แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ urology แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ urology แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569

Genital Ulcer Disease

Genital Ulcer Disease (GUD)

INTRODUCTION

Genital ulcer disease (GUD) ส่วนใหญ่เกิดจาก sexually transmitted infections (STIs) โดยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ herpes simplex virus (HSV) และ syphilis
การมี genital ulcer เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการแพร่เชื้อ HIV

ความท้าทายทางคลินิกคือ

  • อาการและลักษณะแผลซ้อนทับกัน
  • การติดเชื้อร่วมหลายชนิด (coinfection)
  • ข้อจำกัดของ diagnostic tests โดยเฉพาะในระยะ early disease

ดังนั้นมักต้องอาศัย clinical judgment + empiric treatment ร่วมกับการตรวจยืนยัน


ETIOLOGIES

1. Infectious causes

Sexually transmitted infections

  • HSV-1, HSV-2
  • Treponema pallidum (syphilis)
  • Chlamydia trachomatis L1–L3 (LGV)
  • Haemophilus ducreyi (chancroid)
  • Klebsiella granulomatis (granuloma inguinale / donovanosis)
  • Monkeypox virus (MPXV) (mpox)
  • Occasionally: primary HIV, rarely EBV

Non-sexually transmitted infections (rare)

  • Tuberculosis
  • Amebiasis
  • Leishmaniasis

2. Noninfectious causes

  • Lipschütz ulcer (Non-sexually acquired acute genital ulceration; NAGU)
    • มักพบใน adolescent girls / young women
    • เชื่อว่าเป็น immune-mediated หลัง infection (eg, EBV, CMV, Mycoplasma)
  • Fixed drug eruption
  • Behçet syndrome
  • Inflammatory bowel disease (Crohn’s)
  • Malignancy
  • Trauma / autoimmune diseases

GENERAL APPROACH

ผู้ป่วย genital ulcer ทุกรายควรถือว่า STI เป็นสาเหตุอันดับแรก จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่

Initial evaluation

1.       History

o   Sexual history (partners, practices, protection, MSM)

o   Travel / endemic exposure

o   Medication history

2.       Physical examination

3.       Diagnostic testing

4.       Empiric treatment (ในรายที่เข้าเกณฑ์)

หากผลตรวจลบหรือไม่ตอบสนอง พิจารณาสาเหตุที่พบได้น้อยหรือ noninfectious


CLINICAL EVALUATION

Key history points

  • Recent sexual exposure (90 days)
  • MSM status, HIV status
  • Incubation period vs onset of symptoms
  • Painful vs painless ulcer (ช่วยแยกโรคได้แต่ ไม่ reliable)
  • Recurrent episodes HSV, Behçet, fixed drug eruption
  • Systemic symptoms (fever, malaise, lymphadenopathy)

Painful vs painless (classic teaching)

Condition

Typical pain

HSV

Painful

Chancroid

Painful

Syphilis

Painless (but often atypical)

LGV

Painless early

Granuloma inguinale

Painless

Mpox

Often painful

⚠️ Pain alone ไม่ควรใช้ตัดสิน diagnosis


PHYSICAL EXAMINATION

Ulcer characteristics

  • HSV: grouped vesicles shallow ulcers
  • Syphilis: indurated, well-demarcated chancre
  • LGV: small papule/shallow ulcer lymphadenopathy later
  • Chancroid: deep, ragged, purulent ulcer, undermined edge
  • Granuloma inguinale: friable ulcer, rolled margins
  • Mpox: deep-seated, well-circumscribed, umbilicated lesions, synchronous progression

Lymphadenopathy

  • Tender: HSV, chancroid, LGV
  • Rubbery, non-tender: syphilis
  • Buboes: chancroid, LGV
  • Generalized: consider HIV, mpox

LIMITATIONS OF CLINICAL DIAGNOSIS

  • Presentation often atypical
  • Coinfection common
  • Immunocompromised patients may have severe/atypical disease
    ➡️ Laboratory confirmation is essential

DIAGNOSTIC TESTING

Baseline testing (recommended for all)

  • HSV NAAT/PCR จาก lesion (preferred)
  • Syphilis serology (treponemal + nontreponemal): syphilis IgG, RPR
  • HIV
  • Gonorrhea / Chlamydia NAAT

Additional testing (context-dependent)

  • Mpox PCR isolate immediately if suspected
  • LGV Chlamydia NAAT (cannot distinguish serovar), ± serology
  • Chancroid special culture or PCR (if available)
  • Granuloma inguinale biopsy / Donovan bodies

EMPIRIC TREATMENT

Indications for empiric therapy

  • Known STI exposure
  • Lesions suggestive of HSV
  • High-risk patients with lesions suggestive of syphilis
    • MSM
    • Commercial sex workers
    • Poor follow-up likelihood

Treatment regimens (summary)

Condition

First-line treatment

Primary syphilis

Benzathine penicillin G 2.4 million units IM ×1

Genital HSV (primary)

Acyclovir / Valacyclovir / Famciclovir × 7–10 days

LGV

Doxycycline 100 mg PO BID × 21 days

Chancroid

Azithromycin 1 g PO ×1 or Ceftriaxone 250 mg IM ×1

Granuloma inguinale

Azithromycin 3 weeks until healed

Mpox

Antiviral in selected severe/high-risk cases


KEY CLINICAL PEARLS

  • GUD = STI until proven otherwise
  • HSV + syphilis are most common worldwide
  • Coinfection is possible do not anchor on single diagnosis
  • Early empiric treatment reduces transmission and complications
  • Always test for HIV in genital ulcer patients

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568

Urinary catheters problems

Urinary catheters problems

ประเด็นสำคัญ

  • ตัวแปรลดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุด: ใส่เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ และประเมินความจำเป็นทุกวัน
  • เลือกชนิดสายสวนตาม ข้อบ่งชี้ + ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้; หลีกเลี่ยงสายสวนค้างท่อระยะยาวถ้าไม่จำเป็น
  • เป้าหมายการดูแล: ลด CAUTI, ลดบาดเจ็บท่อปัสสาวะ, ลดการติดเชื้อดื้อยา, รักษาความสบายผู้ป่วย

ข้อบ่งชี้หลัก

  • ภาวะคั่งปัสสาวะ/อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ
  • เก็บปัสสาวะเพื่อ เฝ้าระวัง I/O รายชั่วโมง/รายวัน ในผู้ป่วยวิกฤต หรือระหว่าง/หลังผ่าตัดที่เหมาะสม
  • ผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ/สูติ-นรีเวช/ลำไส้ใหญ่ และหลังผ่าตัดที่ต้องเฝ้าระวังการขยายตัวกระเพาะปัสสาวะ
  • ล้างลิ่มเลือดในภาวะปัสสาวะเป็นเลือด, ให้ยาในกระเพาะปัสสาวะ
  • ความปลอดภัย/ความสบาย/การกลั้นไม่ได้ หลังล้มเหลวการรักษาอนุรักษ์ (เช่น ผู้ป่วยเคลื่อนไหวไม่ได้, neurogenic bladder, ดูแลระยะท้าย)
  • แผลกดทับบริเวณก้นกบ/ฝีเย็บในผู้กลั้นไม่ได้ (เพื่อการหายของแผล)

สิ่งที่ “ไม่ควรใช้”

  • กลั้นปัสสาวะไม่ได้เรื้อรังโดยไม่มีข้อบ่งชี้อื่น ใช้มาตรการอื่นก่อน
  • ใส่เพื่อความสะดวกของบุคลากร/ลดเวลาพาเข้าห้องน้ำ
  • ใส่เพื่อเก็บปัสสาวะตรวจในผู้ที่ ถ่ายเองได้ หรือเก็บเองได้
  • วัดปัสสาวะค้างกระเพาะด้วยสายสวน ใช้ bladder scan ก่อน

เลือกชนิดสายสวน (แนวคิดเร็ว)

