช้บ่อย ได้แก่ oral
bexarotene, low-dose methotrexate และ interferon โดยอาจคง skin-directed treatment ต่อ
Folliculotropic MF ระยะแรกยังรักษาแบบ conservative
ได้ แต่รอยโรคลึกอาจตอบสนองต่อ PUVA หรือ radiation
มากกว่ายาทา ส่วน large-cell transformation ต้องประเมินใหม่และเลือกการรักษาตามขอบเขตโรคกับ
CD30 expression
การรักษา advanced-stage MF: IIB–IV
ไม่มี systemic regimen เดียวที่เหมาะกับทุกคน
ควรเลือกจาก disease compartment, ความเร็วของโรค CD30
expression การรักษาเดิม โรคร่วม และเป้าหมายของผู้ป่วย
Tumor-stage disease
หากมีก้อนจำนวนน้อย local radiation ให้ผลควบคุมเฉพาะตำแหน่งดี และอาจใช้ร่วมกับยาทาหรือ systemic
agents
หากมีก้อนหลายตำแหน่งหรือโรคกว้าง พิจารณา systemic
therapy และ/หรือ TSEBT โดย brentuximab vedotin เป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับ CD30-expressing disease โดยเฉพาะหลังการรักษาเดิม ทั้งนี้ไม่ควรเลือกจากเปอร์เซ็นต์ BSA เพียงอย่างเดียว
ตัวเลือกอื่น ได้แก่ bexarotene,
interferon, methotrexate, HDAC inhibitors, gemcitabine, liposomal doxorubicin หรือ pralatrexate ตามลักษณะและความรุนแรงของโรค
Erythroderma และ blood involvement
มักพิจารณา:
- Mogamulizumab
- Extracorporeal photopheresis
(ECP)
- Bexarotene
- Interferon
- HDAC
inhibitors บางชนิด
Mogamulizumab และ ECP มีบทบาทเด่นในผู้มี
blood involvement ส่วน ECP อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงประเมินผลได้
และใช้ร่วมกับยาอื่นได้
Erythrodermic MF ไม่จำเป็นต้องเป็น SS แต่แนวทางรักษาอาจทับซ้อนกัน
Nodal หรือ visceral disease
ต้องประเมินการตอบสนองนอกผิวหนังแยกจาก skin
response และอาจต้องใช้ systemic treatment ที่เข้มข้นขึ้น
หากมี organ compromise หรือโรคดำเนินเร็ว พิจารณา cytotoxic
therapy เพื่อควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน พร้อมวางแผนการรักษาระยะต่อไป
Radiation ยังมีบทบาทสำหรับ symptomatic
masses หรือรอยโรคเฉพาะตำแหน่ง
ยา systemic ที่สำคัญและการติดตาม
|
ยา |
บทบาท |
Toxicity/monitoring |
|
Bexarotene |
Skin-predominant disease; ใช้ร่วม phototherapy/ECP ได้ |
Hypertriglyceridemia, central
hypothyroidism; ติดตาม fasting lipids, free T4 และ LFT |
|
Methotrexate |
Patch/plaque หรือ erythrodermic
disease บางราย |
CBC, renal function, LFT; ให้เป็นรายสัปดาห์และระวัง drug interactions |
|
Interferon-α |
ใช้เดี่ยวหรือร่วม skin-directed
therapy |
Flu-like symptoms, fatigue,
depression, cytopenias และ thyroid dysfunction |
|
Brentuximab vedotin |
CD30-expressing MF โดยเฉพาะ
tumor/transformed disease |
Peripheral neuropathy, cytopenias
และ infusion reactions |
|
Mogamulizumab |
Blood involvement และ
erythrodermic disease |
Infusion reactions,
drug-associated rash และผลต่อ GVHD risk หากวางแผน
transplant |
|
Romidepsin/vorinostat |
Relapsed/refractory disease ตามข้อบ่งชี้ |
Cytopenias, GI effects, fatigue; ประเมิน ECG/electrolytes ตามยาและความเสี่ยง |
|
Gemcitabine/liposomal
doxorubicin/pralatrexate |
Refractory หรือ rapidly
progressive disease |
Myelosuppression, infection และพิษเฉพาะยา |
Bexarotene ต้องปรับขนาดตาม BSA,
tolerance และ protocol ไม่ควรใช้ขนาดเดียวกับผู้ป่วยทุกคน
ส่วน central hypothyroidism ต้องติดตาม free T4 เพราะ TSH เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ประเมินผิด
Methotrexate ต้องเน้นว่าเป็น weekly
dosing พร้อม folate supplementation ตาม protocol
และปรับ/หลีกเลี่ยงตาม renal function ไม่ควรเหมารวมว่า
CKD ทุกระดับเป็นข้อห้ามเด็ดขาด
Large-cell transformation
ควรสงสัยเมื่อเกิด tumor ใหม่
ก้อนโตเร็ว แผลลุกลาม หรืออาการเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ต้อง repeat biopsy และประเมิน CD30 กับ extracutaneous disease
Localized transformation อาจใช้ radiation
ส่วน multifocal หรือ extracutaneous
disease มักต้อง systemic therapy โดย brentuximab
vedotin เป็นทางเลือกเมื่อ CD30 expression และบริบทเหมาะสม
Combination chemotherapy ใช้เฉพาะบางสถานการณ์
เช่น โรคคุกคามอวัยวะหรือใช้เป็น bridge ไป transplant
เพราะแม้ลด tumor burden ได้เร็ว
การตอบสนองมักไม่ยาวและ toxicity สูง
Allogeneic hematopoietic cell transplantation
Allogeneic HCT มีศักยภาพให้ durable
remission และอาจรักษาหายขาดในผู้ป่วย advanced MF/SS บางราย แต่มีความเสี่ยง GVHD, infection และ transplant-related
mortality
ควรหารือเร็วในผู้ป่วยที่เหมาะสม เช่น progressive
advanced disease, refractory disease หรือ large-cell
transformation โดยพิจารณา physiologic fitness, โรคร่วม และ disease control มากกว่ากำหนดอายุเป็นเกณฑ์ตายตัว
หากมีแผน transplant ต้องประสานทีม
transplant ก่อนเลือก mogamulizumab เพราะอาจเพิ่ม
severe GVHD risk
การติดตามและพยากรณ์โรค
ติดตามชนิดและขอบเขตรอยโรค อาการคัน คุณภาพชีวิต
ต่อมน้ำเหลือง และ toxicity จากการรักษา ผู้มี blood
involvement ควรติดตาม abnormal T-cell population ด้วย flow cytometry ตามความเหมาะสม ส่วน imaging
ใช้ตาม stage และข้อสงสัย progression
เมื่อผื่นหรือก้อนเปลี่ยนรูปแบบ ควรแยกระหว่าง progression,
transformation, infection และ drug eruption ก่อนเปลี่ยนการรักษา
พยากรณ์โรคขึ้นกับ stage เป็นหลัก โดยผู้ป่วย limited patch-stage MF จำนวนมากมีชีวิตยืนยาว
ขณะที่ tumor-stage, significant blood/nodal/visceral involvement, LDH สูง และ large-cell transformation สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
ในผู้ป่วย advanced disease ที่มาด้วยไข้ ซึม hypotension หรือผิวหนังมีแผลกว้าง
ต้องค้นหา skin-source infection และ sepsis ควบคู่กับการประเมิน lymphoma progression
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น