  • ระยะสั้น (3 สัปดาห์): urethral Foley มาตรฐาน
  • ต้องใช้เรื้อรัง และไม่มีการคั่งปัสสาวะ: external catheter (ชาย: condom; หญิง: female external urinary devices) > urethral
  • ต้องระบายกระเพาะเป็นประจำ/neurogenic bladder: clean intermittent catheterization (CIC) > indwelling
  • ต้องใช้ระยะยาวแต่ต้องการหลีกเลี่ยงบาดเจ็บท่อปัสสาวะ/ต้องทดลองถ่ายปัสสาวะเอง: suprapubic catheter

หากใช้ >5 วัน: CIC หรือ suprapubic ลด UTI มากกว่า indwelling urethral


External catheters

  • ชาย: condom (เลือกขนาด/กาวในตัว, หลีกเลี่ยงรัดแน่น แผล/เนื้อตาย, สวมถุงมือ, ทำความสะอาดก่อนใส่)
  • หญิง: อุปกรณ์ภายนอกวางชิดท่อปัสสาวะ + ดูดแรงต่ำต่อเนื่อง ลดการใช้ Foley/CAUTI ได้เมื่อมีโปรโตคอลชัดเจน; ต้องเฝ้าระวังผิวหนัง/เชื้อราและการ “ผูกมัดเตียง”

Internal catheters

  • Urethral
    • Indwelling Foley: ระยะสั้น/เฉพาะข้อบ่งชี้, ใส่แบบปลอดเชื้อ
    • Intermittent (CIC): ระยะสั้น/ยาวใน neurogenic bladder; เทคนิค clean เพียงพอ
  • Suprapubic: ใส่โดยศัลยฯ/รังสีร่วมรักษา; ลดบาดเจ็บท่อปัสสาวะ, สะดวกเรื่องเพศ/ทดลองปัสสาวะเอง; ให้ท่อแรกอยู่ 4–6 สัปดาห์ ให้ทางเดินติดก่อนเปลี่ยน

ข้อห้าม/ระวัง

  • ห้ามเด็ดขาด: สงสัยบาดเจ็บท่อปัสสาวะจากอุบัติเหตุเชิงกราน (เลือดที่ meatus/ปัสสาวะเป็นเลือดมาก) RUG (retrograde uretherogram) ก่อน
  • ระวัง: ท่อปัสสาวะตีบ, ผ่าตัด urology ล่าสุด, artificial sphincter (ต้องปิดก่อนและจำกัดเวลาใส่)

เทคนิค CIC (ย่อ)

  • ใช้สายตรงไม่มีบอลลูน (hydrophilic ลด UTI เล็กน้อย/ราคาแพงกว่า)
  • ความถี่สม่ำเสมอ ป้องกัน overdistension; ทำความสะอาดมือ/บริเวณ meatus; ใส่จนปัสสาวะไหล + ดันต่ออีก ~1 นิ้ว ถือรอหมด ถอนช้า ๆ
  • ใช้แล้วทิ้ง หรือใช้ซ้ำ (ล้าง-ตาก-เก็บแห้ง) ได้; ต้องคัดกรองความสามารถทางกาย/สติปัญญา หรือมีผู้ดูแล

การใส่ Foley แบบปลอดเชื้อ (Pearls)

  • ผู้ใหญ่ทั่วไป: 14–16 Fr, บอลลูน 5 mL (ยกเว้น CBI/ลิ่มเลือดใช้ 20–24 Fr & triple-lumen)
  • ชาย BPH/มุมโค้งมาก: coudé หรือ 16–18 Fr; ท่อคับตีบ: 12 Fr
  • ตรวจการไหลของปัสสาวะก่อนเป่าบอลลูน; ผูกยึดสายกับขา ลด traction
  • ทำความสะอาด meatus ด้วยสารละลายในชุด (มีข้อมูลสนับสนุน chlorhexidine 0.1%)

Catheter ชนิดพิเศษ

  • Silicone เหมาะกับใช้ยาว/แพ้ latex/ลด encrustation
  • Triple-lumen สำหรับ irrigation
  • เคลือบ antimicrobial/silver ลดแบคทีเรียในปัสสาวะได้บ้าง แต่ ยังไม่สม่ำเสมอในการลด CAUTI

การดูแลสายสวนค้างท่อ

  • ไม่ให้ยาปฏิชีวนะเชิงป้องกันเป็นกิจวัตร (ยกเว้นกรณีเฉพาะรอบถอดในกลุ่มผ่าตัดบางราย)
  • Meatal care: ล้างด้วยสบู่และน้ำระหว่างอาบน้ำพอ; ไม่ใช้ยาฆ่าเชื้อประจำ
  • รั่วซึมรอบสาย: เปลี่ยน ขนาดใหญ่ขึ้น 2–4 Fr, พิจารณาลดบอลลูน/ให้ยาต้าน muscarinic หาก overactivity
  • ระบบถ่ายปัสสาวะ: ใช้ระบบปิดปลอดเชื้อ มี anti-reflux; ถุงต้อง ต่ำกว่ากระเพาะ เสมอ, สายไม่พับงอ, ใส่ถุงมือทุกครั้งที่จัดการ, ไม่ให้ก๊อกสัมผัสภาชนะรับ
  • ตัวอย่างปัสสาวะ: เพาะเชื้อ ไม่ตักจากถุง; งานเคมีสามารถจากถุงได้แบบปลอดเชื้อ
  • Irrigation: ทำเฉพาะข้อบ่งชี้/ท่ออุดตันครั้งเดียวด้วย NSS; ไม่แนะนำ irrigant ยาฆ่าเชื้อ (เพิ่มดื้อยา)

การถอด/เปลี่ยนสายสวน

  • ถอดให้เร็วที่สุดเมื่อหมดข้อบ่งชี้ ลด CAUTI/ปวดแสบ; ยอมรับว่าการใส่ซ้ำอาจเพิ่มขึ้นบ้าง
  • หลังผ่าตัดที่ไม่ใช่ระบบปัสสาวะ: ถอด เร็ว (วัน 0–1) หากทำได้; ผ่าตัดระบบปัสสาวะให้ศัลยแพทย์เป็นผู้พิจารณา
  • ตัวช่วยระบบ: reminder/automatic stop-order ลดวันใส่ & ลด CAUTI อย่างมีนัยสำคัญ
  • เปลี่ยนตามเวลา? โดยทั่วไป ไม่แนะนำเปลี่ยนตามกำหนดตายตัว; เปลี่ยนเมื่อมีปัญหา (อุดตัน/รั่ว/ชำรุด) หรือพิจารณาเมื่อมี UTI และใส่ >7 วัน
  • ชุมชน/ระยะยาว: มักเปลี่ยนทุก 4–12 สัปดาห์ (ขึ้นกับชนิดท่อ/แนวโน้มเกิดคราบ/นโยบายท้องถิ่น)
  • Suprapubic ใหม่น้อยกว่า 6 สัปดาห์: หากหลุด ติดต่อศัลยแพทย์ทันที (ทางเดินยังไม่ติด)
  • การถอดยาก (บอลลูนแฟบไม่ได้): ตัดพอร์ตบอลลูนก่อน; ห้าม เติมเกินเพื่อทำให้แตก; หากยังไม่แฟบ ให้ผู้เชี่ยวชาญใช้ไกด์/เจาะบอลลูนภายใต้การนำทาง

เคล็ดลับแก้ปัญหาใส่ยาก

  • ไม่ไหลแม้ถึง hub: กดเหนือหัวหน่าวเบา ๆ; irrigate 10–20 mL NSS ถ้าไม่ต้าน; ถ้าต้าน/มีเลือด หยุดและ consult uro
  • ใส่ผิดเข้าช่องคลอด (หญิง): ทิ้งเส้นนั้น แล้วใช้เส้นใหม่ใส่ถูกทาง
  • เจ็บมาก/มีเลือดที่ meatus สงสัยบาดเจ็บท่อปัสสาวะ หยุด/ส่งต่อ

 

One-page order set (ย่อ)

1.       ระบุข้อบ่งชี้ + ตั้ง day-to-day review/reminder/stop-order

2.       เลือกชนิด: External / CIC / Foley / Suprapubic (ตามระยะเวลาและข้อจำกัด U/S)

3.       ใส่แบบปลอดเชื้อ + ขนาดเหมาะสม + ยึดสาย + ระบบปิด/ถุงต่ำกว่ากระเพาะ

4.       ดูแลประจำ: hygiene ธรรมดา, no ABX, no antiseptic meatal care, ตรวจผิวหนัง/การรั่ว/การอุดตัน

5.       วางแผนถอดเร็วที่สุด; ปัญหาเฉพาะ อัปเกรดขนาด/ปรับบอลลูน/ยาต้าน muscarinic/ปรึกษา uro


Noninfectious Complications ของ Urinary Catheters

🔹 ภาพรวม

ภาวะแทรกซ้อนจากสายสวนปัสสาวะ (catheter) ไม่ได้มีเพียงการติดเชื้อ (CAUTI) แต่ยังมี “noninfectious complications” ซึ่ง พบได้บ่อยกว่า (5 เท่าของภาวะติดเชื้อ) และบางครั้งรุนแรงถึงขั้น perforation หรือ necrosis ได้

การใช้สายสวนอย่างมีข้อบ่งชี้และการถอดออกเมื่อไม่จำเป็น คือหัวใจของการป้องกัน


🔸 EXTERNAL CATHETERS (เช่น condom catheter, female external suction device)

ข้อจำกัด: ใช้ได้เฉพาะในผู้ไม่มี obstruction/hematuria และไม่ต้องการ monitor urine hourly

ภาวะแทรกซ้อน

  • ผิวหนังอักเสบ/เปื่อย (maceration, erosion) จากสายรัดแน่น/กาวไม่เหมาะ/ปัสสาวะค้าง
    ป้องกันด้วย: ขนาดพอดี, skin barrier, ทำความสะอาดและพักผิว
  • แพ้ latex/กาว ใช้ silicone และหลีกเลี่ยง adhesive รัดรอบ
  • การกดทับนานเกิน ischemia necrosis/urethral sloughing
    ต้อง debridement หรือ graft repair
  • กลุ่มเสี่ยงสูง: ผู้ไม่มีความรู้สึกเจ็บที่อวัยวะเพศ (เช่น spinal cord injury)

หากมีแผลหรือผิวหนังพัง หยุดใช้ external catheter ชั่วคราว และเปลี่ยนเป็น intermittent หรือ indwelling จนกว่าจะหาย


🔸 URETHRAL CATHETERS (indwelling/intermittent)

พบบ่อยที่สุดในโรงพยาบาลและเป็นแหล่งของ noninfectious complication หลัก

สถิติสำคัญ

  • 57% ของผู้ป่วยที่เคยใส่ Foley มี complication
  • Noninfectious > Infectious (55% vs 11%)

1️ความไม่สบาย (Pain / Spasm)

  • อาการ: เจ็บแสบ, ปวดท้องน้อย, bladder spasm, urgency
  • สาเหตุ: friction, balloon กด, tubing ดึง, underlying pelvic disease
  • การจัดการ
    • เลือกชนิด: hydrogel-coated latex (นุ่มกว่า silicone)
    • จัดสาย: ยึดกับขา, ไม่พับงอ
    • ให้ยา: phenazopyridine (ระวัง CKD), antimuscarinic หรือ β3 agonist ถ้ามี detrusor overactivity

2️ปัสสาวะรั่วรอบสาย (Bypass leakage)

  • สาเหตุ: kink/clot, ถุงสูงกว่ากระเพาะ, bladder spasm
  • แก้ไข: ตรวจ mechanical cause ถ้ายังรั่วให้ anticholinergic/β3 agonist
  • ถ้าเกิดจาก urethral erosion พิจารณาเปลี่ยนเป็น suprapubic tube

3️บาดเจ็บท่อปัสสาวะ (Urethral trauma)

  • ขณะใส่: เจ็บ+เลือดที่ meatus สงสัย false passage
    ใช้ coudé/ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย หรือใส่ผ่าน cystoscope
    หาก abscess/fistula ต้องผ่าตัด drainage
    Severe cases Fournier gangrene ได้
  • ขณะถอด: ดึงออกโดยยังไม่แฟบบอลลูน (เช่น delirium) sphincter เสีย, incontinence
  • Erosion (ระยะยาว):
    • ชาย: meatal erosion hypospadias-like defect / “filet penis” (มักซ่อมไม่ได้)
    • หญิง: leakage เป็นอาการนำ
      ทางเลือกที่ดีที่สุดหากต้องใช้ยาว: เปลี่ยนเป็น suprapubic tube

4️Epididymitis / Orchitis

จากการสวนซ้ำหรือแรงดันย้อนสูง; รักษาตามแนวทาง epididymitis/orchitis


5️Incontinence หลังสวน

จาก sphincter trauma หรือ erosion ต้องประเมินระบบหูรูด


6️Encrustation / Bladder stone

  • จากเชื้อ urease-producing (เช่น Proteus mirabilis) pH สูง เกลือ Ca/Mg ตกผลึก
  • 50% ของ long-term catheter มี encrustation, bladder stone risk 9 เท่า
  • ป้องกัน
    • เพิ่มน้ำดื่ม, citrated fluid, ใช้ silicone catheter, irrigate NSS ถ้าอุดตัน
    • ถ้าเกิดซ้ำบ่อย พิจารณาเปลี่ยนเป็น CIC
  • ไม่แนะนำ irrigant ยาฆ่าเชื้อ

7️Fistula / Perforation / Malignancy

  • Fistula: ปัสสาวะมีลม/อุจจาระ สงสัย enterovesical / colovesical / vesicovaginal fistula
    • เสี่ยง: long-term catheter, มะเร็ง, รังสี, อักเสบ
  • Perforation: hematuria + abdominal pain; อาจมี free air ถ้า intraperitoneal
  • Bladder cancer: ใช้ Foley >10 ปี squamous carcinoma risk hematuria ต้อง cystoscopy ทุกครั้ง

8️Balloon fragment retention

  • บอลลูนแตก ตรวจว่ามีชิ้นส่วนหายหรือไม่
    • ถ้าหาย ต้อง cystoscopy เอาออก
  • ห้ามพยายาม “เติมให้แตก” เพราะชิ้นส่วนจะค้างบ่อย (80%)

🔸 SUPRAPUBIC CATHETERS

Early complications

  • เลือดออก, bowel injury (โดยเฉพาะใส่ตอน bladder ว่าง)
  • เปลี่ยนสายแล้วปลายลอดเข้า urethra อุดตัน/บาดเจ็บได้

Long-term

  • ผิวหนังรอบรูแผลเปื่อย/รั่วเรื้อรัง
  • ต้องให้ tract สร้างตัวก่อน (4–6 สัปดาห์) จึงค่อยเปลี่ยนท่อ

🟢 การป้องกันโดยรวม

1.       ใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น

2.       พิจารณาทางเลือกอื่น: external / intermittent / suprapubic

3.       อบรมบุคลากรและผู้ดูแล ให้ใส่-ถอด-ดูแลถูกวิธี

4.       ถอดทันทีเมื่อไม่จำเป็น (ใช้ reminder หรือ stop-order system)

5.       ไม่เปลี่ยนตามกำหนดเวลาโดยไม่มีเหตุผลทางคลินิก

6.       ระบบปิด (closed drainage), ถุงต่ำกว่ากระเพาะ, หลีกเลี่ยง disconnect

7.       ไม่ irrigate routineทำเฉพาะข้อบ่งชี้ เช่น อุดตัน/เลือดคั่ง


🔻 สรุปย่อสำหรับ Clinical Use

ประเภท

ภาวะแทรกซ้อนหลัก

การป้องกัน/แก้ไข

External

ผิวหนังอักเสบ, necrosis

ขนาดเหมาะ, หยุดใช้เมื่อผิวหนังพัง, พักผิว

Urethral

Pain/spasm, leak, trauma, erosion, encrustation, stone, fistula, perforation, cancer

ลดเวลาการใช้, ใช้ catheter ชนิดเหมาะสม, รักษาความสะอาด, antimuscarinic, hydrating, พิจารณาเปลี่ยนเป็น suprapubic

Suprapubic

Bleeding, bowel injury, leakage

ใส่เมื่อ bladder เต็ม, ให้ tract สร้างตัวก่อนเปลี่ยน


สรุป:
ภาวะแทรกซ้อนของสายสวนปัสสาวะส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วย “indication ที่เหมาะสม + เทคนิคปลอดเชื้อ + การประเมินรายวัน + ระบบปิด + การถอดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้.”

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568

Urinary Tract Obstruction (UTO) และ Hydronephrosis

Urinary Tract Obstruction (UTO) และ Hydronephrosis ในผู้ใหญ่

ภาพรวม

  • UTO = การอุดกั้นการไหลของปัสสาวะ (เฉียบพลัน/เรื้อรัง, บางส่วน/ทั้งหมด, ข้างเดียว/สองข้าง) มักเห็นเป็น hydronephrosis บนภาพถ่าย
  • กลับคืนได้หากคลายอุดกั้นเร็ว; ช้า/ยาวนาน เสี่ยง ไตเสื่อมถาวร/ESKD

ระบาดวิทยาโดยสังเขป

  • เป็นสาเหตุ AKI ที่พบบ้างในบางกลุ่ม (เช่น ผู้สูงอายุ, มะเร็งช่องท้อง/หลังเยื่อบุช่องท้อง)
  • พบบ่อยในชาย (โตขึ้น ต่อมลูกหมากโต) มากกว่าหญิง

สาเหตุ (ตามตำแหน่ง)

  • ไต/โพรงไต (intrarenal/caliectasis): นิ่ว, เลือด/เนื้อตายหลุด, UTI/วัณโรคไต, urothelial CA
  • ท่อไต (hydronephrosis): นิ่ว, urothelial CA, พังผืดหลังเยื่อบุช่องท้อง, ก้อนกดท่อไต, เส้นเลือด/ลิ่มเลือด, สเต้นท์ตัน
  • กระเพาะปัสสาวะ/ท่อปัสสาวะ: ต่อมลูกหมากโต/มะเร็ง, CA กระเพาะปัสสาวะ, ลิ้นกั้นท่อปัสสาวะ, กระเพาะปัสสาวะเส้นประสาทผิดปกติ
  • แปรตามวัย: เด็ก—ความพิการโครงสร้าง; หนุ่มสาว—นิ่ว; สูงอายุ—BPH/มะเร็ง/นิ่ว

พยาธิสรีรวิทยา (ย่อ)

  • แรงดันท่อไต GFR (ต้านแรงดันกรอง) เกิด vasoconstriction, ischemia, อักเสบ/พังผืด (TGF-β ฯลฯ) ท่อไตฝ่อ/พังผืดคั่นเนื้อ
  • คลายอุดกั้น 1 สัปดาห์ ฟื้น GFR ได้มาก; >12 สัปดาห์ ฟื้นน้อย

อาการและสัญญาณ

  • ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ (ถ้าไม่ใช่นิ่ว) มักมาด้วย Cr สูงโดยบังเอิญ
  • อาจพบ: ปวดข้าง/เอวแบบ colic (นิ่ว), ปัสสาวะคั่ง/ปัสสาวะเปลี่ยน (ตั้งแต่ anuria polyuria), ความดันสูง, ปัสสาวะเป็นเลือด/ขุ่น
  • ตรวจร่างกาย: กระเพาะปัสสาวะโป่ง, CVA tenderness บางราย

ตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • Cr สูง: มักต้องเป็น สองข้าง (หรือไตเดี่ยว/มี CKD เดิม)
  • UA: อาจปกติหรือมี RBC/WBC เล็กน้อย; crystalluria ช่วยชี้นิ่ว
  • RTA ชนิด distal แบบ hyperkalemic ใน UTO เรื้อรังพบบ่อย

การวินิจฉัย—แนวทางปฏิบัติ

ตั้งข้อสงสัยสูงเมื่อมี: AKI/CKD ใหม่, อาการปัสสาวะคั่ง, ประวัติ BPH/มะเร็ง/ผ่าตัดอุ้งเชิงกราน/นิ่ว, ปวดเอวเฉียบพลัน, เลือดออกมากทางปัสสาวะ, โรคทางระบบประสาทที่มีผลต่อกระเพาะปัสสาวะ

ลำดับตรวจภาพ

1.       Ultrasound ไต = first-line ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ปลอดภัย, ราคาถูก, Se~95%)

o   พบ: hydronephrosis/hydroureter, ประเมินความรุนแรงแบบเชิงคุณภาพ, ดู cortical thinning

2.       กรณีสงสัยนิ่ว (ไม่ตั้งครรภ์): เริ่มที่ CT ไม่ฉีดสี

3.       สงสัย urinary retention: ทำ bladder scan + postvoid (US volume 300 mL/catheter 200 mL บ่งชี้คั่ง)

4.       ภาพแรกไม่ชัดแต่สงสัยสูง: Nephrostomy + antegrade urography หรือ cystoscopy + retrograde pyelography

5.       หาเหตุเพิ่มเติม: CT (unenhanced ±urography) เมื่อ US ชี้ hydronephrosis แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ


ข้อควรจำ

  • Obstruction โดยไม่มี hydronephrosis: ระยะแรก/diuresis ต่ำ/อุดกั้นบางส่วน
  • Hydronephrosis (non-severe) โดยไม่มี obstruction: diuresis สูง, ตั้งครรภ์, reflux หลังใส่ stent, extrarenal pelvis/peripelvic cysts
  • ไตปลูกถ่าย: UTO พบบ่อยกว่า—US เป็นหลัก; lymphocele/แผลเลือดกดท่อไตพบได้

แยกโรคจากภาพ

  • Peripelvic cysts, extrarenal pelvis, หลอดเลือดดำโป่ง (Doppler ช่วย), hydronephrosis ทางสรีรวิทยาในครรภ์, DI

หลักการรักษา (สรุปเชิงวินิจฉัยเพื่อการจัดการ)

  • เร่งคลายอุดกั้นเมื่อมี: AKI, ปวดควบคุมไม่ได้, ติดเชื้อร่วม/น้ำหนอง, ไตเดี่ยว/ปลูกถ่าย, ปัสสาวะคั่งมาก
    • ตัวเลือก: สายสวน/ใส่ stent ท่อไต หรือ nephrostomy ตามตำแหน่ง/เหตุ
  • รักษาสาเหตุจำเพาะ: นิ่ว (URS/SWL/PCNL), BPH, มะเร็ง, พังผืดหลังเยื่อบุช่องท้อง ฯลฯ

พยากรณ์โรค

  • ขึ้นกับ “ระยะเวลาและความรุนแรงของการอุดกั้น”
  • คลายอุดกั้นเร็ว ฟื้นตัวหลักใน 7–10 วันแรก
  • ระยะยาวอาจเหลือ defect ท่อไต (เสียสมาธิน้ำ/โซเดียม), polyuria, distal RTA

 

เคล็ดลัดคลินิก: ผู้ใหญ่ที่ Cr สูงใหม่โดยไม่มีคำอธิบาย US ไตอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อคัดกรอง UTO; ผู้ป่วยชายสูงอายุที่มี LUTS หรือปัสสาวะคั่ง bladder scan ที่เตียงช่วยวินิจฉัยเร็วและชี้เป้าการระบายปัสสาวะทันที.

 

Nephrolithiasis: pediatric

Nephrolithiasis: pediatric


Epidemiology & Etiology/Risk factors

Key points

  • พบมากขึ้น ต่อเนื่องในทศวรรษหลัง โดยเฉพาะวัยรุ่น (10–19 ปี)
  • ปัจจัยหลัก: ความผิดปกติเมตาบอลิซึมของปัสสาวะ, การติดเชื้อ, และ/หรือ ความผิดปกติโครงสร้างทางเดินปัสสาวะ
  • เด็ก ไม่มี male predominance ชัด แบบผู้ใหญ่; เพศสัมพันธ์กับอายุ (ชายเด่นในทศวรรษแรก, หญิงเด่นในทศวรรษที่สอง)

ระบาดวิทยา (Epidemiology)

  • อัตราเพิ่มขึ้น ทั้งในข้อมูล claims และฐานข้อมูลรัฐ/ประเทศต่าง ๆ
  • แนวโน้มการดูแล: ผู้ป่วยนอก/ER discharge เพิ่มขึ้น; การนอน รพ. สัดส่วนลดลง
  • อายุ: ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ เด่นสุดใน วัยรุ่น
  • เพศ: แตกต่างตามช่วงวัย (ชายมากกว่าในเด็กเล็ก, หญิงมากกว่าในวัยรุ่น)
  • ภูมิศาสตร์: สูงในพื้นที่ endemic (เช่น ตุรกี, ไทย); เมือง > ชนบทในบางประเทศ

องค์ประกอบนิ่ว (โดยประมาณในกุมาร)

  • Calcium oxalate 45–65%
  • Calcium phosphate 6–30%
  • Struvite (infection) 4–13%
  • Cystine 2–5%
  • Uric acid 0–4%
  • Mixed/อื่น ๆ 4–32%

ชนิดนิ่วแปรตาม อายุ–เพศ; ทำ stone analysis เมื่อทำได้ทุกครั้ง


ภาพรวมปัจจัยเสี่ยง (พบได้ถึง ~75–85%)

1.       Metabolic (พบบ่อยที่สุด)

o   Low urine volume/flow

o   Hypercalciuria (commonest), Hypocitraturia, Hyperoxaluria, Hyperuricosuria, Cystinuria

2.       Infection (urease producers: Proteus, Klebsiella, Providencia, Pseudomonas, Enterococcus) struvite/staghorn

3.       Congenital/structural: UPJ obstruction, horseshoe kidney, medullary sponge kidney, ADPKD, neurogenic bladder, bladder augmentation, ฯลฯ urinary stasis


รายละเอียดเมตาบอลิซึมสำคัญ

Hypercalciuria (พบบ่อยสุด)

  • นิยาม: >4 mg/kg/24h (อายุ >2 ปี, อาหารปกติ)
  • กลไก: absorptive (ลำไส้), renal leak (ท่อหน่วยไต), bone resorption
  • ยีน/โรคเดี่ยวที่เกี่ยวข้อง: Dent disease, distal RTA, FHHNC, Bartter, CYP24A1 defect, MEN1 ฯลฯ
  • สิ่งกระตุ้นสิ่งแวดล้อม: เกลือสูง, วิตามิน D เกิน, loop diuretics, glucocorticoids, immobilization
  • คลินิก: hematuria (micro/gross), LUTS; เสี่ยง nephrocalcinosis

Hypocitraturia

  • นิยามเด็ก: citrate <400 mg/g Cr ใน 24h urine
  • สาเหตุ/สัมพันธ์: chronic metabolic acidosis (chronic diarrhea/IBD/short bowel, ketogenic diet, carbonic anhydrase inhibitors—topiramate/zonisamide/acetazolamide, RTA, ifosfamide, toluene ฯลฯ)
  • บทบาท: citrate เป็น inhibitor ของ CaOx/CaP crystallization และ alkalinizes urine

Hyperoxaluria

  • นิยาม: >0.7 mmol (62 mg)/1.73 m²/24h หรือ oxalate/Cr สูงเกินช่วงอายุ
  • สาเหตุ:
    • Primary hyperoxaluria (PH I–III)ออโตโซมรีเซสซีฟ
    • Enteric hyperoxaluria (malabsorption: IBD, bowel resection, CF, pancreatitis)
    • Idiopathic, Excess intake (EG (ethylene glycol)/ascorbic acid/methoxyflurane)
    • Microbiome: ลด oxalate-degrading/butyrate-producing organisms (หลักฐานกำลังพัฒนา)

Hyperuricosuria

  • พบ 2–8%; นิ่ว urate บริสุทธิ์ ในเด็ก พบไม่บ่อย (มักจาก overproduction)
  • สาเหตุเด่น: tumor lysis, lympho/myeloproliferative, Lesch–Nyhan, transporter defects, GSDs (glycogen storage disease), purine diet สูง; idiopathic tubular defect มักร่วม hypercalciuria

Cystinuria

  • ออโตโซมรีเซสซีฟ (SLC3A1/SLC7A9) cystine stones (~5%); hexagonal crystals pathognomonic 20–25%

อื่น ๆ ที่ควรรู้

  • Melamine exposure: ก่อ urolithiasis/AKI ในทารก—นิ่ว ไม่ทึบแสงบน KUB แต่เห็นใน US/CT
  • อาหาร/ยา: high animal protein (urate/Ca/oxalate, citrate), ketogenic diet (นิ่ว 3–10%), ยา: topiramate/zonisamide/acetazolamide (CAI), furosemide, vit D เกิน, allopurinolxanthine stones (หายาก), บาง antibiotic PO เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในเด็กเล็ก/ขนาดสูง/นาน

การติดเชื้อ (Infection-related stones)

  • Urease-producing bacteria pH, ammonium struvite ± carbonate apatite, โตเร็ว/แตกแขนง (staghorn)
  • เด็กชายพบร่วมมากในอายุน้อย; แต่สัดส่วน struvite โดยรวม ~5%
  • Matrix concretion: mucoid radiolucent material นิ่วเร็ว
  • Xanthogranulomatous pyelonephritis (XGP): 70% มีนิ่วอุดกั้น ไตเสื่อมการทำงาน; มักต้อง nephrectomy/partial

ความผิดปกติโครงสร้าง (Structural)

  • พบ ~10–25%: UPJ obstruction (สัมพันธ์แม้ซ่อมแล้ว), horseshoe kidney, medullary sponge, ADPKD, neurogenic bladder, bladder augmentation, exstrophy stasis/turbulence ส่งเสริม crystallization

Practical tips (สำหรับคลินิก/ER)

  • เด็กที่มี hematuria + hypercalciuria เฝ้าระวังนิ่วภายใน 1–2 ปี
  • คัดกรองเมตาบอลิซึม เมื่อยืนยันนิ่ว/สงสัยสูง: 24-hr urine (หรือสุ่มตามอายุ), BMP, Ca/P, uric acid; urine pH, citrate, Ca/Cr, Ox/Cr
  • ทบทวนยา/อาหาร: เกลือ, โปรตีนสัตว์, ketogenic diet, CAIs, loop, vit D, antibiotics
  • ค้นหา UTI/โครงสร้างร่วม (US ไต–กรวยไต; พิจารณา further imaging ตามอายุ/ภาวะ)

 

สรุปสั้นสำหรับจำ

  • เด็กเป็นนิ่วมากขึ้น โดยเฉพาะ วัยรุ่น
  • สามเสาหลัก: เมตาบอลิซึมผิดปกติ (นำโดย hypercalciuria/hypocitraturia), UTI-strvite, urinary stasis จากโครงสร้าง
  • จัดลำดับตรวจ: stone analysis (ถ้าได้) metabolic screen ค้นหา infection/structural วางแผนป้องกันซ้ำเฉพาะราย

อาการทางคลินิกและการวินิจฉัยนิ่วทางเดินปัสสาวะในเด็ก

Key messages

  • เด็กเล็กมักมาด้วยอาการ ไม่จำเพาะ (ปวดท้อง คลื่นไส้ ปัสสาวะแสบขัด) พอ ๆ กับอาการคลาสสิก (ปวดสีข้าง–เอว, hematuria)
  • คิดถึงนิ่ว เมื่อมีปวดท้อง/หลังเฉียบพลันร่วม hematuria หรือมีประวัตินิ่วส่วนตัว/ครอบครัว
  • UTI + ทางเดินปัสสาวะอุดกั้น = ภาวะฉุกเฉิน ต้อง ระบายทางเดินปัสสาวะทันที

การนำเสนอทางคลินิก (ขึ้นกับอายุ)

  • ปวด: พบบ่อยที่สุด (1/3–1/2) ตำแหน่งหลากหลาย—ท้อง หลัง เอว ขาหนีบ อวัยวะเพศ; วัยรุ่นมักบอก renal colic ชัดเจน และเป็นสาเหตุหนึ่งของ recurrent abdominal pain
  • Hematuria: gross 30–55% (ปัสสาวะสีแดงมากกว่าน้ำโคล่าแบบ GN); แทบทั้งหมดมี microscopic hematuria
  • Dysuria/urgency: 10–36%; UTI พบร่วมได้ ~30–36% ตอนมาโรงพยาบาล และเกิดซ้ำได้
  • GI symptoms: คลื่นไส้/อาเจียนได้ถึง ~56%
  • Asymptomatic: 15–43%—พบบ่อยในเด็กเล็ก (<6 ปี) จากนิ่วที่ไม่อุดกั้นท่อไต ตรวจพบจากภาพถ่ายด้วยเหตุอื่น/คัดกรองครอบครัว

สัญญาณเตือน (ต้องแอคชันเร็ว)

  • ไข้ หนาวสั่น ปวดเอวร่วม UTI
  • อาการช็อก/ติดเชื้อกระแสเลือด (tachycardia, hypotension)
  • หลักฐาน obstruction + infection/AKI ส่งต่อ urology ระบายทางเดินปัสสาวะด่วน

การประเมินเริ่มต้น

ประวัติที่เพิ่มโอกาสเป็นนิ่ว

  • นิ่วในอดีต/ญาติสายตรงมีนิ่ว (ระวัง โรคโมโนยีน: cystinuria, Dent, PH, ฯลฯ)
  • โครงสร้างไต/ทางเดินปัสสาวะผิดปกติ (เช่น UPJ obstruction)
  • โรคพื้นฐานเสี่ยง: Lesch-Nyhan, IBD/CF/short bowel (hyperoxaluria), ketogenic diet
  • ยาเสี่ยง: furosemide, topiramate/zonisamide/acetazolamide (CAI), sulfadiazine, allopurinol, high-dose vit C/D, ceftriaxone ฯลฯ
  • ประวัติ UTI ซ้ำ โดยเฉพาะ urease-producing (Proteus, Klebsiella เป็นต้น)

ตรวจร่างกาย

  • ชีพจร/ความดัน/อุณหภูมิ (คัดกรองติดเชื้อ/ช็อก)
  • ท้อง–กระเพาะปัสสาวะโต
  • การเติบโต (ชะงักโตชวนคิด RTA/Dent)
  • ความดันสูง/บวม พิจารณา glomerular disease

ห้องปฏิบัติการเริ่มต้น

  • Urinalysis + sediment: หา RBC, WBC/LE/nitrite (สงสัย UTI), สังเกต crystals
    • Cystine (หกเหลี่ยม) วินิจฉัย cystinuria
    • CaOx, CaP, uric acid, phosphate; ยาบางชนิดตกผลึก (เช่น sulfadiazine)
  • Urine culture: ถ้ามีอาการ/UA เข้าได้กับ UTI
  • Renal function: Cr/CysC เมื่อสงสัยอุดกั้น, ไตเดียว, CKD
  • การคัดกรองเมตาบอลิซึม: เลื่อนหลังพ้นระยะเฉียบพลัน—ดูด้านล่าง
  • Pregnancy test เมื่อเหมาะสม (วัยรุ่นหญิง)

การยืนยันการวินิจฉัย (Imaging)

  • Ultrasound ไต–ทางเดินปัสสาวะ = first-line (เห็นนิ่ว radiolucent ได้, ประเมิน hydronephrosis)
    • ข้อจำกัด: นิ่วเล็ก/นิ่ว calyx/ureter; ผู้ตรวจเชี่ยวชาญช่วยเพิ่มความไว
  • ถ้า US ไม่พบและยังสงสัยสูง (ยังไม่ผ่านนิ่ว): Non-contrast helical CT (low-dose pediatric protocol) เมื่อไม่มีข้อห้ามการฉายรังสี
  • พื้นที่จำกัดทรัพยากร: KUB ช่วยได้ (ไว~60%) เฉพาะนิ่วทึบแสง
  • แนะนำกรองปัสสาวะ เก็บนิ่วเพื่อ stone analysis ทุกครั้งที่ทำได้

แยกโรคสำคัญ

  • UTI เดี่ยว: มักดีขึ้นภายใน 24–48 ชม. หลังยาปฏิชีวนะ; ถ้าไม่ดีขึ้นให้ ถ่ายภาพ หาอุดกั้น/นิ่ว
  • สาเหตุปวดท้องเฉียบพลันอื่น: appendicitis, intussusception, ovarian torsion/ซีสต์, gastroenteritis ฯลฯ (เลือกภาพตามคลินิกและวัย)

การประเมินปัจจัยเสี่ยงพื้นฐาน (ทำเมื่อพ้นเฉียบพลัน กลับสู่กิจวัตรปกติ)

Stone analysis

  • ส่งนิ่ว/ชิ้นนิ่วที่ได้จาก ผ่านเอง/ผ่าตัด ไปแลบที่เชี่ยวชาญ—กำหนดทิศทาง workup/ป้องกัน

Serum tests (คัดตามเคส)

  • CBC, BMP, Ca/P/Mg, uric acid, ALP
  • ถ้า Ca/P ผิดปกติ PTH, 25(OH)D, 1,25(OH)D
  • ชี้แนะ:
    • Hypercalcemia/Hypophosphatemia นึกถึง HPT/โรคพันธุกรรม
    • HCO₃⁻ ต่ำ distal RTA/เมตาบอลิกแอซิโดซิส
    • Hypomagnesemia FHHNC ฯลฯ

Urine tests

  • 24-hr urine (พึงประสงค์): volume, Osm, Cr (ความครบถ้วน), Ca, Ox, UA, Na, K, Mg, P, NH₄⁺, SO², citrate, และ supersaturation (CaOx/CaP/UA)
  • Spot urine (ทารก/ทำ 24 ชม. ยาก): ใช้ ratio/Cr ตามเกณฑ์อายุ
  • นิยามสำคัญ
    • Hypercalciuria: > 4 mg/kg/24h (อายุ >2 ปี)
      • Spot Ca/Cr upper limit: <0.8 (6 เดือน), <0.6 (6–12 เดือน), <0.2 (2 ปี)
    • Hyperoxaluria: > 0.7 mmol (62 mg)/1.73 m²/24h หรือ Ox/Cr > ช่วงอายุ
    • Hyperuricosuria: Uric acid/GFR < 0.56 mg/dL เป็นปกติ (สูตรคำนวณตาม UCr/PCr); มีค่าอ้างอิงรายอายุ
    • Cystinuria: cystine > 400 mg/day (ปกติ <30 mg/day) หรือ cystine/Cr สูงตามอายุ
    • Hypocitraturia (เด็ก): citrate < 300–400 mg/g Cr (ใช้ได้ 300 mg/g Cr เป็น conservative)

พิจารณา genetic testing

  • เด็กเล็กมาก/มีลักษณะชี้นำ (PH, cystinuria, Dent, 24-hydroxylase deficiency, SLC34A1/3 ฯลฯ)

 

เวิร์กโฟลว์สั้น ๆ (คลินิก/ER)

1.       คัดกรองฉุกเฉิน: ไข้ + ปวดเอว + UA เข้ากับ UTI ให้ยาปฏิชีวนะ + ระบายทางเดินปัสสาวะทันที ถ้ามี obstruction/AKI

2.       UA + culture + Cr (±CysC) US เป็นอันดับแรก

3.       ไม่พบ/ยังสงสัยสูง low-dose non-contrast CT

4.       กรองปัสสาวะ เก็บนิ่ว; นัด metabolic workup หลังพ้นเฉียบพลัน

5.       วางแผนป้องกันซ้ำ: ปรับพฤติกรรม/โภชนาการเฉพาะความผิดปกติ + ประเมินซ้ำตาม supersaturation


การดูแลเฉียบพลันนิ่วไต/ท่อไตในเด็ก

เป้าหมายหลัก

  • บรรเทาปวด + เฝ้ารอการขับนิ่วเอง (เมื่อปลอดภัย)
  • ผ่าตัด/ระบายฉุกเฉินเมื่อมี ปวดควบคุมไม่ได้, อุดกั้น, หรือ การติดเชื้อ

ใครต้อง Admit/ส่งฉุกเฉิน

  • ไข้ร่วมอาการชี้นำ อุดกั้น หรือ sepsis
  • ไตเดี่ยว/ไตปลูกถ่าย ที่มีนิ่วท่อไต
  • AKI/เสี่ยงขาดน้ำ/กินยา–ดื่มไม่ได้ ต้องให้ IV
  • ปวดรุนแรงไม่ตอบสนองยา

การพยาบาลและการรักษาเบื้องต้น (ทุกราย)

  • Hydration: ให้สารน้ำเพื่อแก้ขาดน้ำ/อาเจียน (ไม่เน้น “บังคับปริมาณสูง” เพื่อขับนิ่ว)
  • Antiemetic ตามอาการ
  • Pain control
    • หลีกเลี่ยง NSAIDs ถ้าขาดน้ำ/AKI/CKD
    • Outpatient: ให้ NSAID + acetaminophen แบบจัดตาราง; พิจารณา opioid เฉพาะจำเป็น ระวังใช้ให้น้อยที่สุด
    • ED/Inpatient (ไตปกติ):
      • Morphine IV 0.05–0.1 mg/kg q2–4h (สูงสุด 2 mg/ครั้ง)
      • Ketorolac IV 0.5 mg/kg q6h (สูงสุด 30 mg); หยุดภายใน 72 ชม. และหยุดก่อนผ่าตัด 3 วัน
  • คัดกรอง UTI: UA/Urine culture ทุกรายที่สงสัย; เริ่ม antibiotic เชิงประจักษ์ ถ้าคลินิกเข้าได้ ขึ้นกับความรุนแรง/เสี่ยงดื้อยา
  • Obstruction + UTI/urosepsis หรือ UPJ/UVJ ติดนิ่ว: ระบายทางเดินปัสสาวะทันที (double-J stent หรือ PCN) รักษาเชื้อ ค่อยเอานิ่ว

Expectant management (คัดรายที่ปลอดภัย)

  • นิ่วไต <7 มม. ไม่มีปัญหา: เฝ้าระวัง + US ติดตามเป็นระยะ
  • นิ่วท่อไต <10 มม. (โดยเฉพาะ <5 มม.): โอกาสหลุดสูง
    • ให้ “trial of passage” 2–4 สัปดาห์ ถ้า: ไม่มี UTI/ไตเดี่ยว/ปวดคุมได้/ตามใกล้ชิดได้

Medical expulsive therapy (MET) สำหรับ นิ่วท่อไตส่วนปลาย

  • พิจารณาเมื่อขนาด 5–10 มม. (ใช้ได้ในเล็กกว่านี้แต่ประโยชน์น้อยลง)
  • Tamsulosin (ออฟเลเบลในเด็ก; ชี้แจงผู้ปกครองเรื่องเวียนหัว/orthostatic hypotension; ให้ตอนเย็น)
    • อายุ 2–4 ปี: 0.2 mg qHS
    • 5 ปี: 0.4 mg qHS
    • แคปซูลเปิดโรยโยเกิร์ต/แอปเปิลซอสได้
  • หากเลือก trial: นัดติดตามใกล้ชิด; ยืนยันการขับนิ่ว ด้วย “ได้ก้อนจริง” หรือ US เห็นนิ่ว/น้ำย้อนหาย

ข้อบ่งชี้ผ่าตัด

ด่วน (urgent)

  • ปวด/อาเจียนรุนแรง ไม่ตอบยา
  • UTI ร่วมกับนิ่ว ระบาย + ยาปฏิชีวนะ จัดการนิ่วแบบ staged
  • Obstruction ทำให้ไตเสื่อม ระบาย/เอานิ่ว
  • ไตเดี่ยว/ปลูกถ่าย มีนิ่วท่อไต (แม้ไม่อุดกั้นชัด) จัดการเร็ว

ไม่ด่วน (elective)

  • นิ่วท่อไต <10 มม. ไม่หลุดใน 2–4 สัปดาห์
  • นิ่วท่อไต 10 มม. เอานิ่วเร็ว
  • นิ่วไต 7 มม.
    • 7–10 มม.: สังเกตได้/ผ่าตัดได้—ใช้ shared decision
    • 10 มม.: แนะนำผ่าตัด

ทางเลือกการผ่าตัด (เลือกตามขนาด/ตำแหน่ง/องค์ประกอบ/กายวิภาค/ทรัพยากร)

  • URS + laser lithotripsy (ใช้บ่อยที่สุด): stone-free สูง; อาจต้อง stent; เด็กเล็กมักต้อง prestent เพื่อขยายท่อไตแบบ passive
  • SWL: ดีสุดเมื่อ <10 มม. ที่ renal pelvis/proximal ureter; เด็กเล็กต้องดมยาสลบ/เฝ้าระวัง steinstrasse; ประสิทธิผลลดที่ distal ureter/lower pole; นิ่วแข็ง (cystine/COM) แตกยาก
  • Mini-PCNL/PCNL: เลือกแรกเมื่อ >20 มม. หรือ staghorn/struvite; stone-free สูงแต่เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนมากกว่า ต้องอุปกรณ์กุมารเฉพาะทาง

นิ่วพิเศษ

  • Uric acid: นิ่วไตที่ไม่อุดกั้น <25 มม. ด่างปัสสาวะด้วย potassium citrate/บิคาร์บ ให้ pH เป้าหมาย ~6.5–7 เพื่อสลายนิ่ว (ไม่เหมาะกับนิ่วท่อไต)
  • Struvite (infection stone): ไม่แนะนำรอหลุด; ต้อง กำจัดนิ่วทั้งหมด + รักษาเชื้อ (มักต้องผ่าตัด)

Ureteral stent – เมื่อไรควรใช้

  • ก่อนผ่าตัด: อุดกั้น + UTI/ปวดมาก เพื่อระบายและวางแผน URS แบบ staged
  • หลังผ่าตัด: พิจารณาเมื่อมี การขูด/ขยายท่อไตมาก, bilateral URS, เสี่ยงบวม/ก้อนเลือด/เศษนิ่วอุดกั้น
  • SWL: อาจใส่เมื่อก้อนใหญ่ ลดเสี่ยงอุดกั้น (แต่เพิ่ม LUTS)
  • PCNL: มักใช้ nephrostomy มากกว่า; stent ได้ตามดุลยพินิจ
  • คุยล่วงหน้าเรื่อง stent with string เพื่อลดการดมยาสลบตอนถอด (เลือกเคสที่เหมาะ)

คำแนะนำจำหน่าย/ติดตาม

  • สอน กรองปัสสาวะ เก็บก้อนส่ง stone analysis
  • ใบกลับบ้าน: สัญญาณอันตราย (ไข้ หนาวสั่น ปวดกำเริบ อาเจียนกินไม่ได้ ปัสสาวะไม่ได้/น้อยลง) กลับ ER
  • นัด US ติดตาม ตามแผน 2–4 สัปดาห์ หรือเร็วกว่าเมื่ออาการเปลี่ยน
  • วางแผน metabolic workup และ ป้องกันซ้ำ หลังพ้นเฉียบพลัน

 

เวิร์กโฟลว์สั้น ๆ

1.       ประเมินฉุกเฉิน: ชีพจร/ความดัน/ไข้ UA+Cx พิจารณา US (แรก)

2.       สงสัย UTI เริ่ม antibiotic; ถ้า อุดกั้น/ไตเสื่อม/ไข้สูง stent/PCN ด่วน

3.       ปวด: NSAID ± opioid; ระวังไต

4.       เลือกแผน:

o   ท่อไต <5 มม. trial 2–4 wk ± tamsulosin

o   ท่อไต 5–10 มม. trial ± tamsulosin หรือผ่าตัด

o   ท่อไต 10 มม. / ไต >10 มม. ผ่าตัด

5.       ติดตาม: ยืนยันหลุด/ภาพตาม 2–4 สัปดาห์


การป้องกันนิ่วทางเดินปัสสาวะซ้ำในเด็ก

หลักคิด

  • เด็กที่เคยมีนิ่วมี อัตราเกิดซ้ำสูง (30–70%) โดยเฉพาะถ้ามีความผิดปกติเมตาบอลิซึม ต้อง ค้นหาปัจจัยเสี่ยง และ แก้ไขเชิงรุก หลังพ้นระยะเฉียบพลัน

เวิร์กอัปเบื้องต้น (ทำเมื่อเด็กกลับสู่กิจวัตร/กินปกติ/ไม่มีติดเชื้อ)

ส่งก้อนนิ่วที่ได้ ทุกครั้งเพื่อวิเคราะห์ส่วนประกอบ
เลือด: CBC, BMP, Ca/P/Mg, uric acid, ALP ± PTH, 25(OH)D, 1,25(OH)D (เมื่อ Ca/P ผิดปกติ)
ปัสสาวะ:

  • 24 ชม.: ปริมาตร, Osm, Cr, Ca, Oxalate, Uric acid, Na/K/Mg/P, NH₄⁺, Sulfate, Citrate + คำนวณ supersaturation (CaOx, CaP, UA) และดู Cr รวมเพื่อประเมินความครบถ้วน
  • กรณีทำ 24 ชม. ยาก: ใช้ค่าส่วน สาร/Cr แบบ spot ตามเกณฑ์วัย
  • UA: SG, pH, คริสตัล (hexagonal = cystine; ฟอสเฟตในปัสสาวะด่าง >7 ชี้ CaP/struvite), โปรตีน (สงสัย Dent disease ตรวจ LMWP)
  • ชี้บ่งตรวจพันธุกรรม เมื่อเอนเอียงโรคโมโนเจนิก (เช่น primary hyperoxaluria, cystinuria, Dent, CYP24A1, SLC34A1/3 ฯลฯ)

เกณฑ์สำคัญ (ตัดตอนที่ใช้บ่อย)

  • Hypercalciuria (2 ปี): Ca >4 mg/kg/24 ชม. | <2 ปี: ใช้ Ca/Cr ตามวัย
  • Hyperoxaluria: Oxalate >0.7 mmol/1.73 m²/24 ชม. หรือ Ox/Cr สูงเกินเกณฑ์วิธีตรวจ
  • Hyperuricosuria: UA/GFR <0.56 mg/dL ถือว่าปกติ (คำนวณจาก random urine)
  • Cystinuria: Cystine >400 mg/วัน หรือ Cys/Cr สูงตามวัย
  • Hypocitraturia: Citrate <300 mg/g Cr (เด็ก)

เป้าหมายการป้องกัน (ทุกคนทำ)

ดื่มน้ำมากพอ ให้ปัสสาวะ 24 ชม. อย่างน้อย:

  • ทารก 750 mL | <5 ปี 1000 mL | 5–10 ปี 1500 mL | >10 ปี 2000 mL | วัยรุ่น 2.5–3 L
    โภชนาการพื้นฐาน
  • หลีกเลี่ยงโซเดียมสูง, โปรตีนสัตว์ “พอดีตามวัย”, ผักผลไม้มากพอ, โพแทสเซียมเพียงพอ
  • แคลเซียม “ไม่งด”คงไว้ตาม RDA (ห้ามต่ำเกินไป) และ หลีกเลี่ยงวิตามิน D เกินเหตุ (ยกเว้นขาดจริง)

การรักษาเฉพาะเมตาบอลิซึม

Hypercalciuria

  • เริ่ม: ลดเกลือ + ปรับอาหาร 3–6 เดือน
  • ไม่พอ: Thiazide (HCTZ/Chlorthalidone) ± Amiloride (คัดรายรุนแรง); เฝ้าระวัง Na/K/ครีเอตินีน
  • K-citrate อาจช่วย (จับ Ca) แต่ใช้ระวังใน นิ่ว Ca-phosphate เพราะทำให้ปัสสาวะด่าง

Hyperoxaluria

  • Idiopathic: น้ำมาก, Ca carbonate/ citrate พร้อมมื้ออาหาร (จับ oxalate ในลำไส้), ลดอาหาร oxalate สูง/วิตามิน C เกิน, คง Ca ตาม RDA
  • Enteric (ไขมันดูดซึมผิดปกติ): เพิ่มจากข้างบนด้วย low-fat diet, Mg/pyrophosphate, ± cholestyramine และรักษาโรคต้นเหตุ
  • Primary hyperoxaluria: ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ (แนวทางเฉพาะโรค)

Hyperuricosuria/นิ่วยูริก

  • น้ำมาก + ทำปัสสาวะด่าง (K-citrate หรือ K-bicarbonate; เลี่ยง Na-bicarbonate เพราะเพิ่ม Ca ขับออก)
  • Allopurinol/Febuxostat: ใช้เมื่อมีความผิดปกติเมตาบอลิซึมยูริกชัดเจน (เช่น Lesch-Nyhan) ไม่ใช่ first-line ทั่วไป
  • จำกัดโซเดียม; การจำกัดพิวรีนมักมีบทบาทน้อยในเด็ก

Cystinuria

  • น้ำมากให้ [Cystine]U <250 mg/dL
  • Alkalinization เป้าหมาย pH 7.0 (K-citrate/K-bicarb 0.5–4 mEq HCO₃⁻/kg/day แบ่ง 2–4 ครั้ง; เพดาน 30–80 mEq/day)
  • ลดโซเดียม/โปรตีนสัตว์
  • ไม่พอ: Tiopronin หรือ D-penicillamine (ติดตามอาการไม่พึงประสงค์ใกล้ชิด)

Hypocitraturia

  • K-citrate/K-bicarb ขนาดเดียวกับข้างต้น ปรับตาม pH เป้าหมายของชนิดนิ่ว (เลี่ยงด่างเกินในนิ่ว CaP)

Struvite (infection stones)

  • โฟกัส ป้องกัน/รักษา UTI, ค้นโครงสร้างไต-ทางเดินปัสสาวะผิดปกติ และดูแลตามแนว UTI เด็ก

การติดตาม (Monitoring)

ภาพถ่ายติดตาม: ใช้ อัลตราซาวนด์ เป็นหลัก

  • ปกติ: ตรวจ 1 ปีหลังเหตุการณ์แรก ถ้าไม่พบซ้ำ/ก้อนคงที่ ทุก 2 ปี
  • มีอาการเฉียบพลันให้เร่งประเมินตามคลินิก
    เฝ้าระวังเมตาบอลิซึม (เมื่อเริ่มมาตรการ):
  • ทำ 24-ชม. urine ที่ 6–8 สัปดาห์ ถ้าควบคุมได้ ทำซ้ำที่ 6 เดือน รายปี/สองปี
  • ถ้ายังผิดปกติ: ปรับยา/โภชนาการ ตรวจซ้ำ 6–8 สัปดาห์
  • ใช้ UA-specific gravity ช่วยประเมิน “ดื่มพอหรือไม่”

ประเด็นผลลัพธ์

  • การแทรกแซงเมตาบอลิซึมช่วยลดการเกิดซ้ำ (หลักฐานชัดในผู้ใหญ่; ตรรกะใช้ได้ในเด็ก)
  • กลุ่มโรคโมโนเจนิก (primary hyperoxaluria, Dent, cystinuria) เสี่ยง CKD สูงกว่า ต้องติดตามใกล้ชิดและรักษาเฉพาะโรค

 

เคล็ดลัดคลินิก: ตั้ง “เป้าหมายปัสสาวะใส อ่อน ทั้งวัน”, แจก ชุดวัด pH ปัสสาวะ ให้ครอบครัวในรายที่ต้องด่างปัสสาวะ และวางแผน เก็บก้อนทุกครั้ง เพื่อวิเคราะห์ซ้ำปรับแผนได้ตรงจุด.